อ่าน‘ข้างขึ้นข้างแรม’ไขโค้ดลับ‘รหัสนัยแห่งสี’

บุ๊กสโตร์

“สำนักพิมพ์มติชน” เชื้อเชิญแฟนเหนียวแน่นต้อนรับการ กลับมาของ “สองกุมารสยาม ขรรค์ชัย บุนปาน-สุจิตต์ วงษ์เทศ” กับผลงานเล่มใหม่…รวมบทกวีนิพนธ์ “ข้างขึ้นข้างแรม” ที่ได้รวบรวมเอาบทกวีจากหนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันอาทิตย์ตั้งแต่เดือนมกราคม 2559 ถึงเดือนพฤษภาคม 2565 รวมทั้งสิ้น 6 ปี 5 เดือน มาไว้ภายในเล่มเดียว

วิพากษ์ วิจารณ์ วิเคราะห์ สะท้อนความคิดต่อบ้านเมืองและสังคมไทย ทั้งประมวลอารมณ์แห่งยุคสมัยบันทึกไว้ เนื้อหาภายในจัดแบ่งเป็น 3 หมวด โดยเชื่อมร้อยด้วยชื่อหมวดที่ดัดแปลงจากหนังสือของทั้งสองในอดีต คือ ครึ่งรักครึ่งใคร่ ใบลานหลังธรรมาสน์ หันหลังชนกัน มาเป็นชื่อใหม่ที่ตั้งไว้ภายในเล่มนี้

ได้แก่ “สิ้นรักสิ้นใคร่” วิพากษ์วิจารณ์การเมืองการปกครอง รวมถึงการบริหารงานของผู้นำประเทศและรัฐบาล, “เทศน์นอกธรรมาสน์” กล่าวถึงการศึกษา วิชาการ สังคม ศิลปวัฒนธรรม และคมคิดสัจธรรม และ “หันหน้าชนกัน” โคลงและบทกลอนที่มีเนื้อหาร่วมกัน ซึ่งถูกนำมาประกบคู่ไว้ในตอนท้ายของหนังสือ

เสถียร จันทิมาธร กล่าวไว้ในคำนำเสนอ “การอ่านโคลงอันเขียนจาก ขรรค์ชัย บุนปาน การอ่านกลอนอันคั้นกลั่นจาก สุจิตต์ วงษ์เทศ จึงเท่ากับเป็นการสัมผัสเข้ากับ ‘ผลึก’ ผลึกแห่ง ‘ความคิด’ ผลึกแห่ง ‘บ้านเมือง’

ไม่เพียงแต่เป็นการย้อนทวนไป ทุกความจัดเจนในเชิง ‘อักษร’ หากแต่ที่สำคัญก็คือการประมวลและสังเคราะห์ผ่านกระบวนการ ‘กวีนิพนธ์ 4 บรรทัด’ สีสันแห่ง ‘คำ’ ท่วงทำนองแห่ง ‘ความ’ สะท้อนทั้งความจัดเจนในเชิง ‘ปัจเจก’ และประมวล ‘อารมณ์’ แห่งยุคสมัยออกมา…ขรรค์ชัย บุนปาน ในปี 2565 สุจิตต์ วงษ์เทศ ในปี 2565 แม้จะยังเป็นคนเดิมเมื่อแรกเขียน “นิราศ” หรือ “หันหลังชนกัน” แต่ก็เป็น ‘คนเดิม’ ใน ‘ความใหม่’…”

สำหรับชื่อ “ข้างขึ้นข้างแรม” ของหนังสือ เปรียบแสงอาทิตย์ที่ส่องกระทบดวงจันทร์ให้แสดงตนในรูปร่างต่างๆ มาสื่อถึงสถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้น และถูกกวีวิจารณ์ไปในแง่มุมที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ดวงจันทร์ยังสื่อถึงอารมณ์เศร้าอยู่ลึกๆ เปรียบเหมือนบทกวีที่สะท้อนปัญหาในบ้านเมือง ดังงานที่ปรากฏกระแทกใจอยู่นี้

“สีไม่ใช่สิ่งที่เรามองเห็น แต่เป็นสิ่งที่เราคิด” คือแนวคิดหลักที่ พอล ซิมป์สัน นักหนังสือพิมพ์มือรางวัลเสนอสู่ผู้อ่านจากผลงาน “The Colour Code รหัสนัยแห่งสี” พาไปผจญภัยในโลกแห่งสีสันผ่านป๊อปคัลเจอร์ โดยใช้สีหลักทั้งหมด 11 สี ได้แก่ สีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน สีส้ม สีม่วง สีเขียว สีชมพู สีน้ำตาล สีดำ สีเทา และสีขาว กับความหมายที่มนุษย์สร้างให้สีต่างๆ และเหตุผลที่แต่ละสีมีความหมายต่างกันไปสำหรับแต่ละคน เช่น นัยยะการเปลี่ยนเพศให้สีชมพู พลังร้ายกาจของสีเขียว ความเสื่อมทรามของสีเหลือง ผล กระทบของสีเทา และการสถาปนาอำนาจในยุโรปของสีส้ม

เรื่องของนักแสดง ศิลปิน นักเคมี นักแต่งเพลง ทันตแพทย์ ผู้นำเผด็จการ ราชวงศ์ นักปฏิวัติ นักออกแบบแฟชั่น ผู้ผลิตภาพยนตร์ เทพเจ้า นักดนตรี นักมายากล นักฟิสิกส์ กวี นักต้มตุ๋น และนักธุรกิจ ทำให้หนังสือเล่มนี้เป็นเสมือนปริซึมหลากสีที่กอปรไปด้วยอิทธิพลของอารมณ์ วัฒนธรรม เพศ ศาสนา การเมือง และประสบการณ์ส่วนบุคคล

เคยได้ยินเรื่องสีน้ำตาลที่ทำจากผ้าห่อมัมมี่ไหม?, ชุดเดรสอันโด่งดังในโลกออนไลน์เป็นสีน้ำเงินหรือสีทองกันแน่, รองเท้าส้นสูงของ Christian Louboutin ทำไมถึงมีพื้นแดง, เบื้องหลังชุดแก้แค้นสีดำสนิทของเจ้าหญิงไดอาน่าคืออะไร, สีเทาเป็น สีอาถรรพ์ของแมนยูจริงหรือ?

เนื้อหาเริ่มจาก แดง สีแห่งความโกรธ, เหลืองแห่งความคลั่งไคล้, ดำดิ่งไปในสีน้ำเงิน, เคหาสน์สีส้ม, การครอบงำของ สีม่วง, ทะเลสีเขียว, สีชมพูสำหรับผู้ชาย, น้ำตาล สีบ้านนอก?, สรรพสิ่งสีดำ, พื้นที่สีเทา, ชีวิตสีขาว

เปิดเล่มนี้ ไขรหัสลับของสรรพสีพร้อมกัน

ศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนตุลาคม 2565 ชวนอ่าน “นักโทษการเมืองสมัยคณะราษฎร : แนวคิด การคุมขัง และการปลดปล่อย”

เรื่องราวของ “นักโทษการเมือง” ในกิจการราชทัณฑ์ไทยสมัยใหม่ จากงานวิจัยของ ผศ.ดร.ศรัญญู เทพสงเคราะห์ นำเสนอข้อมูลจากการค้นคว้าตั้งแต่ความผิดและสถานะของนักโทษการเมืองก่อน-หลัง 2475 แนวทางปฏิบัติ-การคุมขังสมัยคณะราษฎรในช่วงปี 2475-89 และบรรยายวิชาการในเรือนจำ ที่มีการสอนหนังสือ, ทำตำรา, ผลิตหนังสือพิมพ์ ฯลฯ รวมถึงการเปิด “นิคมเรือนจำ” สำหรับนักโทษการเมืองที่มีเพิ่มขึ้น

พบกันอีกวันอาทิตย์หน้า

ผู้สื่อข่าวหรรษา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน