ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ต้องเรียกว่า “ประวัติศาสตร์หน้าใหม่” ของธนาคารออมสิน ถูกสร้างขึ้น ภายใต้การนำธงรบของ ‘วิทัย รัตนากร’ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ที่พลิกบทบาทจากการเป็น Commercial Bank กลับสู่ร่องสู่รอยในการเป็น Social Bank หรือ ‘ธนาคารเพื่อสังคม’ อย่างที่ได้ลั่นวาจาไว้

วิทัย รัตนากร

 

สะท้อนให้เห็นได้จากหลายมาตรการ สินเชื่อ ที่ธนาคารออมสินพาเหรดออกมาดูแลลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤตโควิด-19 ทั้งมาตรการพักหนี้ การให้ สินเชื่อฉุกเฉิน เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อย รายย่อย ได้ต่อลมหายใจในช่วงที่เรียกว่าหันไปทางไหนก็มืด 8 ด้าน

โจทย์ใหญ่ที่สำคัญ ที่ออมสินในยุค ผอ.วิทัยเห็นว่าเป็น ‘บาดแผล’ ที่สำคัญต่อกลุ่มคนผู้มีรายได้น้อย ที่มักจะถูกเอารัดเอาเปรียบคือ การถูกขูดรีดจาก ‘อัตราดอกเบี้ย’ ที่ไม่เป็นธรรม ทั้งจากในระบบก็ดี หรือนอกระบบก็ดี

ธนาคารออมสินในฐานะที่เป็นหน่วยงานของรัฐ เป็นแขนขาที่มีกำลังและมีกลไกในการเข้ามาช่วยเหลือ จึงมุ่งตอบโจทย์นี้อย่างเป็นรูปธรรม

โหมโรงตั้งแต่ช่วงไตรมาส 1/2564 ได้ประกาศการร่วมทุนกับ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD เปิดตัวบริษัท เงินสดทันใจ จำกัด ซึ่งทำธุรกิจจำนำทะเบียนรถ ทุ่มเม็ดเงินราว 20,000 ล้านบาท

เปิดจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ ด้วยดอกเบี้ยที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 14.99% ต่อปี หรือเท่ากับ 0.69% ต่อเดือน จากดอกเบี้ยตลาดเกิน 24-28% จนในที่สุดสามารถดึงดอกเบี้ยในตลาดให้มาอยู่ในระดับ 18% ได้

ก่อนที่จะชิมลาง โครงการสินเชื่อ SMEs มีที่มีเงิน สำหรับธุรกิจการท่องเที่ยว เปลี่ยนที่ดินเป็นเงินทุน สำหรับ SME ท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จนขาดสภาพคล่อง ซึ่งปิดโครงการไปอย่างสวยงาม

ในท้ายปี 2565 ถึงปี 2566 เป็นอีกปีที่ธนาคารออมสินยังคงสานต่อและเดินเกมรุกกับภารกิจเขย่าดอกเบี้ย เพื่อช่วยเหลือลูกค้าในระบบและนอกระบบที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรมอีกเช่นเคย

เริ่มการร่วมทุนกับบริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดตั้งบริษัทร่วมทุน “มีที่ มีเงิน” เป้าหมายเพื่อให้บริการสินเชื่อที่ดิน รับจำนองและขายฝาก ให้บริการด้วยสินเชื่อที่ดิน รับจำนองและขายฝาก โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำระบบหลักในการดำเนินงาน และเก็บรายละเอียดต่างๆ

“บริษัทมีที่ มีเงิน จำกัด จะเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และเข้าไปแข่งขันในตลาดสินเชื่อที่ดิน รับจำนองและขายฝาก เพื่อลดดอกเบี้ยในตลาด ซึ่งปัจจุบันดอกเบี้ยตลาดสินเชื่อที่ดินอยู่ที่ราว 12-18% ขณะที่ขายฝากอยู่ที่ราว 15-30% โดย เป้าหมายของออมสินคือเข้าไปลดดอกเบี้ยเหลือ 6.99-8.99%”

คาดว่าจะเปิดทดลองให้บริการและทดสอบระบบ รวมถึงวิธีการทำงาน โดยเริ่มรองรับลูกค้า 10-20 ราย ภายในวันที่ 1 พ.ย.นี้ หลังจากนั้นจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธ.ค.2565 หรือวันที่ 1 ม.ค.2566 โดยการอนุมัติเงินเข้าบัญชีลูกค้าที่จะต้องรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมาก ภายใน 3-5 วัน

จะเริ่มนำร่องให้บริการใน 5 จังหวัดก่อน ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และปทุมธานี และคาดว่าจะให้บริการสินเชื่อดังกล่าวตามหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศต่อไป ตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อปีละไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท

สำหรับวงเงินสินเชื่อสำหรับเอสเอ็มอีที่เป็นบุคคลธรรมดาจะอยู่ที่ 3 แสนบาท ถึง 10 ล้านบาทต่อราย ส่วนกรณีนิติบุคคล วงเงินสินเชื่อจะอยู่ที่ 3 แสนบาท ถึง 50 ล้านบาทต่อราย ให้วงเงินกู้สูงสุด 70% ของราคาประเมินที่ดินราชการ

