กลายเป็นอาชญากรรมที่ไม่ธรรมดาเสียแล้ว สำหรับการทลายผับเถื่อนของนายทุนชาวจีน ที่พบว่าไม่ใช่แค่สถานบริการ แต่ยังเป็นแหล่งจำหน่ายยาเสพติด ตั้งมา เพื่อลูกค้าชาวจีนในไทยได้ใช้บริการกันอย่างไม่ต้องเกรงกลัวกฎหมาย
เพราะเมื่อมีการเปิดเผยถึงกลุ่มนายทุนเหล่านี้ว่าไม่ธรรมดา มีสายสัมพันธ์ทั้งในองค์กรตำรวจ นักการเมืองใหญ่ฝั่งรัฐบาล มีการบริจาคเงินพรรคการเมืองมหาศาล ซึ่งถูกตั้ง ข้อสังเกตว่าเป็นการจ่ายค่าคุ้มครองแลกกับการดำเนินธุรกิจอย่างปลอดโปร่งโล่งสบาย
รวมทั้งอาจทำให้ประเทศไทยกลายเป็นฐานอาชญากรรมของนายทุนจีนเหล่านี้
กระทบต่ออธิปไตยของประเทศ และ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมไทย
จึงไม่แปลกที่ผบ.ตร.จะต้องกำชับสั่งจัดระเบียบ พร้อมมอบหมายรองผบ.ตร.ถึง 2 คน ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
ส่วนผลการดำเนินการจะเป็นอย่างไร จะเป็นการกวาดล้างอย่างถึงลูกถึงคน หรือจะแค่เอาจริงเอาจังช่วงที่สังคมจับตา
อนาคตจะเป็นผู้ให้คำตอบ!!!

2 รองผบ.ตร.บิ๊กโจ๊ก บิ๊กต่อ
■ ปฏิบัติการทลายนายทุนจีน
กลางดึกคืนวันที่ 31 ต.ค. ปฏิบัติการล้างทุนสีเทาชาวจีนก็เริ่มต้นขึ้น โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล 2 รองผบ.ตร. นำกำลังปูพรมตรวจค้น 35 จุดใน 7 จังหวัด โดยเป็นทั้งบ้านพักของผู้ต้องสงสัย ผับบาร์คาราโอเกะต่างๆ ที่อยู่ในลิสต์รายชื่อของนายทุนสีเทาชาวจีน ก่อนสรุปผลงานในการแถลงวันที่ 1 พ.ย.
โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เปิดเผยว่า ได้เข้าตรวจค้นเป้าหมายหลายจุด ที่สำคัญได้แก่ บ้านของ ‘เดวิด’ หรือ ‘สุ่ย ไท่ เหว่ย’ นายทุนชาวจีนในเขตวัฒนา กทม. ยึดรถยนต์หรูหลายคัน
ขณะที่ตร.พัทยา จับกุมนายนิติพัฒน์ หรือโกเอี่ยว โชคชัยธนพร ที่อ้างว่าตำรวจรับส่วย พบเป็นนอมินี ทำธุรกิจแทน ส่วนที่มุกดาหารจับกุมนาย‘ยู่ ฉาง เฟย’ ที่เตรียมหลบหนีไปประเทศลาว
ได้ผู้ต้องหาคนสำคัญอีกมาก!!
ต่อมาได้ขยายผลเพิ่มเติม ตรวจค้นอีก 3 จุดในพื้นที่กทม. โดยเมื่อวันที่ 3 พ.ย. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์แถลงผลปฏิบัติการ ‘ล้มไม้ค้ำ ลิดกิ่งก้าน’ ระบุว่า จากปฏิบัติการสามารถจับกุม ผู้ต้องหากว่า 15 ราย ในจำนวนนี้เป็นคนจีน 11 ราย คนไทย 4 ราย พร้อมของกลางเป็นเงินสดกว่า 42 ล้านบาท รถยนต์หรูกว่า 10 คัน โฉนดที่ดินหลายรายการ สุราต่างประเทศ สำรับไพ่ กระเป๋าแบรนด์เนม มูลค่ารวมกว่า 300 ล้านบาท
ซึ่งเป็นการขยายผลจากการตรวจค้นสถานบริการจินหลิง ย่านยานนาวา เขตสาทร จับกุมผู้ต้องหาชาวไทยและจีนกว่า 300 คน ยึดรถหรูกว่า 30 คัน ตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือไม่
หลังจากสอบสวนพบว่าชายชาวจีนคนดังกล่าวคือกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ แต่ถือหนังสือเดินทางประเทศกัมพูชา และยังมีหนังสือเดินทางของประเทศต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก รวมทั้งสวมสิทธิเป็นคนไทยมีบัตรประจำตัวประชาชน เงินที่ได้จากการหลอกลวงจะถูกนำมาฟอกด้วยการลงทุนในธุรกิจต่างๆ ซื้อบ้านหรู คอนโดฯ หรู รถยนต์หรู และทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก มีการจ้างบอดี้การ์ดคอยคุ้มกันตลอดเวลา จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายค้น 3 จุด จับกุมผู้ต้องหากว่า 15 ราย ในจำนวนนี้เป็นคนจีน 11 ราย คนไทย 4 ราย พร้อมของกลางเป็นเงินสดกว่า 42 ล้านบาท รถยนต์หรูกว่า 10 คัน โฉนดที่ดินหลายรายการ สุราต่างประเทศ สำรับไพ่ กระเป๋าแบรนด์เนม มูลค่ารวมกว่า 300 ล้านบาท
