ปิดดีลการควบรวมกิจการระหว่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค หลังจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ใช้เวลาหารือมาราธอน 11 ชั่วโมงในการลงมติรับทราบการควบรวม ดังกล่าว ท่ามกลางม็อบต่อต้านการควบรวมบริเวณหน้ากสทช.
ซึ่งที่ประชุมกสทช.ได้กำหนดเงื่อนไขเพื่อควบคุมการควบรวม และมาตรการเฉพาะ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ในข้อกังวลจำนวน 5 ข้อ ได้แก่ 1.เรื่องอัตราค่าบริการ และสัญญาการให้บริการ มีเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะ ดังนี้ การกำหนดเพดานราคาของอัตราค่าบริการเฉลี่ย ในอัตราค่าบริการเฉลี่ยลดลง 12% โดยใช้วิธีการเฉลี่ยราคาใหม่ ด้วยการถ่วงน้ำหนักตามจำนวนผู้ใช้บริการในแต่ละรายการส่งเสริมการขายภายใน 90 วันหลังจากมีการควบรวม
ขณะเดียวกันให้มีทางเลือกของราคาที่แยกรายบริการเพื่อให้เป็นทางเลือก พร้อมให้นำส่งข้อมูลต้นทุนและ ข้อมูลที่จำเป็นโดยให้มีหน่วยงานตรวจสอบ และให้ผู้แจ้งการรวมธุรกิจประกาศให้ผู้ใช้บริการรับทราบ เพื่อมีการตรวจสอบและมีบทลงโทษกรณีทำไม่ได้ เช่น ปรับเป็นจำนวนร้อยละของรายได้ หรือปรับเป็นขั้นบันได และ เพิกถอนใบอนุญาต
2.การกำหนดราคาค่าบริการ โดยใช้ราคาเฉลี่ยทางเศรษฐศาสตร์ และให้นำส่งข้อมูลตามประกาศกสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำรายงานบัญชีแยกประเภทในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2564 ให้ครบถ้วน โดยให้แยกรายละเอียดเป็นรายเดือน และนำส่งสำนักงาน กสทช. ทุก 3 เดือน หรือเมื่อกสทช.ร้องขอ เพื่อใช้ตรวจสอบโครงสร้างต้นทุน โครงสร้างอัตราค่าบริการ และนำมาคำนวณหาต้นทุนรวมเฉลี่ย ซึ่งเป็นราคาในตลาดที่มีการแข่งขัน และต้นทุนส่วนเพิ่มที่เป็นปัจจุบันและถูกต้อง
รวมถึงจัดให้มีที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญด้านการสอบทานข้อมูลโครงสร้าง ต้นทุน อัตราค่าบริการ หรือข้อมูลด้านอัตราต่างๆ ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในต่างประเทศมาไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยให้ กสทช.เป็นผู้กำหนด และให้ผู้ยื่นคำร้องรวมธุรกิจเป็นผู้รับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายทั้งปวงที่เกิดขึ้นจากการจัดหาและจัดจ้างที่ปรึกษา
เพื่อสอบทานความถูกต้องของข้อมูลอัตราค่าบริการเฉลี่ยลดลง ตรวจสอบโครงสร้างต้นทุน โครงสร้างอัตรา ค่าบริการ และนำมาคำนวณหาต้นทุนเฉลี่ยและต้นทุนส่วนเพิ่มที่ถูกต้องของแต่ละรายบริการ เช่น บริการเสียง บริการข้อมูล บริการส่งข้อความ เป็นต้น ให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือนเมื่อมีการรวมธุรกิจ
และต้องจัดให้มีที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญเพื่อทำหน้าที่สอบทาน ความถูกต้องของข้อมูล ปีละ 4 ครั้ง (รายไตรมาส) โดยต้องจัดให้มีที่ปรึกษาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี หรือตลอดระยะเวลาอายุใบอนุญาตสิ้นสุดลงในกรณีที่อายุใบอนุญาตน้อยกว่า 10 ปี
