หนุ่มศิลปินอินดี้ป๊อปจากอเมริกา Hayd (เฮด์) เจ้าของเพลงฮิต Head In The Clouds เพิ่งเดินทางมาเปิด Showcase Acoustic สุดอบอุ่นที่ไทยไปหมาดๆ
เจ้าตัวไม่ทำให้ผิดหวัง โชว์เคส Lost In Bangkok where Music Meets Art สร้างความประทับใจให้กับแฟนคลับที่เฝ้ารอ

เฮด์เป็นทั้งนักร้อง นักแต่งเพลง นักดนตรี และโปรดิวเซอร์มากฝีมือ เขามักจะบอกเล่าเรื่องราว และช่วงเวลาที่สำคัญในชีวิตผ่านบทเพลงอันแสนอบอุ่นพร้อมเสียงเปียโน และกีตาร์
หนุ่มนักดนตรีกล่าวทักทายแฟนๆ พร้อมแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ “สวัสดีแฟนๆ ชาวไทย ผมเฮด์ เป็นศิลปินจากอเมริกา ผมมาทัวร์คอนเสิร์ตที่เอเชีย และที่เมืองไทย นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมาที่นี่ สวัสดีครับ”
พร้อมกันนี้เจ้าตัวได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการทำเพลง “ผมโตมากับการเล่นเปียโน และผมก็อ่านรวมทั้งเขียนบทกวีด้วย ซึ่งเป็นสองส่วนประกอบในการทำเพลง จนผมมาอยู่ไฮสคูล ได้เจอกับเหตุการณ์อกหัก ผมว่ามันเป็นเรื่องคลาสสิคเลยนะกับการเริ่มต้นของศิลปินหลายๆ คน ผมเศร้ามากตอนนั้น น่าจะตอนที่ผมอายุสัก 16-17 ปี ผมก็เริ่มเขียนเพลงออกมาเยอะ นั่นคือการเริ่มต้นทำเพลงของผม แล้วผมก็เริ่มโพสต์ ลงยูทูบ ซึ่งมีคนเข้ามาติดตาม แล้วต่อมาก็ในติ๊กต็อก”

เขาได้รับการสนับสนุนโดยค่ายเพลงอิสระ 7Clouds และได้ปล่อยเดบิวต์ซิงเกิลในปี 2019 อย่าง Vacant Eyes ที่มียอดสตรีมมากกว่าล้านสตรีม ต่อด้วยซิงเกิลที่แฟนๆ หลายคนชื่นชอบอย่าง Superhero กับยอดสตรีมมากกว่า 16.7 ล้านสตรีม และ Suffocate ที่มียอดสตรีมบน Spotify มากกว่า 17.7 ล้านสตรีม
หลังจาก snippets ของซิงเกิล Changes จากปี 2020 กลายเป็นไวรัล ซิงเกิลดังกล่าวเขียนและโปรดิวซ์โดยเฮด์ทั้งหมด จนกลายเป็นเพลงฮิตที่มียอดสตรีมมากกว่า 232.8 ล้านสตรีมทั่วโลกและกลายเป็นจุดเริ่มต้นของหลายอย่าง

ตั้งแต่ตอนนั้นเฮด์ได้ปล่อยเดบิวต์ EP อย่าง Changes ที่ประกอบไปด้วยคอลเล็กชั่นของ เพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์จริง กับซาวด์ Mellow ที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมเนื้อเพลงที่ตรงไปตรงมา และเต็มไปด้วยอารมณ์ ผ่านน้ำเสียงอันกลมกล่อมกับดนตรีที่นุ่มละมุนและเรียบง่าย
โดย EP นี้มีซิงเกิลที่ถูกปล่อยออกมาก่อนหน้าอย่าง Closure ที่มียอดวิวมากกว่า 10 ล้านครั้ง บน TikTok ตั้งแต่ก่อนปล่อยเพลง รวมถึงซิงเกิลอื่นๆ อย่าง Airplane Mode, Changes, Head In The Clouds, The Idea of You และ Faces ส่วนล่าสุดเพิ่งปล่อยซิงเกิล Lost มาให้ฟัง

ย้อนถามถึงความสำเร็จของ Head In The Clouds ที่กลายเป็นไวรัลฮิตไปทั่วโลก เมื่อให้เจ้าตัวรองวิเคราะห์ว่าเป็นเพราะสาเหตุใดที่ทำให้เพลงดังขนาดนี้ เฮด์บอกว่า “ผมเองก็สงสัยในเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ผมคิดว่ามิวสิควิดีโอที่เราโพสต์ลงยูทูบ มันเริ่มเป็นที่นิยมมาจากตรงนั้น เพราะเพลงนี้เป็นเพลงที่ส่วนตัว คนน่าจะชอบเพราะเขาสามารถเชื่อมโยงเข้ากับตัวเองได้ และตัวมิวสิควิดีโอ ก็เป็นการถ่ายทำมิวสิควิดีโอที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมเคยทำมา และหลังจากลงไปในยูทูบ มันก็เริ่มไต่ระดับขึ้น มีคนดูเยอะขึ้นเรื่อยๆ ผมไม่รู้ว่ามันใช่มั้ย แต่ผมว่าการโพสต์ลงในยูทูบทำให้เพลงประสบความสำเร็จ”
เจ้าตัวยังยอมรับว่าแพลตฟอร์มออนไลน์ ทำให้เขามีชื่อเสียงขึ้นมาในช่วงที่โควิดระบาด โดยก่อนจะมีโควิด แพล็ตฟอร์มติ๊กต็อกยังไม่ได้โด่งดังมากอย่างทุกวันนี้ เพื่อนของเขาที่เป็นศิลปินเหมือนกัน แนะนำให้เขาโพสต์งานเพลงลงในติ๊กต็อก โดยการันตีว่ามันยอดเยี่ยมมากจะเห็นเลยว่ามีผู้คนมากมายแค่ไหนที่เข้ามาดู แต่ตอนนั้นเขาปฏิเสธ เพราะมองว่ามันไม่ใช่สำหรับเขา ต่อมาถึงได้รู้ว่ามันเป็นช่องทางเป็นโอกาสที่ดีมาก จากนั้นเขาก็โพสต์ลงในติ๊กต็อกทุกวัน และก็เห็นผลในทางที่ดีเหมือนอย่างที่เพื่อนเขาบอกเอาไว้

เมื่อถูกถามถึงความกดดัน หลังจากกลายเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จ มีเพลงดังเป็นของตัวเอง เจ้าตัวบอกว่าอาชีพศิลปินมีความเครียดและกดดันสูงอยู่แล้ว ทั้งกดดันในการประสบความสำเร็จ กดดันในการขึ้นโชว์ ซึ่งเขาบอกกับตัวเองตลอดว่าสิ่งสำคัญคือต้องทำเพลงอย่างตั้งใจ ทำให้ดีที่สุด ไม่โฟกัสอยู่ที่ความกดดัน
“ไม่ใช่เฉพาะแค่การเป็นศิลปินนักดนตรี ทุกอาชีพความเครียดความกดดันมันจะปิดกั้นคุณในการทำงานในแบบที่เป็นตัวของคุณเอง สิ่งสำคัญผมว่าอย่าไปโฟกัสที่ความกดดัน แต่ให้มาโฟกัสที่งานดนตรี ทำมันให้ดี เหมือนอย่างที่ผมทำเพลง Head In The Clouds ซึ่งมันเป็นเพลงที่ส่วนตัวมาก เป็นเพลงธรรมดา ไม่ได้คิดว่าจะต้องดัง แต่แล้วก็ดัง ผมเชื่อว่าถ้าคุณทำงานศิลปะที่คุณเชื่อในตัวมัน คุณจะประสบความสำเร็จ แม้มันจะไม่ได้สำเร็จในด้านตัวเลข ด้านการสตรีมมิ่ง แต่มันก็สำเร็จเพราะเป็นงานศิลปะที่ดี”

สำหรับเป้าหมายในสายงานดนตรีของหนุ่มเฮด์ เจ้าตัวบอกอย่างตรงไปตรงมา เขาเองก็ยังไม่รู้ แต่มองง่ายๆ แค่ว่า จะขอทำเพลงที่ให้กำลังใจ เพลงที่ช่วยเหลือคนฟังให้มีความหวัง ความกล้าหาญ
“เอาจริงผมก็ยังไม่รู้ แต่มองแค่ง่ายๆ ว่า ผมต้องการทำเพลงที่ช่วยเหลือคน เพลงที่มีคนฟัง ฟังแล้วมีความหวัง มีความกล้าหาญ มีความสบายใจ นั่นคือสิ่งที่ผมวางเป้าหมายใน เส้นทางดนตรีเอาไว้ คือ การทำเพลงอย่างให้กำลังใจ เขียนเพลงที่มีความหมายบางสิ่งกับตัวผมและก็คนฟัง”

เจ้าตัวทิ้งท้ายถึงแฟนคลับชาวไทยเอาไว้ว่า “สำหรับแฟนชาวไทยทุกคน ขอบคุณมาก ที่ฟังเพลงของผม ผมรักพวกคุณมากๆ ผมหมายความแบบนั้นจริงๆ ผมจะคอยให้กำลังใจพวกคุณ ในตอนที่ต้องเจอกับปัญหา หรือรู้สึกโดดเดี่ยว ให้รู้ไว้ว่าคุณไม่ได้โดดเดี่ยว และมีคนที่จะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปกับคุณด้วย ผมสัญญาว่าจะทำเพลงที่จริงใจ ให้เกียรติ และผมจะกลับมาที่นี่อีกแน่นอนในเร็วๆ นี้ และหวังว่าจะได้เจอกับพวกคุณอีก”
พลเทพ สารภิรมย์