ข้าวสังข์หยดเป็นข้าวอีกชนิดที่ผู้คนรักสุขภาพนิยมรับประทานกัน เพราะมากไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ พร้อมกันนี้มีการนำข้าวสังข์หยดไปแปรรูปทั้งเป็นอาหาร เครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์เสริมความงาม โดยข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง เป็นสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือข้าวจีไอ(GI)

วันก่อน ‘คุณธีรวัฒน์ บุญสม’ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ คุณสมบูรณ์ วงศ์กาด ผู้ทรงคุณวุฒิวช. ลงพื้นที่ไปติดตามผลการดำเนินงานโครงการการถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปข้าวสังข์หยดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงตามมาตรฐานชุมชน ที่มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ที่มี ดร.พรวิชัย เต็มบุตร อาจารย์คณะอุตสาหกรรม เกษตรฯ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย

ดร.พรวิชัย เต็มบุตร

ดร.พรวิชัยเล่าว่า โครงการดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนการวิจัยจากวช.ปี 2565 เป็นการต่อยอดจากปี 2564 ที่ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์จน ได้องค์ความรู้ ขณะนี้อยู่ในช่วงขับเคลื่อนให้ชุมชนมีส่วนร่วม ได้รับองค์ความรู้ ตระหนักและเกิดความต้องการยกระดับสินค้า และการแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่ามากขึ้น เป้าหมายของโครงการ คือ การนำข้าวสังข์หยดที่หักท่อนหรือรำข้าวที่ตกเกรด ไม่มีราคามาเพิ่มมูลค่า ปกติรำข้าวกิโลกรัม(ก.ก.)ละ 8 บาท และปลายข้าวหรือข้าวหัก.ก.ละ 15 บาท ส่วนข้าว สังข์หยดเกรดปกติก.ก.ละ 60 – 120 บาท ทีมวิจัยจึงเข้าไปรับซื้อรำข้าวหรือปลายข้าวก.ก.ละ 40 บาท จากการคำนวณการสกัดพบว่า รำข้าวหรือปลายข้าว 1 ก.ก. สกัดเป็นสารสกัดได้ 2 ลิตร หรือ 2 ก.ก. และขายสารสกัดดังกล่าวก.ก.ละ 2,000 บาท ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าได้สูงถึง 100 เท่า ทำให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น

ทั้งนี้ชุมชนสามารถสกัดรำข้าวด้วยไมโครเวฟในครัวเรือน โดยนำข้าวใส่ภาชนะ และใส่ตัวทำละลายที่เหมาะสมเข้าไป จากนั้นนำเข้าไมโครเวฟ ใช้เวลาครั้งละ 10 วินาที และนำออกมาคน ทำจนครบ 10 รอบ จะได้สารสกัดเป็นของเหลว สามารถนำไปเติมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางได้ นับว่าใช้เวลาในการสกัดสั้นมาก แต่ได้จำนวนสารสกัดเยอะ และแม้ว่าชุมชนจะไม่สามารถขายสารสกัดเองได้ แต่นำสารสกัดไปแปรรูปเป็นสารสำคัญในเครื่องสำอางเพื่อเพิ่มมูลค่าได้

ขณะนี้วิสาหกิจชุมชนชาวนาพัทลุงได้ผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง Makeup Remover หรือ Cleansing oil ใช้ลบเครื่องสำอางเวลาแต่งหน้า ชื่อแบรนด์ ‘คัดสรร’ ที่ทีมวิจัยพัฒนาสูตรให้ และหลังจากวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ได้รับการอบรม จึงรวมตัวกันเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดวิสาหกิจชุมชนชาวนาพัทลุง มีสมาชิกทั้งหมด 200 ครัวเรือน เกิดสินค้าของชุมชนเอง นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์โจ๊ก ซึ่งเกิดจากที่โครงการวิจัยพัฒนาต้นแบบขึ้นมาก่อน ขณะที่ชุมชนอื่นๆ ก็เริ่มตระหนักว่ากลุ่มก็สามารถทำได้ เช่น ชุมชนนาขยาด อ.ควนขนุน ที่ปลูกข้าวสังข์หยดและทางมหาวิทยาลัยทักษิณได้เข้าไปถ่ายทอดองค์วามรู้ให้ จนได้ผลิตภัณฑ์เจลแอลกอฮอล์ล้างมือจากสารสกัดข้าวสังข์หยด

สำหรับโจ๊ก ชาวบ้านสามารถทำเองได้ทุกขั้นตอน แต่ขึ้นอยู่กับมาตรฐานด้วย โดยสามารถใช้ตู้อบขนมปังเพื่ออบก็ได้ อย่างไรก็ตามเบื้องต้นมีโรงงานผลิตเครื่องสำอางของคณะอุตสาหกรรมเกษตรฯ เพื่อช่วยขับเคลื่อนให้วิสาหกิจชุมชนมาผลิตได้สะดวกและประหยัดต้นทุน นอกจากนี้ชุมชนอื่นๆ ยังเกิดไอเดียทำข้าวสังข์หยดแบบชงดื่ม เป็น เฟลกเหมือนข้าวโอ๊ต ทั้งนี้ข้าวสังข์หยดที่นำมาสกัดนำมาใช้ทำเป็นโจ๊กเป็นออร์แกนิก หรืออินทรีย์ทั้งหมด

ส่วนผลิตภัณฑ์ต้นแบบตัวแรกที่ทำให้กับวิสาหกิจชุมชนชาวนาพัทลุง และชุนชนอื่นๆ คือ Essence หรือน้ำตบแบรนด์‘ABI HASU’ ย่อมาจากชื่อคณะ ABI (Agro and Bio Industry) ส่วน ‘HASU’ แปลว่าดอกบัว โดยใส่สารสกัดข้าวสังข์หยด เดือนแรกขายไปได้ 3,000 ขวด ถือว่าขายดีขวดใหญ่ ขนาด 120 ML. ขาย 990 บาท คุณภาพ อยู่ในระดับไฮเอ็นด์ ใช้แล้วช่วยบำรุงผิวหน้า ช่วยให้ใบหน้าอิ่มฟู ลดรอยฝ้า รอยด่างดำ และนุ่มขึ้น ใช้ตบที่หน้าตอนเช้าและก่อนนอน

ผลิตภัณฑ์ตัวที่สองของ ABI HASU คือ มัลติวิตามินเซรั่มจากข้าวสังข์หยด นอกจากข้าวสังข์หยดจะมีเม็ดสีสารแอนโทไซยานิน ยังมีวิตามินอี, เอ, บี1, บี2 จากธรรมชาติ เนื้อเซรั่มมีสีชมพู เซรั่มขนาด 30 ML. ขวดละ 1,027 บาท ทำให้เกษตรกรเห็นว่าเมื่อนำมาแปรรูปแล้ว สามารถเพิ่มมูลค่าได้เท่าไร

ดร.พรวิชัยให้ข้อมูลอีกว่า ข้าวสังข์หยดมีคุณประโยชน์ค่อนข้างกว้าง เป็นข้าวที่มี Low GI คือ ค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำตาลเกิน มี Oryzanol และ GABA ที่พบในข้าวหลากหลายชนิด และยังมีสาร ADH ช่วยป้องกันเกิดมะเร็ง มีสารแอนโทไซยานิน วิตามิน อี เอ ที่เป็นแอนตี้ออกซิแดนต์จากธรรมชาติที่ดีมาก จึงเหมาะนำมาทำเป็นเครื่องสำอาง ช่วยบำรุงผิว ต่อต้านความชราของผิว ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อชะลอวัย และฟื้นฟูสภาพผิวเป็นหลัก

เค้กทำจากแป้งข้าวสังข์หยด

สำหรับปี 2566 กำลังขับเคลื่อนเพื่อเป็นธุรกิจเพื่อสังคม พร้อมกันนี้จะยกระดับผลิตภัณฑ์ข้าวสังข์หยด เช่น ทำแป้งข้าวสังข์หยดสำหรับ ทำขนม เนื่องจากตลาดเริ่มมีความต้องการแป้งข้าวสังข์หยดมากขึ้น แต่เกษตรกรผลิตไม่ทัน (ติดต่อได้ที่โทร 09-5438-6657)

บดินทร์ภัทร-วิสุทธิ์ วิบูลย์พันธุ์

ทีนี้มาฟังในส่วนของชุมชนกันบ้าง ‘คุณวิสุทธิ์ วิบูลย์พันธุ์’ ประธานวิสาหกิจชุมชนชาวนาพัทลุง ซึ่งกลุ่มตั้งอยู่ที่วิบูลย์พันธ์ออแกนิคฟาร์ม ต.หารโพธิ์ อ.เขาชัยสน เล่าว่า กลุ่มก่อตั้งปี 2561 มีพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมด 300 ไร่ โครงการวิจัยทางมหาวิทยาลัยทักษิณที่เข้ามาช่วย เห็นผลแล้ว เช่น การทำโจ๊กข้าวสังข์หยด และการทำเค้กข้าวสังข์หยด ในส่วนของโจ๊กตั้งเป้าจะเริ่มทำขายประมาณ 10,000 ซองก่อน ซึ่งตนเองรับผิดชอบเรื่องการปลูกและคัดสรรข้าว ส่วนลูกชาย ‘บดินทร์ภัทร วิบูลย์พันธุ์’ รับผิดชอบเรื่องการแปรรูปและการตลาด ใช้ชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดวิสาหกิจชุมชนชาวนาพัทลุง

สมาชิกวิสาหกิจฯชาวนาพัทลุง

ทั้งหมดนี้คงทำให้เห็นแล้วว่าโครงการวิจัยดังกล่าวช่วยให้วิสาหกิจชุมชนนำนวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นไปใช้ได้จริง ซึ่งทำให้พวกเขาได้รับ ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเพราะทำตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน