พฤติกรรมของ “เค ร้อยล้าน” ที่ใช้ความรุนแรงเข้าล็อกคอนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเชื่อมโยงกับประเด็นความคิดทางการเมือง ทำให้มีการนำไปเปรียบเทียบกับกรณี “ลุงศักดิ์” ที่เตะต่อยนักร้องคนดัง เป็นข่าวใหญ่เมื่อไม่นาน มานี้
ทำนองว่า เป็นพฤติกรรมเลียนแบบในการใช้ความรุนแรงทางการเมือง ซึ่งจริงๆ แล้วเอามาเทียบกัน ไม่ได้แต่อย่างใด!
เพราะพฤติกรรมของนายเคนั้น ทำมาก่อนหน้าลุงศักดิ์ ทำมาหลายครั้งหลายราย
ทั้งการสร้างความปั่นป่วนกลางถนน กลางห้าง และทำร้ายนักเคลื่อนไหวฝ่ายสามนิ้ว
ในกรณีที่กระทำกับนายธนาธร ไม่เพียงเข้าล็อกคออย่างรุนแรง แต่ยังลงมือขณะที่นายธนาธรกำลังแจกลายเซ็นในงานหนังสือ แถมยังตะโกนขู่ว่ามีระเบิดสร้างความปั่นป่วนให้กับคนทั้งงาน
ลงมือขณะแจกลายเซ็น ดังนั้นนายธนาธรจึงไม่ได้กำลังยั่วยุจนเกิดการบันดาลโทสะอะไร จึงต่างจากเหตุการณ์ลุงศักดิ์กับนักร้องที่กำลังไปแจ้งความอย่างสิ้นเชิง!
ไม่เท่านั้นนายเคยังแสดงออกถึงการข่มขู่เรื่องระเบิด จนทำให้งานมหกรรมหนังสือเกิดความปั่นป่วน คนร่วมงานต้องหนีกันอลหม่าน
ทั้งที่เป็นงานซึ่งส่งเสริมปัญญาความรู้ของคนในสังคม มีแต่ความงอกเงยทางปัญญา
กลับมาทำให้งานปั่นป่วน ทั้งที่ไม่ใช่กิจกรรมที่ควรจะต้องเกลียดชังหรือต่อต้านอะไรเลย!?!
ก่อนหน้านี้ก็ทำมาหลายหน เอางูไปปล่อยในที่สาธารณะ เอาน้ำแดงราดตัวปาขวดกลางห้างสรรพสินค้า
จึงเป็นพฤติกรรมที่เกินเลย มีผลกระทบกับผู้คนในสังคมมากมาย จนเกิดคำถามว่าจะปล่อยให้กระทำต่อไปได้อีกหรือ!?
ส่วนลุงศักดิ์นั้น ใช้ความรุนแรงจากร่างกายตนเอง ไม่ได้ใช้อาวุธ
กระทำต่อตัวบุคคลที่มีพฤติกรรมซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตลอด
ขณะก่อเหตุนั้น ลุงศักดิ์ไม่ได้ตะโกนข่มขู่สร้างความปั่นป่วนให้กับสังคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น
การใช้ความรุนแรงของลุงศักดิ์ มีเป้าหมายชัดเจน และไม่ได้จงใจทำให้สังคมเกิดความหวาดกลัวอะไรไปด้วย
เช่นนี้แล้ว จะเอากรณีเค ร้อยล้าน มาเทียบกับลุงศักดิ์ หรือเชื่อมโยงกันไม่ได้
ยิ่งเมื่อมองไปยังบุคคลที่ถูกกระทำคือนายธนาธร
ซึ่งเคลื่อนไหวทางการเมืองและความคิดอย่างเปิดเผย เพื่อให้ประชาชนรับรู้ขบคิด
นายธนาธรเป็นคนที่ถูกฝ่ายรัฐกระทำมาตลอด
ไม่ใช่คนที่มีสายสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจแล้วร่วมใช้กฎหมายหรือใช้อำนาจกระทำต่อประชาชน จนสร้างความอึดอัดคับแค้นจากสังคม