การควบรวม 2 บริษัทมือถือ
เรียน บ.ก.ข่าวสด
การควบรวมธุรกิจคลื่นความถี่ของบริษัทการสื่อสาร 2 ค่ายยักษ์ใหญ่ ที่ทางกสทช.รับทราบการรวมธุรกิจ ให้ทั้งสองบริษัทจะรวมธุรกิจกันนั้น สำหรับผู้บริโภคอย่างเราจะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง เมื่อรวมกันแล้วการแข่งขันจะเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะไม่ได้ซื้อกิจการกัน ดังนั้นจะต้องมีการแข่งขัน และก็ต้องมีการแข่งขันไปตลอดกาล ไม่ใช่แข่งขันกันเพียงระยะหนึ่งเท่านั้น ถ้าไม่เกิดการแข่งขันสิ่งที่หวั่นใจเหลือเกินคือรายการโปรโมชั่นลดตรงโน้น แถมตรงนี้ อาจจะไม่มีอีกแล้ว ครั้งจะย้ายค่ายหนีไปโปรฯ อื่นที่ราคาถูกกว่า เน็ตแรงกว่าต่อไปอาจสูญพันธุ์เช่นเดียวกัน เราคิดแบบง่ายๆ คือถ้าตลาดผูกขาด โอกาสก็เป็นของผู้ค้า ของถูกคุณภาพดีไม่มีอีกแล้วสำหรับผู้ที่มีรายได้ปานกลางลงมาต่ำ อยากได้ของดีต้องซื้อแพง แต่ในเมื่อถือครองธุรกิจรวมกัน เป็นไปได้หรือไม่ว่าต้นทุนย่อมลดลง เช่น สถานที่ที่ไปตั้งเสาสัญญาณอาจจะยุบมาใช้ด้วยกัน เช่าบูธตามห้างก็ต้องลดลง พนักงานก็อาจจะลดลงเช่นกัน ดังนั้น ถ้าต้นทุนลด ราคาที่จะเก็บจากผู้บริโภคก็ต้องถูกลง ความหวังของผู้บริโภคตอนนี้คือ กสทช.ต้องเข้ามาควบคุมบริษัทที่ให้บริการในเรื่องคุณภาพและราคาที่ยุติธรรมต่อประชาชน เนื่องจากปัจจุบันนี้เป็นยุคไอทีมีความจำเป็นต่อความเป็นอยู่ การพัฒนาประเทศชาติ การทำธุรกิจ ติดต่อสื่อสาร นักลงทุนต่างชาติจะมาลงทุนไทยปัจจัยหนึ่งที่นักลงทุนต้องพิจารณานั้นคือ ระบบสื่อสารระบบไอทีที่รวดเร็ว
ด้วยความเคารพ
ต.เต่าหลังตุง
ตอบ ต.เต่าหลังตุง
ข้อสังเกตของคุณเป็นประเด็นที่องค์กรฝ่ายผู้บริโภค องค์กรด้านประชาชนแสดงความห่วงใยกันมากว่า มติของ กสทช.จะนำไปสู่การผูกขาดทางธุรกิจ ที่น่าจะไม่เป็นผลดีต่อประชาชนผู้บริโภค เป็นหลักการพื้นฐานของธุรกิจ ถ้ามีหลายเจ้าก็จะมีการแข่งขัน ลดแลกแจกแถมเพื่อเอาใจลูกค้า ช่วงชิงลูกค้า แต่เมื่อลดเจ้าลงไป น่าจะมีผลตรงกันข้าม จากนี้ไปคาดว่าจะมีการไปยื่นฟ้องศาลปกครอง ไปร้องเรียนป.ป.ช. ซึ่งจะต้องติดตามกันต่อไป
โปรดทบทวนค่าเรือเกาะเสม็ด
เรียน บ.ก.ข่าวสด
พวกเราเป็นผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวบ้านเพ-เกาะเสม็ด ขอร้องผ่านไปยังกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ชะลอการเก็บค่าเรือที่เข้าไปยังอุทยานฯหมู่เกาะเสม็ด ต.เพ เนื่องจากขึ้นสูง เกินไปขึ้นแบบก้าวกระโดด เช่น เคยเสียปีละ 3,000 บาท ปรับเป็น 12,000 บาท ขนาดใหญ่ 6,000 เป็น 20,000 บาท ฯลฯ เมื่อราคาปรับขึ้นก็ต้องไปเก็บกับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเช่นกัน เดิมเรือช้าจะเก็บจากนักท่องเที่ยวหัวละ 50 บาท ก็ต้องเก็บหัวละ 100 กว่าบาท ขอให้ทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทบทวนยกเลิกระเบียบการขึ้นราคาค่าธรรมเนียม ให้คงอัตราเดิมไปก่อน อีกทั้งนักท่องเที่ยวยังน้อยอยู่ จึงเท่ากับต้องแบกภาระเพิ่มขึ้น แต่รายได้ไม่เพิ่มขึ้น จึงขอความเห็นใจ จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น เพราะทุกปี ผู้ประกอบการก็ต้องเสียค่าต่อทะเบียนกับทางเจ้าท่า อยู่แล้ว
นายยานยนต์ อรุณเวสสะเศรษฐ
นายกสมาคมผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวบ้านเพ-เกาะเสม็ด จ.ระยอง
ตอบ คุณยานยนต์
เป็นข้อร้องเรียนที่น่ารับฟัง หวังว่ากรมอุทยานฯ จะรับไปพิจารณาทบทวน เพราะถ้าขึ้นราคาการเก็บค่าเรือแบบนี้ ผู้ประกอบการเรือก็ต้องไปขึ้นราคาตามไปด้วย จะมีผล กระทบไปถึงนักท่องเที่ยวแน่นอน ทั้งที่เพิ่งเปิดการท่องเที่ยวกลับคืนมา แถมนักท่องเที่ยวต่างชาติก็เพิ่งเริ่มทยอยมา ถ้ามาเจอค่าเรือแพง จะมีปัญหาตามมาแน่นอน