ศาลาว่าการกทม. – เมื่อวันที่ 4 พ.ย. นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กทม.ได้สำรวจโป๊ะและท่าเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองต่างๆ เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน ช่วงเทศกาลลอยกระทง จากการสำรวจในพื้นที่กรุงเทพฯ มีท่าเรือ จำนวน 404 ท่า มีสภาพใช้งานได้ จำนวน 376 ท่า เป็นท่าเรือเอกชน 249 ท่า ท่าเรือสาธารณะ 119 ท่า ไม่ปรากฏเจ้าของ 8 ท่า สภาพชำรุด 28 ท่า เป็นท่าเรือเอกชน 19 ท่า ท่าเรือสาธารณะ 9 ท่า

ทั้งนี้ โป๊ะและท่าเรือที่มีสภาพปกติ ใช้ได้ กทม.ได้ จัดกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจและเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกว่า 2,000 นาย อยู่ประจำทุกจุดเพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน พร้อมจัดเรือดับเพลิงและเรือกู้ชีวิต ลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานพระราม 7 ถึงสะพานพระราม 9 รวมระยะทาง 20.4 ก.ม. แบ่งเป็น 3 ช่วง ดังนี้

ช่วงที่ 1 ตั้งแต่สะพานพระราม 7 ถึงสะพานพระปิ่นเกล้า ประกอบด้วย เรือดับเพลิง 38 ฟุต จำนวน 1 ลำ เรือเจ็ตสกี จำนวน 2 ลำ เรือกู้ชีพ ร.พ.วชิระ จำนวน 1 ลำ เจ้าหน้าที่และอุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำ ช่วงที่ 2 ตั้งแต่สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ถึงสะพานตากสิน (สะพานสาทร) ประกอบด้วยเรือดับเพลิง 38 ฟุต จำนวน 2 ลำ เรือกู้ชีพ ร.พ.ตากสิน จำนวน 1 ลำ เจ้าหน้าที่และอุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำ และช่วงที่ 3 ตั้งแต่สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (สะพานสาทร) ถึงสะพานพระราม 9 ประกอบด้วย เรือดับเพลิง 38 ฟุต จำนวน 2 ลำ เรือกู้ชีพ ร.พ.เจริญกรุง จำนวน 1 ลำ เจ้าหน้าที่และอุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำ ส่วนโป๊ะและท่าเรือที่มีสภาพชำรุด กทม.ได้ปิดกั้นท่าเรือและโป๊ะพร้อมทั้งติดตั้งป้ายห้ามใช้งานเรียบร้อยแล้ว

นายเอกวรัญญูกล่าวต่อว่า กทม.ได้เตรียมพร้อมป้องกันการเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยกำชับให้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่นับจำนวนประชาชนก่อนลงท่าเรือหรือโป๊ะ โดยจำกัดผู้ที่จะลงไปในท่าเรือหรือโป๊ะ 1 คน ต่อ 1 ตารางเมตร เพื่อความปลอดภัย และไม่ให้เกิดความหนาแน่นจนเกินไป โดยกำชับให้สำนักงานเขตถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ กทม.ได้ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์กรุงเทพมหานครในช่วงวันลอยกระทง ประจำปี 2565 ด้วย ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นเหตุสาธารณภัย แจ้งเพื่อขอความช่วยเหลือได้ ทางโทรศัพท์สายด่วน 199 และ 1555 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน