นายสิทธา มูลหงษ์ ผู้ตรวจราชการพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมมหาเถรสมาคม เลขาธิการมหาเถรสมาคมเสนอว่า ตามคำสั่งมหาเถรสมาคม สั่ง ณ วันที่ 4 พ.ย.2530 เรื่อง ห้ามภิกษุสามเณรเข้าไปพำนักอาศัยหรือดำเนินการใดๆ ในสถานที่ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด พ.ศ.2530 ข้อ 3 กำหนดว่า “ห้ามภิกษุสามเณรเข้าไปพำนักอาศัยหรือดำเนินการใดๆ ในสถานที่ซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดตามกฎกระทรวง แม้จะเป็นการชั่วคราว เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็น ลายลักษณ์อักษรจากเจ้าคณะจังหวัดเจ้าสังกัดท้องที่”

สภาพปัจจุบัน ที่พักสงฆ์ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของทางราชการ หรืออยู่ในที่สาธารณประโยชน์ ได้มีพระภิกษุ สามเณร เข้าไปพำนักอาศัยยังคงมีอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ได้ขออนุญาตต่อเจ้าคณะจังหวัดเจ้าสังกัดที่เป็น ลายลักษณ์อักษร สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เห็นควรนำเสนอมหาเถรสมาคมเพื่อโปรดพิจารณา เพื่อให้พระภิกษุ สามเณรได้ถือปฏิบัติตามคำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่อง ห้ามภิกษุสามเณรเข้าไปพำนักอาศัยหรือดำเนินการใดๆ ในสถานที่ซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด พ.ศ.2530 อย่างเคร่งครัด เพื่อให้สอดคล้องกับมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 10/2565 มติที่ 354/2565 เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2565 เรื่อง การขออนุมัติ/แต่งตั้งรองเจ้าคณะอำเภอ และรองเจ้าคณะจังหวัด ที่กำหนดให้นับจำนวนวัด สำนักสงฆ์ และที่พักสงฆ์ ทั้งหมด มาเป็นปริมาณในการขออนุมัติตำแหน่งหรือเสนอแต่งตั้งรองเจ้าคณะอำเภอ/รองเจ้าคณะจังหวัด

ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบ และมอบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แจ้งเจ้าคณะจังหวัดทั้ง 3 ฝ่ายทราบ และแจ้งวัดในเขตปกครองปฏิบัติตาม คำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่อง ห้ามภิกษุสามเณรเข้าไปพำนักอาศัย หรือดำเนินการใดๆ ในสถานที่ซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด พ.ศ.2530 อย่างเคร่งครัด และให้ดำเนินการได้ทันที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน