เมื่อวันที่ 31 ต.ค. เอเอฟพีรายงานสถานการณ์ความไม่สงบที่ยังยืดเยื้อในยูเครนว่า กองทัพยูเครนโพสต์ผ่านเทเลแกรมว่า เมื่อเวลา 07.00 น. กองกำลังรัสเซียยิงขีปนาวุธร่อนรุ่นเอ็กซ์ 101/เอ็กซ์ 555 กว่า 50 ลูกโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนหลายแห่งทั่วประเทศ และส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนัก
เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นหลังรัฐบาลรัสเซียประกาศระงับความร่วมมือในข้อริเริ่มขนส่งธัญพืชในพื้นที่ทะเลดำเพื่อเปิดทางให้เรือยูเครนขนส่งสินค้าออกสู่ตลาดโลกและบรรเทาวิกฤตขาดแคลนอาหาร ท่ามกลางการเรียกร้องขอให้รัสเซียทำตามข้อตกลงและหยุดใช้อาหาร เป็นเครื่องต่อรอง ขณะที่เว็บไซต์ติดตามการเดินเรือระบุว่าเรือบรรทุกธัญพืช 2 ลำของยูเครน เดินทางออกจากท่าเรือเมื่อช่วงเช้า และมีเรืออีก 12 ลำที่รอออกจากท่าในวันเดียวกัน

โจมตีอีก – กลุ่มควันดำทะมึนพวยพุ่งขึ้นจากย่านที่อยู่อาศัยชานกรุงเคียฟ ของยูเครน หลังกองกำลังรัสเซียระดมยิงขีปนาวุธมากกว่า 50 ลูกโจมตีหลายพื้นที่ในยูเครน โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน เมื่อวันที่ 31 ต.ค. (รอยเตอร์)
วันเดียวกัน ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียหารือกับนายกรัฐมนตรีนิโคล ปาชินยาน แห่งอาร์เมเนีย และประธานาธิบดีอิลฮัม เฮย์แดร์ โอกลู แอลีเยฟ ผู้นำอาเซอร์ ไบจาน สองประเทศอดีตสมาชิกอดีตสหภาพโซเวียต ที่เมืองโซชี ติดทะเลดำของรัสเซีย เพื่อยุติความขัดแย้งยืดเยื้อหลายทศวรรษจากกรณีพิพาทดินแดนนากอร์โน-คาราบัค จนนำไปสู่การปะทะนองเลือดหลายครั้ง รวมถึงการโจมตีดุเดือดบริเวณชายแดนเมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา โดยอาร์เมเนียระบุว่ามีทหารเสียชีวิต 431 นาย ส่วนทหารอาเซอร์ไบจานเสียชีวิต 450 นาย