ทุกครั้งที่ได้ทดสอบรถยนต์ รุ่นเกียร์ธรรมดา 6 สปีด เวลาเชนจ์ไปที่เกียร์ 3 เรียกกำลังรถมาเพื่อเร่งแซง หรือไต่ทางชัน ตัวรถจะตื้อเกินไปคล้ายกับเกียร์ 2 ครั้นใส่เกียร์ 4 ก็เหมือนกำลัง จะไม่พอ เสียร่ำไป
แต่นั่นไม่ใช่กับเจ้า ฟอร์ด เรนเจอร์ เน็กซ์เจเนอเรชั่นโอเพ่นแค็บ XL+ 2.0L HR 6MT รถปิกอัพขับสองยกสูงรุ่นเริ่มต้น ที่นำมาทดสอบในวันนี้

เพราะตอนออกจากจุดรับรถที่ย่านบางนา ทำใจไว้ว่าต้องเจออาการที่ว่า แต่กลับไม่มีให้ได้เห็นเลยแม้แต่น้อย ทุกเกียร์ล้วนดูสมูธ ไหลลื่นต่อเนื่อง ไม่เสียกำลัง ไม่เสียจังหวะ
แม้จะขับในเมืองที่รถราหนาแน่นอยู่พอประมาณ สามารถเชนจ์เกียร์เร่งแซงเพื่อนร่วมถนนใหญ่น้อยได้ไม่ยาก พวงมาลัยหนักแต่คมพอใช้ได้ กำหนดทิศทางรถได้อย่างใจ
ตัวรถที่มีความสูง มองเห็นเหตุการณ์ด้านหน้าได้หลายช่วงคัน ช่วยให้รู้ได้ว่าควรอยู่เลนไหนถึงจะไปได้ไวกว่ากัน ที่สำคัญในสเป๊กกล่าวไว้ว่า มีความสามารถในการขับผ่านน้ำได้ 800 ม.ม. เหมาะกับยุคสมัยเสียจริงๆ
เช้าวันรุ่งขึ้น มีภารกิจที่จ.กาญจนบุรี ดีเลยจะได้จัดกันยาวๆ กว่าจะหลุดพ้นการจราจร ที่ราวกับจลาจลไปได้ ขึ้นทางด่วนมุ่งหน้าถ.กาญจนาภิเษก โน่นแหละ

ไม่รอช้าจัดความเร็วปลายกันเสียเลย เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ อินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิด 405 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,500 รอบ/นาที
ค่อยๆ ไต่ความเร็วขึ้นไปจาก 110-130-150 ก.ม.ต่อช.ม. ได้แบบไม่ต้องลุ้นต้องรอ ต่อจากนั้นดูเหมือนมาค่อนข้างช้าหน่อย แต่ก็นะรถใช้งาน คงไม่ได้ต้องใช้ความเร็ว สักเท่าไหร่
ช่วงล่างด้านหน้าอิสระ ปีกนก พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบแหนบซ้อน วิ่งตัวเปล่า ทำความเร็วเกิน 160 ก.ม.ต่อช.ม.ขึ้นไปแล้วถึงจะเริ่มรู้สึกถึงอาการหวิวบ้างเล็กๆ
ขณะที่ความนุ่มนวลมีมาพอประมาณ ผ่านหลุมบ่อ คอสะพาน มีกระเด้งบ้าง แต่ไม่ถึงกับกระด้าง กระเด้ง กระดอน

ภายในห้องโดยสารดูเรียบง่าย ที่เด่นสะดุดตายกให้จอกลางระบบสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว วางแนวตั้ง ราวกับติดแท็บเล็ตไว้กลางคอนโซลหน้า รองรับการใช้งานแอปเปิ้ล คาร์เพลย์ และแอนดรอยด์ ออโต้ รวมถึงระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC
หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีขนาด 8 นิ้ว มองเห็นเด่นชัด ไม่ต้องเพ่ง หรือละสายตาจากถนนเป็นเวลานาน พวงมาลัยแม้จะใช้วัสดุโพลียูรีเทน แต่มีระบบมัลติฟังก์ชัน ควบคุมการใช้งานเครื่องเสียง
ช่องแอร์ขนาดใหญ่ ช่วยไล่ความร้อน เพิ่มความฉ่ำเย็นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เบาะนั่งวัสดุผ้า ข้อดีคือไม่เก็บความร้อน แต่ต้องหมั่นทำความสะอาดบ่อยหน่อย ไม่งั้นจะอมฝุ่น

ดีไซน์ภายนอก หน้าตาของ ฟอร์ด เน็กซ์เจเนอเรชั่น สะดุดตากับชุดไฟหน้ามัลติ รีเฟล็กเตอร์ รูปทรงซีแคลมป์ เปิด-ปิด อัตโนมัติ ดุดันขึ้นด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่สีดำ
ประตูแบบตู้กับข้าว ช่วยให้การหยิบยกสัมภาระเข้า-ออกภายในแค็บสะดวกสบายยิ่งขึ้นไม่ว่าจะอยู่นอกรถ หรืออยู่บนตัวรถก็ตาม
อย่างตอนที่นำรถมาทดสอบ เจอกับน้ำรอการระบาย แต่จำเป็นต้องลงจากรถ เปิดประตูทั้ง 2 บาน วางเท้าไว้ที่บันไดข้าง แล้วเอื้อมไปหยิบรองเท้าแตะ เพื่อเปลี่ยนกับคัตชูคู่เก่ง ทำได้อย่างง่ายดาย

ระบบความปลอดภัยมีมาให้พอประมาณ ตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น ถุงลมนิรภัย คู่หน้า ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD
แต่ไม่มีการเตือนใดๆ ไม่ว่าจะภาพ หรือเสียง ขณะถอยจอด ถ้าจะให้ดีใครที่เลือกเป็นเจ้าของรุ่นนี้ติดตั้งเซ็นเซอร์ถอยจอดสักหน่อย เพิ่มความปลอดภัย และมั่นใจขึ้นอีกเยอะ
ก่อนคืนรถกดดูว่าขับไปทั้งหมดกี่กิโลฯ หน้าจอโชว์ 675.7 ก.ม. น้ำมันในถังเหลือให้วิ่งได้อีก 389 ก.ม. อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 14.0 ก.ม.ต่อลิตร น้ำมัน 1 ถัง 80 ลิตร วิ่งทะลุ 1,000 ก.ม.สบายๆ

สนนราคาค่าตัวของเจ้า ฟอร์ด เรนเจอร์ เน็กซ์เจเนอเรชั่นโอเพ่นแค็บ XL+ 2.0L HR 6MT อยู่ที่ 699,000 บาท
ถูกจริต ตรงความต้องการใช้งานหรือไม่ แวะไปพิสูจน์ด้วยตัวเองที่โชว์รูมฟอร์ด ทั่วประเทศ
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