บทเรียนที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประสบ เป็นบทเรียนเหมือนที่ “ป้าเป้า” ได้ประสบ
เพียงแต่ “ป้าเป้า” ถูกตบหน้าเปรี้ยงอย่างรุนแรง แข็งกร้าว เพียงแต่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถูกบุกเข้าล็อกคอ พร้อมกับเสียงร้องตะโกนกึกก้อง
บ่งบอกว่า ตนเองมี “ระเบิด”
เป็นความอุกอาจอย่างเด่นชัด ไม่ว่าต่อ “ป้าเป้า” ไม่ว่าต่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ยืนยันความต้องการอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา
นั่นคือ ใช้ “ความรุนแรง” เป็น “อาวุธ”
ประหนึ่งว่า ปฏิบัติการของ “เค นักปล่อยงู” จะเป็นความต่อเนื่องจากกรณี “ลุงศักดิ์”
สามารถสรุปเช่นนั้นได้ แต่ความแจ่มชัด ประการหนึ่งจากกรณีที่กระทำต่อ “ป้าเป้า” สะท้อนความเป็น “เค นักปล่อยงู” ได้เป็น อย่างดี
มิใช่กรณี “ลุงศักดิ์” หรอก หากแต่เป็นตัว “เค” เอง
หากการเคลื่อนไหวของ “พี่ศรี นักร้อง” เดินไปในท่วงทำนองของ “นิติสงคราม” ปฏิบัติการของ “เค นักปล่อยงู” ไม่อ้อมค้อม หากแต่รุกประชิด
ถือได้ว่าเป็น “ฮาร์ด เพาเวอร์”
จากกรณีของ “ป้าเป้า” ต่อเนื่องมาถึงกรณี ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คือคำตอบต่อสถานการณ์
สถานการณ์สะท้อนให้เห็นว่าแต่ละจังหวะก้าวที่กระทำต่อ “ป้าเป้า” และที่กระทำต่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มิได้เป็นอุบัติเหตุ
หากแต่เป็นความตั้งใจ มีการวางแผน
วางแผนเพื่อที่จะตบหน้า “ป้าเป้า” ให้ได้รับความเจ็บปวด ให้ได้รับความอับอาย เป็นการเตือนให้รู้ผลจากการเคลื่อนไหวว่าจะต้องพบอย่างไร
ทั้งผ่านมาตรการ “ทำร้าย” ทั้งผ่านมาตรการ “กฎหมาย”
ไม่ว่าจะมองจากด้านของเยาวชน ไม่ว่ามองจากด้านของธรรมศาสตร์และการชุมนุม
นี่ย่อมเป็นผลจากการเคลื่อนไหวซึ่งเริ่มต้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2563 เป็นความต่อเนื่องไปยังการประกาศจัดตั้งคณะราษฎรขึ้นในเดือนตุลาคม