สหมงคลฟิล์มฯ ประเดิมความยิ่งใหญ่ ของภาพยนตร์แอ๊กชั่นฮีโร่ไทยเรื่อง “ขุนพันธ์ 3” ในงาน “Thailand Comic Con 2022” ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยภายในงานพระเอกมาดเซอร์ ‘อนันดา เอเวอริงแฮม’ มาพูดคุยถึงการทำงานและเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์ดังกล่าว หลังเสร็จงานก็ได้ปลีกตัวมาให้สัมภาษณ์

◆ เห็นโมเดลขุนพันธ์แล้วเป็นอย่างไรบ้าง?
อนันดา – “โมเดลที่ทำขึ้นมาในงานนี้ สุดยอดมาก จริงๆ ทุกภาคที่แสดงมาจะมีคนทำโมเดลมาให้ผม ก็จะมีอยู่ที่บ้านหลายตัว แต่เป็นครั้งแรกที่เห็นดีเทลขนาดนี้ เส้นของหนวดยังมีเลย เขาเก็บดีเทลทุกอย่างดีมากเลย”

“ส่วนหนัง ขุนพันธ์ ภาค 3 พูดตรงๆ เปิดใจเลยว่า ผมคุยกับพี่โขม (ก้องเกียรติ โขมศิริ) ผู้กำกับฯ ว่า ภาคที่ 3 นี้น่าจะเป็นภาคสุดท้ายที่จะเป็นเวอร์ชั่นของผม ใครที่เป็นแฟนคลับของขุนพันธ์ ผมว่าภาคนี้ครบรสจริงๆ ทั้ง แอ๊กชั่น ดราม่า เข้มข้นสุดๆ ก็ฝากไว้ด้วย ภาค 3 ได้ดูกันปีหน้า 2 มีนาคม 2566 ครับ”

◆ หลังโตโน่ (ภาคิน) ว่ายน้ำข้ามโขง ก็เลยมีเพจดังหยิบตำนานรักข้ามโขงขึ้นมาพูด อีกครั้ง ทำหลายคนเซอร์ไพรส์ว่าคือพ่อแม่ ของอนันดา ในฐานะลูกมีความรู้สึกยังไง?
อนันดา – “ต้องขอขอบคุณโตโน่ แต่ก็ต้องบอกอย่างนี้จริงๆ ว่า ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยได้ติดตามข่าวสาร อันนี้ก็เพิ่งได้ยินเลยครับ แต่มันก็เป็นเรื่องของครอบครัว ผมเองผมก็รู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว”

◆ แต่หลายๆ คนอาจจะเสพแค่ผลงานอาจจะไม่รู้ประวัติครอบครัวแบบลึกซึ้งก็เซอร์ไพรส์และชื่นชม ไปด้วย?
อนันดา – “ยังไงก็ฝากด้วยแล้วกันครับ กว่าผมจะเกิดมาได้ก็ไม่ง่ายเท่าไหร่ ก็มีการว่ายข้ามโขงกันมา จริงๆ เรื่องของพ่อแม่ ถ้าใครอยากรู้ลองไปสืบไปหาดูได้ครับไม่ยาก เรื่องประวัติของเขา จริงๆ เป็นสิ่งที่ค่อนข้างยูนีกมากเหมือนกัน คือมันก็แปลกเนาะ อย่างผมเป็นลูกของพ่อแม่ ผมก็เลยรู้สึกเห็นเขาเป็นแค่พ่อแม่ แต่พอนึกกลับไป กว่าเขาจะมาถึงจุดนี้กันได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เรื่องของความรัก หรือถ้าใครสนใจที่ไม่ใช่แค่ความรัก แต่เป็นเรื่องหลายอย่างที่เขาทำ คือมันอยู่ในช่วงสงครามเวียดนาม ใครสนใจเรื่องสงคราม ประวัติของสงครามก็ไปดูประวัติพ่อแม่ได้เช่นเดียวกัน จะได้เห็นประวัติทางสงคราม ประวัติคอมมิวนิสต์ในลาว”

◆ เรื่องราวนี้ถูกนำไปสร้างเป็นหนังด้วย ส่วนตัวเราได้ดูหนังไหม?
อนันดา – “เคยดู ตอนนั้นเป็นหนังที่พระเอกฝั่งฮอลลีวู้ดเขาแสดง ชื่อ Michael Landon หนังเรื่อง Love is Forever พอนึกกลับไปก็เป็นเรื่องแปลก มันอาจจะเป็นดวงเป็นกรรมที่ผม มาอยู่ในวงการนี้ เพราะตอนผมเกิดปี 1982 เป็นปีที่เขาสร้างหนังเรื่องนั้น แล้วตั้งแต่เด็กผมก็อยู่ในกองถ่าย โตมาก็ยังอยู่ในกองถ่าย และจนทุกวันนี้ผมก็ยังอยู่ในกองถ่าย”

◆ ยิ่งไปกว่านั้น มีเรื่องของคุณทวดที่เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกประเทศออสเตรเลีย?
อนันดา – “ประวัติครอบครัวผมมีเยอะ อย่างคุณทวดชื่อ แมทธิว เอเวอริง แฮม ซึ่ง แมทธิว ก็เป็นชื่อกลางของผม ผมชื่ออนันดา แมทธิว เอเวอริงแฮม คือสมัยโน้นมันเป็น convict คือคนที่ มีคดีอยู่ที่อังกฤษ และเนื่องจากคุกที่อังกฤษเต็ม เขาเลยเอาคนเหล่าเนี้ยย้ายไปอยู่ในที่ต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือออสเตรเลีย แล้ว แมทธิว เอเวอริงแฮม คือหนึ่งในสองร้อยหกสิบกว่าคนแรกที่ไปอยู่ออสเตรเลีย ใครสนใจประวัติของออสเตรเลีย ก็ไปดูประวัติของครอบครัวผมได้เหมือนกันฮะ”

◆ เราอาจจะรู้เรื่องประวัติของครอบครัวมาแล้ว แต่ตอนนี้ถูกพูดถึงขึ้นมาอีก ในฐานะสายเลือด รู้สึกภูมิใจขนาดไหน?
อนันดา – “ก็เป็นความภาคภูมิใจอยู่แล้ว เรื่องราวของพ่อแม่ผม ถึงแม้จะเป็นสิ่งใกล้ตัว แต่มันก็เป็นอะไรที่ยูนีกมาก นึกถึงพ่อแม่ในภาพตอนเขาเป็นวัยรุ่นแล้วมีจุดยืนในเรื่องความรัก แล้วเป็นจุดยืนความรักที่เป็นตัวอย่างของความภาคภูมิใจของสังคมในช่วงนั้น เป็นความภาคภูมิใจของประชาธิปไตยในยุคนั้น พอนึกกลับไปก็เป็นความรู้สึกที่ภูมิใจ พ่อแม่เราก็ไม่ใช่แค่พ่อแม่นะ เขาเป็นไอคอนเหมือนกัน”

◆ ตอนนี้อย่างที่ทราบดีว่าทั้งสองท่านไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว แต่เราเองยังได้เจอและไปเยี่ยมท่านทั้งสองบ่อยไหม?
อนันดา – “ก็เจออยู่เรื่อยๆ ครับ คุณพ่อผมอยู่ที่หัวหิน คุณแม่อยู่เชียงใหม่ จริงๆ เป็น สตอรี่ที่ผมเคยฝันไว้ว่าสักวันผมกำกับหนัง อาจจะเป็นเรื่องนี้ครับ”

◆ ขออัพเดตเรื่องงานแต่งเราหน่อย ตอนนี้คืบหน้าพอจะเปรยวันได้หรือยัง?
อนันดา – “ใกล้แล้ว มันมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ผมยังแชร์ไม่ได้ แต่ใกล้ๆ จะเปิดแล้วว่าดีเทลของงานจะเป็นยังไง แต่เป็นปีหน้าแน่นอนครับ ส่วนความพร้อมของผม ผมพร้อม 100% ถึงเวลาแล้ว ผมว่ามันเกินเวลามาแล้ว (หัวเราะ)”

อชริญา บุญชู

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน