เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สุดยอดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก XPS 13 Plus อย่างเป็นทางการในงานที่ noble PLAY เมื่อ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา
เป็น XPS 13 ที่มาพร้อมขุมพลังหน่วยประมวลผล หรือซีพียู 12th Gen Intel Core กำลังไฟ 28 วัตต์ (W) มีไฮไลต์ที่ตัวเครื่องได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดพร้อมประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้น
ทำให้ XPS 13 Plus ไม่เพียงมีรูปลักษณ์ทันสมัย มีสไตล์ ยังทรงประสิทธิภาพรองรับการใช้งานได้ครอบคลุม อาศัยแรงบันดาลใจจากไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ในกลุ่ม Gen-Z ซึ่งเป็นนิยามใหม่ของความเป็นพรีเมียม

นายอโณทัย เวทยากร รองประธานบริหาร ตลาดเกิดใหม่ภูมิภาคเอเชียและธุรกิจคอนซูเมอร์ภูมิภาคเอเชียใต้ กล่าวว่า XPS คือ สายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลมากที่สุดของเดลล์ตลอดกาล เป็นตัวแทนแสดงให้เห็นเด่นชัดถึงฟอร์มและฟังก์ชันการทำงานที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม เดลล์ไม่ได้ภูมิใจกับความสำเร็จนี้เท่านั้น เพราะยังคงเดินหน้าคิดค้นพัฒนาและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
“XPS 13 Plus ใหม่ได้รับแรงบันดาลใจจากผู้ใช้กลุ่ม Gen-Z ที่ให้ความสนใจกับประสบการณ์การสร้างสรรค์เป็นหลัก ดังนั้น เราจึงตัดคุณสมบัติที่ไม่จำเป็นออกและเสริมเติมสิ่งจำเป็นเข้าไป เพื่อมอบการทำงานที่ทันสมัยไร้รอยต่อกับผู้ใช้เป็นสำคัญ” นายอโณทัยระบุ
เดลล์ระบุ XPS 13 Plus มาพร้อมซีพียู 12th Gen Intel Core ขนาด 28 W (สูงขึ้นจาก 15 W ในรุ่นก่อนหน้า) พร้อมได้รับการสนับสนุนการทำงานจากพัดลมขนาดใหญ่ขึ้น ให้ระบบระบายลมดีขึ้นถึงร้อยละ 55 โดยไม่เพิ่มเสียงรบกวน หรือทำให้เกิดปัญหาอุณหภูมิสูง

XPS 13 Plus มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ล่าสุด ให้อายุการใช้งานยาวนานในดีไซน์ที่มีน้ำหนักเบา เพื่อการผสมผสานที่น่าทึ่งระหว่างความเร็ว ประสิทธิภาพ และความคล่องตัวในระดับพรีเมียม เทคโนโลยี Express Charge 2.0 ยังช่วยให้เครื่องชาร์จพลังงานกลับได้ถึงร้อยละ 80 ในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ช่วยให้ผู้ใช้เติมพลังได้อย่างรวดเร็ว
XPS 13 Plus มาพร้อมดีไซน์สวยสะอาด กลมกลืน พร้อมแถบฟังก์ชันสัมผัสแบบ Capacitive ทัชแพดแบบกระจกไร้รอยต่อ ระบบสัมผัสแบบ haptic คีย์บอร์ดแบบ Zero-lattice เพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับส่วนใช้เชื่อมต่อกับผู้ใช้งาน (user interfaces) เพื่อการออกแบบภายในที่ลงตัว
รูปลักษณ์ XPS รุ่นนี้ ทันสมัยในแบบมินิมัลลิสต์ มาพร้อมแป้นพิมพ์เพรียวงาม แถบปุ่มสั่งงาน (Function Row) ทัชแพด ตลอดจนที่ พักมือ (Palm Rest) ให้รูปลักษณ์โดดเด่น สะอาดตา นุ่มนวลเมื่อสัมผัส

เสริมด้วยขอบโค้งมนที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวลทั่วทั้งตัวเครื่อง ไม่มีพื้นที่สิ้นเปลือง ด้วยระบบอินเตอร์เฟซแบบ edge-to-edge ให้ความเรียบง่ายในการออกแบบทั้งหมดเป็นไปเพื่อรูปลักษณ์ภายนอกที่สะอาดและกลมกลืน
การดีไซน์ข้างต้นยังมาพร้อมคีย์แคป (หรือที่รู้จักในชื่อ Zero-lattice) ขนาดใหญ่ขึ้น ตัวแป้นพิมพ์ให้ความสะดวกสบาย นุ่มนวล มีประสิทธิภาพในทุกการสัมผัสตัวแป้นพิมพ์
แถบด้านบนสุดของตัวคีย์บอร์ด เรียบหรูหมดจดกว่าเดิม ทั้งหมดเพราะความสามารถ ด้านการสัมผัสใหม่ (touch experience) ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสลับระหว่างปุ่มพิเศษ (media keys) และปุ่มฟังก์ชัน (function keys) ง่ายดายเพียงแค่กดปุ่มฟังก์ชัน
ขณะเดียวกันตัว trackpad แบบดั้งเดิมยังถูกแทนที่ ด้วย glass touchpad ให้การ ตอบสนองต่อการสัมผัสในแบบ haptic อีกด้วย โดยซ่อนไว้จากสายตาทำให้แลดูสะอาดตาและแปลกใหม่