โดยบุคคลสำคัญคือนายหลิน เยี่ยน ชาวจีนที่ใช้บัตรประชาชนไทย และพาสปอร์ตไทย ชื่อ นายยะปะสอ สวรรยาคีรี ออกโดย อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ โดยจากการตรวจสอบกับทะเบียนราษฎร พบว่านายยะปะสอตัวจริงยังมีชีวิตอยู่ แต่มีอาชีพหักข้าวโพดในพื้นที่ภาคเหนือ
พบเดินทางเข้า-ออกกัมพูชา 25 ครั้ง มาเลเซีย 12 ครั้ง และทำธุรกิจาสุกี้ในคิงส์โรมัน ประเทศลาวอีกด้วย
ขณะที่ประเด็นที่ระบุว่ามีอดีตรัฐมนตรีเข้าไปเกี่ยวพันกับนายทุนจีนนั้น เจ้าหน้าที่ตรวจเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่
ประชาชนรอติดตามด้วยใจระทึกจริงๆ!!

ทลายผับจีน
■ ชูวิทย์แฉ 5 มาเฟียแดนมังกร
ขณะที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ก็ออกมาตอกย้ำว่าธุรกิจสีเทาของกลุ่มชาวจีนมีมานานแล้ว และระบุว่า ผับจินหลิง คือโมเดลผับศูนย์เหรียญที่ต่อยอดมาจากทัวร์ศูนย์เหรียญ
พร้อมอธิบายว่า สถานบันเทิงแบบนี้จะรับลูกค้าที่เป็นคนจีนเท่านั้น มีการรับฝากยาเสพติดที่เสพไม่หมด ไม่ต้องเสี่ยงเจอด่านตรวจตำรวจ
สถานบันเทิงดังกล่าวไม่ได้เป็นแค่เพียงผับ แต่ยังเปิดเป็นบ่อนการพนันด้วยด้วย แถมยังนำน้ำดื่ม สุรา บุหรี่ นำเข้ามาจากประเทศจีน จ้างคนจีนเป็นเด็กเสิร์ฟ จึงเรียกสถานบันเทิงประเภทนี้ว่า “ผับศูนย์เหรียญ” คือเจ้าของ เป็นคนจีน ของทุกอย่างมาจากประเทศจีนหมด เข้ามาทำธุรกิจสีเทาอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทย โดยไม่ต้องไม่เกรงใจคนไทยเลยแม้แต่น้อย
“เพราะนายทุนจีนชอบ จ่ายหนักให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ เลยสามารถเปิดธุรกิจสีเทาได้อย่างเต็มที่ ทั้งย่านรัชดาภิเษก, สุทธิสาร, ห้วยขวาง, พระราม 2 และพัทยา มีเจ้าพ่อเมืองหลวงซึ่งเป็นนักการเมืองใหญ่ให้ความคุ้มครอง ที่ทำหน้าที่หาเงินสีเทาเพื่อเอาไปให้กลุ่มการเมือง เพื่อเป็นทุนในการใช้เลือกตั้งในครั้งต่อไป”
พร้อมระบุอีกว่า มีข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการนายทุนจีนสีเทา และคนรับเงินผลประโยชน์ที่ตำรวจต้องรู้ไว้เพื่อปราบปราม
นอกจากนี้ยังเปิดโปง 5 กลุ่มมาเฟียจีน ว่ามีตั้งแต่กรุงเทพฯ พัทยา ไปจนถึงภูเก็ต โดยคนกลุ่มนี้ถือ 2 สัญชาติ ทั้งไทยและจีน เมื่อทำผิดก็หอบเงินหนีกลับประเทศ ใช้วิธีเอาชื่อคนตายสวมบัตรประชาชน จ้างคนไทยเปิดบริษัทนอมินี เอาเงินสกปรกจากจีนมาฟอกขาวในไทย
ฉากหน้าเป็นผับบาร์ ร้านอาหาร แต่หลังฉากมีทั้งบ่อน ยาเสพติด และคอลเซ็นเตอร์ พนันออนไลน์ แล้วเอาเงินกว้านซื้อที่ดินโดยใช้ชื่อบริษัทนอมินีเป็นเจ้าของโฉนด
โดย 5 มาเฟีย ประกอบด้วย 1.‘ต.ห.’ คนจีนแปลงสัญชาติไทย ที่เกี่ยวกับผับยานนาวาที่เพิ่งจับ แต่คนมีสีหิ้ว ต.ห.ออกจากโรงพักปล่อยตัวไปเพราะกลัวกระเทือนพรรคใหญ่
2.‘โทนี่’ สไตล์จีนชอบโชว์ นั่งโรลส์รอยซ์ เข้าถึงนักการเมืองไทย แจมสารพัดโครงการไม่ว่าหน้ากากอนามัย เอทีเค ทำผับ S.P.ลงทุน 4-500 ล้านบาท สนิทสนม สน.มักกะสัน ล่าสุดเตรียมขายหุ้นเผ่นเพราะท่าไม่ดี
3.‘เดวิด’ เจ้าของ BF ผับ ซี้นายพล ก. เคยจะเปิดบ่อน แต่โดนแฉเสียก่อน 4.‘ยู่ ฉาง เฟย’ อาณาจักรผับใหญ่พัทยา และ 5.‘หมิง’กับ ‘กู๋เอี่ยว’ คุมทั้งรัชดา และพัทยา
ทั้งหมดมีกงสีใหญ่คือ ‘เจ้าเหว่ย’ ที่อยู่นอกประเทศ
เป็นการเปิดโปงนี่น่าตะลึง!!

ยึดรถหรู
■ จุดเริ่มต้น-บุกจับผับค้ายา
สำหรับการจับกุมที่เป็นต้นเหตุการปฏิบัติการครั้งนี้ เกิดขึ้นประมาณตี 3 ของวันที่ 26 ต.ค. โดย พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 100 นาย บุกเข้าตรวจค้นอาคารจินหลิง, อาคาร LEELA และอาคาร WIP WUP CAR WASH เลขที่ 60-60/1 ถนนเจริญราษฎร์ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ หลังพบมีการลักลอบเปิดสถานบันเทิง และมั่วสุมเสพยาเสพติดอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าวจำนวนมาก
ที่เกิดเหตุมีบริเวณเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ มีรั้วรอบขอบชิด พบมีประตูเหล็กสูงกว่า 3 เมตร พร้อมกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่คอยดูความเคลื่อนไหวภายนอก มีลักษณะเหมือนจะเปิดเป็นคาร์แคร์ แต่ยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง มีอาคารก่อสร้างชั้นเดียวที่มีชื่อภาษาจีน และภาษาไทยระบุ จินหลิง และอาคาร LEELA
รอบตัวอาคารเป็นลานจอดรถ พบรถยนต์หรูหลายยี่ห้อจอดเรียงกัน อาทิ โรลส์รอยซ์, ปอร์เช่, เบนซ์, บีเอ็มดับเบิลยู และโตโยต้า อัลพาร์ด
เมื่อเข้าไปพบภายในแบ่งเป็นห้องคาราโอเกะเกือบ 20 ห้อง พร้อมประดับไฟแสงสี บริเวณทางเดิน โดยในแต่ละห้องพบนักเที่ยวทั้งชายและหญิงจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน อีกทั้งยังพบห้องเก็บของที่ใช้สำหรับซุกซ่อนยาเสพติด ประเภทเคตามีน แฮปปี้วอเตอร์ จำนวนหลายร้อยซองด้วย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมนักเที่ยวทั้งหมดไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด
พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รองผบช.น. ระบุว่า สถานที่แห่งนี้นอกจากเปิดบริการเป็นร้านคาราโอเกะให้นักท่องเที่ยวชาวจีน ยังพบพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ จัดสถานที่ให้มีการมั่วสุมยาเสพติด อีกทั้งยังให้บริการรับฝากยาเสพติดที่ใช้บริการไม่หมด และจัดให้มีการเล่นพนันกันผิดกฎหมาย

สวมบัตรปชช.-พาสปอร์ต
ทั้งนี้การตรวจค้นพบนักท่องเที่ยวชาวจีน 237 คน เป็นชาย 111 คน เป็นหญิง 126 คน และมีพนักงานชาวไทยและกัมพูชา 29 คน ตรวจสอบพบว่ามีผู้ที่เสพยาเสพติดประเภท เคตามีน 78 คน สารภาพ 48 คน ส่งฟ้องต่อศาลได้เลย ส่วนอีก 30 คน และยังมีผล ต่อเนื่องเมื่อพบว่า มี พ.ต.ต. และ ร.ต.อ.สังกัดสน.ยานนาวา เข้าไปยุ่งเหยิงกับผู้ต้องหา ไม่ส่งไปให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองควบคุม จนถูกดำเนินคดีฐานเรียกรับ หรือยอมจะ รับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบฯ
เป็นอีกประเด็นที่ต้องสะสางในองค์กรตำรวจเอง
เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับมาให้ได้!!!!