มีระยะเวลาการกู้ 5 ปี ปลอดชำระเงินต้น 1 ปี และไม่มีการตรวจเครดิตบูโร ไม่ตรวจสอบรายได้และไม่ต้องมีคนค้ำประกัน โดยธนาคารจะดูคุณภาพของที่ดินที่เป็นหลักประกันหลัก

“ยืนยันว่าบริษัท มีที่ มีเงิน จำกัดนี้ เพื่อช่วยเหลือคนและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ไม่เน้นการทำกำไรสูงสุด ความตั้งใจของธนาคารออมสินคือเพื่อช่วยสังคม การเข้ามารุกตลาดสินเชื่อที่ดินและขายฝากนี้ เพราะสถาบันการเงินของรัฐและธนาคารพาณิชย์ยังไม่มีใครทำ ดังนั้น คู่แข่งในตลาดปัจจุบันคือนอนแบงก์ที่มีอยู่”

ยังไม่จบแค่นั้น ธนาคารเตรียมการอนุมัติสินเชื่อผ่านแอพฯ (Digital Lending) รวม 2 โครงการ ประกอบด้วย 1.เปิดให้บริการสินเชื่อ MyMo-My Credit แก่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยภายใน พ.ย.-ธ.ค.2565 ทั้งที่เป็นแรงงานนอกระบบ และมนุษย์เงินเดือน ด้วยดอกเบี้ยต่ำกว่าเงินกู้นอกระบบ และอนุมัติเร็วผ่านแอพฯ ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเมื่อจำเป็นต้องใช้เงินเร่งด่วนได้

คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการกว่า 100,000 ราย จากฐานลูกค้า MyMo ปัจจุบันที่ 13 ล้านราย ด้วยวงเงินปล่อยกู้ในช่วงเริ่มต้นประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาท และจะขยายต่อไป ลูกค้าสามารถขอกู้ได้รายละ 10,000-30,000 บาท ระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 2 ปี ดอกเบี้ยไม่เกิน 1.25% ต่อเดือน

สำหรับสินเชื่อ MyMo MyCredit มีจุดเด่นคือลูกค้าออมสินสามารถยื่นสมัครขอสินเชื่อผ่านแอพฯ MyMo ได้โดยไม่ต้องใช้เอกสารใดๆ และไม่ต้องใช้หลักประกันในการกู้ เพียงกรอกเลขที่และข้อมูลบัตรประชาชน และธนาคาร ไม่คิดค่าธรรมเนียมการให้บริการสินเชื่อ

โดยธนาคารจะใช้ข้อมูลการทำธุรกรรมการเงินของลูกค้า มาประกอบการพิจารณาให้สินเชื่อ แทนการวิเคราะห์รายได้ เรียกว่า Alternative Credit Score

และ 2.ธนาคารยังมีแผนเตรียมตั้งบริษัทลูกเพื่อเข้าทำธุรกิจผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์) เต็มตัวเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งขณะนี้ธนาคารหลายแห่งเริ่มเข้ามาทำ เพราะดอกเบี้ยสูง อัตรากำไรสูง ทุกคนจึงวิ่งเข้ามา

แต่วัตถุประสงค์ของออมสินคือ จะเข้ามาแข่งเพราะดอกเบี้ยสูงเกินไป จึงต้องเข้าไปแข่งขันเพื่อลดดอกเบี้ยในตลาด ดึงคนกู้ไม่ได้ต้องไปกู้นอกระบบ ให้กลับมาอยู่ตรงนี้

“เบื้องต้นคาดว่าจะช่วยลดดอกเบี้ยในตลาดสินเชื่อบุคคล จากปัจจุบันระดับ 25% โดยลดลงได้อีกราว 5% ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทำระบบอยู่ มั่นใจว่าทำได้ และเชื่อว่าจะไม่เป็นการซ้ำเติมปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งหากลูกค้าสามารถเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ก็จะมีกำลังในการชำระหนี้เพิ่มขึ้น”

ทั้งนี้ จะตั้งมีการตั้งเป็นบริษัทใหม่ ทำ แอพพลิเคชั่นให้บริการใหม่ ใช้ฐานข้อมูลใหม่ ซึ่งจะกลายเป็นแบรนด์ที่สอง ออมสินเป็นแบงก์แรกที่ทำ โดยบริษัทต้องไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ ใช้เงินน้อย จ้างเงินเดือนสูง เป็นคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน

ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมยื่นขอใบอนุญาตทำธุรกิจนอนแบงก์กับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ราวไตรมาส 3/4 ปี 2566

หากโครงการต่างๆ ลุล่วงอย่างที่ตั้งใจไว้ เชื่อว่าในปี 2566 แม้ว่าภาพรวมทิศทางอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่แรงหนุนของสารพัดโปรเจ็กต์จากธนาคารออมสิน

จะช่วยต่อลมหายใจให้กับภาคธุรกิจและประชาชนได้อย่างแน่นอน

พรเทพ อินพรหม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน