วันที่ 6 พ.ย. น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า คนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 ระหว่าง 5 ก.ย.-31 ต.ค.ที่ผ่านมา 22,293,473 ราย อยู่ระหว่างตรวจสอบสถานะ ขอย้ำว่าจำนวนลงทะเบียนหรือผู้ได้รับบัตรฯ ไม่ใช่จำนวนคนจนในประเทศไทย แต่เป็นกลุ่มที่รัฐบาลต้องการเข้าไปดูแลลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่ม เปราะบาง ที่ไม่ใช่คนจนทั้งหมด เพราะทุกรัฐบาลมีเส้นเกณฑ์วัดความจน
การสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน สำนักงานสถิติฯ ในปี 2564 มีคนจน 4,404,616 ล้านคน หรือ 6.32% ของประชากรทั้งประเทศ เกณฑ์ตัดสินว่า เข้าข่ายจนหรือไม่จนปี 2564 คือรายได้ต่อเดือนต้องได้ ต่ำกว่า 2,802 บาท/คน/เดือน ย้อนสถิติปี 2555 มีคนจนถึง 8,441,462 คน ระหว่างปี 2560-2565 รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มุ่งมั่นแก้ปัญหาคนจนโดยใช้ Big data และระบบวิเคราะห์ข้อมูลแบบชี้เป้า แตกต่างจากสำนักงานสถิติฯ ปี 2560 พบมีคนจน 1,702,499 คน จากการสำรวจ 35,999,061 คน ล่าสุดคนจนเป้าหมายวันที่ 25 ม.ค. 65 ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนเหลือเพียง 1,025,782 คน จากการสำรวจ 36,103,806 คน ดังนั้นไม่ว่าจะสถิติชี้วัดใดคนจนลดลง ต่อเนื่อง ยิ่งช่วงแก้ปัญหาภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ลดลงหลายล้านคน
ดังนั้นยอดลงทะเบียนบัตรฯ 22,293,473 ราย ปี 2565 จึงไม่ใช่จำนวนคนจนทั้งหมด แต่เงื่อนไขให้คนที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาท/คน/ปี หรือแม้แต่ผู้มีบ้าน มีวงเงินกู้ที่อยู่อาศัยรวมไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และมีเงินกู้ยานพาหนะไม่เกิน 1 ล้านบาท ลงทะเบียนได้ หากรัฐบาลเลือกใช้เส้นความยากจนเป็นเกณฑ์ กำหนดรายได้ 33,624 บาท/คน/ปี หรือ 2,802 บาท/คน/เดือน ยอดลงทะเบียนลดลงทันที สิ่งที่ ฝ่ายค้านและพรรคเพื่อไทยต้องพึงระวังคือหยุดด้อยค่าประชาชนจากสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับ หยุดตราหน้าคนที่ลงทะเบียนว่าเป็นคนจน เลิกบิดเบือนข้อมูลที่ศึกษาไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้องแล้วไปสร้างวาทกรรมคนจนเพิ่มขึ้น