XPS 13 Plus มาในสีเข้มเหนือกาลเวลา (กราไฟต์) พร้อมพื้นผิวที่ได้รับการปรับปรุงด้วยเจตนาให้ตัวเครื่องสะท้อนความเรียบหรูระดับพรีเมียม จอภาพมีความละเอียดสูงสุด 4K+ให้สี สดใสสมจริงบนจอแสดงผล OLED ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Eyesafe ช่วยลดแสงสีฟ้าที่เป็นอันตราย พร้อมดีไซน์ลำโพงสี่ตัวที่มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
เดลล์เข้าใจเป็นอย่างดีว่า ประสาทสัมผัส (senses) และประสบการณ์ การควบคุมใช้งาน คือสิ่งใช้ขับเคลื่อนกระบวนการการสร้างสรรค์ ดังนั้น XPS 13 Plus ใหม่จึงเพิ่มประสิทธิภาพของ ทั้งภาพและเสียงให้ดีมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ จอแสดงผล InfinityEdge แบบ 4 ด้าน ที่บุกเบิกขึ้นใหม่ยังมอบประสบการณ์การรับชมในแบบ borderless อย่างแท้จริง ขณะที่จำนวนเลเยอร์จากหน้าจอดิสเพลย์ถูกปรับลดลง เพื่อปรับปรุงความชัดเจนและช่วยให้น้ำหนักน้อยลง

ผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินไปกับเสียงดังกังวานมากกว่าเดิม พร้อมแถบเสียงแบบไดนามิกที่กว้างขึ้น ลำโพงพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพ 4 ตัวเมื่อต้องการสร้างสรรค์ หรือใช้งานคอนเทนต์
ลำโพงแบบยิงเสียงขึ้น (up-firing) สองตัวซ่อนอยู่ภายใต้แป้นพิมพ์ ขณะที่ลำโพงแบบยิงเสียงลง (down-firing) อีกสองตัวที่ฐาน ให้ผลลัพธ์เสียงที่น่าทึ่งทั้งสำหรับการฟังเพลง ดูภาพยนตร์ และการประชุม
เดลล์ยังพิถีพิถันด้านการผลิตและบรรจุภัณฑ์ นับเป็น XPS ตัวแรกที่ผลิตขึ้นโดยใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียนจากพลังน้ำ ช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินต์ของอะลูมิเนียมได้อย่างมาก ทั้งสามารถนำมารีไซเคิลได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น จึงสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ (reuse) ตามเป้าหมาย 2030 ของเดลล์

การใส่ใจและให้ความสำคัญต่อแนวทางความเรียบง่ายในแบบ มินิมัลลิสต์ของเดลล์ ขยายออกไปไกลกว่าการออกแบบ เพื่อให้ครอบคลุมทั้งกระบวนการด้านการผลิตและการทำบรรจุภัณฑ์ ทั้งหมดส่งผลต่อการสรรค์สร้างกระบวนการผลิตที่เรียบง่าย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เป็นไปตามความมุ่งมั่นและพันธสัญญาอันยาวนานของเดลล์ ในการทำงานอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการตัดทอนขั้นตอน ลดการเคลือบเงา วัสดุต่างๆ และยกระดับขั้นตอนอื่นๆ ที่ยังคงอยู่ขึ้นมา ทำให้เดลล์สามารถลดปริมาณชิ้นส่วนถูกทิ้ง ตลอดจนภาพรวมของคาร์บอนฟุตพรินต์ หรือปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์ ลงได้

นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ใหม่ทั้งหมดของ XPS 13 Plus ยังทำจากวัสดุจากแหล่งที่ยั่งยืน หรือหมุนเวียนได้ทั้งหมด เอกสารประกอบที่เป็นกระดาษ ช่วยเพิ่มความสามารถในการรีไซเคิลอีกด้วย
ท้ายสุดด้วยระบบของ Dell Migrate ให้ ผู้ใช้สามารถย้ายข้อมูลและไฟล์ที่มีความสำคัญและยากต่อการแทนที่ จากพีซี ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows ไปยังโน้ตบุ๊ก XPS 13 Plus ใหม่นี้ได้อย่างราบรื่น
ทีมข่าวสดไอที มองว่า Dell XPS 13 Plus เป็นสุดยอดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กจากค่ายเดลล์ แม้จะไม่ได้สมบูรณ์แบบไปทั้งหมด เพราะยังมีข้อด้อยที่ระยะเวลาการใช้งานจากแบตเตอรี่ที่อยู่ได้ ราว 4 ถึง 5 ชั่วโมง

กล้อง WebCam ความละเอียด 720p (แบรนด์อื่นไปถึง 1080p แล้ว) และ Thunderbolt/USB-C เพียง 2 ตำแหน่ง แถมไม่มีช่องหูฟังมินิสเตอริโอ (สามารถใช้ USB-C แทนได้) จึงถือว่าน้อยเกินไป
ทว่า ทั้งหมดนี้ชดเชยด้วยจุดเด่นที่สุดเรื่องการปรับเปลี่ยนดีไซน์ภายนอก เริ่มตั้งแต่ ทัชแพดที่อันตรธานหายไปจากสายตา แต่แท้ที่จริงถูกซ่อนไว้เพื่อช่วยให้รูปลักษณ์ดูเรียบลื่นกลมกลืนแต่ยังใช้งานได้ดีเยี่ยมเหมือนเดิม
แป้นพิมพ์ที่ปุ่มมีลักษณะแบนราบเรียบชิดเรียงกันตั้งแต่ขอบด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง ฟังก์ชันคีย์ด้านบนที่เป็นแถบแสง LED ความบางเฉียบเพียง 15 มิลลิเมตร อัดแน่นด้วยสเป๊กเครื่องทรงประสิทธิภาพ จอภาพ 4K+ แบบ OLED ทัชสกรีน
ถือเป็นหนึ่งในสุดยอดโน้ตบุ๊กที่รองรับ ไลฟ์สไตล์ได้ครบถ้วน พร้อมหน้าตาที่ ไม่เหมือนใคร สนนราคาที่ 73,900 บาท วางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย
ทีมข่าวสดไอที