พร้อมกันนี้จะต้องมีการกำหนดและแสดงอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แยกตามรายบริการ เช่น บริการเสียง บริการข้อมูล บริการส่งข้อความ เป็นต้น หรือการส่งเสริม การขายแบบแยกรายบริการ เพื่อให้ผู้ใช้บริการปลายทางได้รับทราบก่อน โดยให้กำหนดอัตราค่าบริการตามต้นทุนเฉลี่ยรายบริการ โดยคิดราคาตามที่มีการใช้งานจริง โดยจะต้องไม่มีการกำหนดการซื้อบริการขั้นต่ำไว้
และจะต้องจัดช่องทางการให้บริการที่สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย ครอบคลุมและง่ายต่อการเลือกซื้อ เปลี่ยนแปลง (เพิ่ม ลด) การใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ตามความต้องการของผู้ใช้บริการปลายทาง โดยปราศจากข้อจำกัด
3.การคงทางเลือกของผู้บริโภค การกำหนดให้บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมูนิเคชั่น จำกัด หรือ TUC และบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด หรือ DTN ยังคงแบรนด์การให้บริการแยกจากกัน เป็นระยะเวลา 3 ปี
4.สัญญาการให้บริการ บริษัท TUC และบริษัท DTN จะต้องคงไว้ซึ่งเงื่อนไขของสัญญาและข้อตกลงระหว่างบริษัทและผู้ใช้บริการ รวมถึงผลประโยชน์ที่ได้รับตามที่ได้มีการทำสัญญาหรือข้อตกลงไว้ตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา เว้นแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของสัญญาที่เป็นคุณหรือเป็นประโยชน์และได้รับการยินยอมจากผู้ใช้บริการแล้ว
5.การประชาสัมพันธ์การให้บริการเพื่อความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการ ภายหลังการรวมธุรกิจ บริษัท TUC และบริษัท DTN จะต้องประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทราบถึงการคงไว้ ซึ่งคุณภาพในการให้บริการและค่าบริการที่เป็นธรรม และจะต้องกำหนดแนวทางการปฏิบัติเพื่อรักษาคุณภาพของสินค้าและบริการหลังการรวมธุรกิจ โดยสำนักงาน กสทช.อาจกำหนดแนวทางและระยะเวลาการดำเนินการ รวมถึงเงื่อนไขในการปฏิบัติในเรื่องการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้บริษัท TUC และบริษัท DTN ดำเนินการต่อไป
ส่วนข้อกังวลถึงอุปสรรคการเข้าสู่ตลาด-ขาดประสิทธิภาพการแข่งขัน และการสนับสนุน ผู้ประกอบการรายย่อย ที่ประชุมกสทช.มีเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะ 2 ส่วน ดังนี้ 1.เงื่อนไขบังคับก่อนการรวมธุรกิจ ให้ผู้ยื่นคำร้องขอรวมธุรกิจจัดทำแผนการจัดให้มี ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน (MVNO) โดยจะต้องจัดให้มีหน่วยธุรกิจเพื่อให้บริการ โครงข่ายแก่ผู้ให้บริการ MVNO โดยมีการแยกระบบการบริหารจัดการ ระบบบัญชี ออกจากหน่วยธุรกิจหลักที่ เกิดขึ้นจากการรวมธุรกิจในครั้งนี้
และจัดให้มีระบบการให้บริการโครงข่ายที่พร้อมรองรับการเข้าใช้บริการโครงข่ายสำหรับผู้ให้บริการ MVNO ภายหลังจากมีการรวมธุรกิจโดยทันที และเมื่อเกิดการรวมธุรกิจ จัดให้มีแผนการแยกการบริหารจัดการ ระบบบัญชี สำหรับให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่กับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยให้เสนอแผนดังกล่าวต่อกสทช. ก่อนการรวมธุรกิจ
2.มาตรการเฉพาะภายหลังการรวมธุรกิจ ผู้รับใบอนุญาตที่เกิดขึ้นจากการรวมธุรกิจ ตลอดจนบริษัทย่อยที่อยู่ภายใต้การควบคุม ต้องดำเนินการให้ผู้รับใบอนุญาต MVNO สามารถใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายกับผู้รับใบอนุญาตรายอื่นได้เช่นเดียวกับตนเอง และผู้รับใบอนุญาต ผู้ประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งไม่มีคลื่นความถี่เป็นของตนเอง สามารถให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีคลื่นความถี่เป็นของตนเอง
รวมทั้งไม่ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานหรือโครงข่ายโทรคมนาคม หรือการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบ โครงข่ายเสมือน (MVNO) จะต้องได้รับสิทธิในการใช้บริการจากคลื่นความถี่ในทุกย่านของผู้รวมธุรกิจที่มีสิทธิในการใช้งานทั้งสิทธิทางตรงและสิทธิที่ได้รับช่วงมาภายใต้มาตรฐานเทคโนโลยีเดียวกัน
สำหรับข้อกังวลคุณภาพการให้บริการ กสทช.มีเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะ ให้บริษัท TUC และบริษัท DTN จะต้องคงคุณภาพในการให้บริการ
จะต้องไม่ลดคงจำนวนระบบสื่อสัญญาณ (cell sites) ของทั้งสองบริษัทลงจากเดิม เพื่อรักษาคุณภาพและมาตรฐานของบริการที่ให้ประชาชนได้รับให้ไม่ต่ำไปกว่าเดิม และจะต้องรักษาคุณภาพและมาตรฐานของบริการตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรฐานของคุณภาพการให้บริการโทรคมนาคมอย่างเคร่งครัด
ในขณะที่คุณภาพในการให้บริการลูกค้า บริษัท TUC และบริษัท DTN จะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับจำนวนลูกค้าที่จะเพิ่มขึ้นจากการรวมธุรกิจเพื่อให้คุณภาพในการให้บริการต่อผู้ใช้บริการไม่ต่ำกว่าเดิม และความครอบคลุมของโครงข่าย บริษัท TUC และหรือบริษัท DTN จะต้องจัดให้มีโครงข่ายโทรคมนาคมเพื่อการประกอบกิจการด้วยเทคโนโลยี 5G ครอบคลุมไม่น้อยกว่า 85% ของจำนวนประชากรทั้งหมดของประเทศภายใน 3 ปี และ 90% ของประชากรทั้งหมดของประเทศภายใน 5 ปีนับจากวันที่รวมธุรกิจ
สุดท้ายต้องมีการรายงานผลการประกอบธุรกิจ ภายใต้การดำเนินการตามกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขที่ได้รับจาก กสทช. ทุก 6 เดือน ในระยะเวลาอย่างน้อย 5 ปี และภายหลังการรวมธุรกิจ หากกสทช.พิจารณาหรือได้รับการร้องเรียนว่ามีการกระทำ พฤติกรรม หรือเหตุอันเป็นการผูกขาด หรือลด หรือจำกัดการแข่งขันในการให้บริการ กิจการโทรคมนาคมมีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญทำให้เงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะไม่เหมาะสมหรือไม่มีประสิทธิภาพ กสทช. อาจระงับ ยกเลิก เพิ่มเติม หรือปรับปรุงเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะใหม่ก็ได้ตามความเหมาะสมและความจำเป็น
ทางด้านทรู และดีแทค จะทำการพิจารณาเงื่อนไข หรือมาตรการเฉพาะดังกล่าวของกสทช. เพื่อนำไปสู่ข้อสรุปที่เหมาะสมและการดำเนินการขั้นต่อไป
ดังนั้น จึงต้องจับตาดูกันต่อไป เพราะด้วยมาตรการ เข้มข้นที่กสทช.ออกมา มีความละเอียดยิบ และเน้นให้ความสำคัญกับผู้บริโภคมาเป็นอันดับหนึ่ง ขณะที่กระแสคัดค้านก็ยังไม่แผ่ว
ทำให้การควบรวมธุรกิจคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะจึงจะถึงเส้นชัย