แม้จะเข้ามาดูแลแบรนด์รถยนต์ “นิสสัน” ในบ้านเรา ในช่วงที่มีมรสุมหลายลูกซัดกระหน่ำไม่เว้นวาง แต่นั่นไม่ได้ทำให้ผู้บริหารหนุ่ม อิซาโอะ เซคิกุจิ ประธาน ถอดใจเลยแม้แต่น้อย

ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้า วางกลยุทธ์การตลาดตามแนวทางที่ถนัด และเคยประสบความสำเร็จมาแล้วจากตลาดหลายประเทศที่เคยดูแลอยู่ ซึ่งเริ่มผลิดอกออกผลให้เห็นเป็นรูปธรรมกันบ้างแล้ว

◆ ยอดขายนิสสันปีนี้
ดูเหมือนตัวเลขส่งมอบนิสสันให้กับลูกค้าคนไทยในช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างน้อย แต่นั่นไม่ใช่ว่าขายไม่ดี เพราะยอดจองยังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ นิสสัน คิกส์ อี-เพาเวอร์ ที่หลังจากปรับแนวทางการสื่อสารการตลาดทำให้ลูกค้ามีความเข้าใจเทคโนโลยี อี-เพาเวอร์ มากขึ้น ว่าเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า แต่ไม่ต้องปรับพฤติกรรมการใช้งาน เพราะยังคงเข้าปั๊มเติมน้ำมันเหมือนเดิม กลายเป็นรถยนต์พลังงานทางเลือกที่ความต้องการเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก นิสสันเองพยายามเร่งผลิตเพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องรอรถนาน แต่เนื่องจากปัญหาขาดแคลนชิพ ทำให้ที่ผ่านมาผลิตรถไม่ได้ตามเป้าหมาย

◆ ปัญหาขาดแคลนชิพยังคงอยู่
เริ่มคลี่คลาย แต่ต้องเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด ที่ผ่านมากระทบหนักเพราะประเทศจีน ล็อกดาวน์ปิดประเทศ ไม่มีชิ้นส่วนอะไหล่ ทำให้ต้องหยุดผลิตไปบ้างบางช่วงเวลา นอกจากนี้ ยังมีปัญหาในเรื่องของการขนส่งที่ล่าช้า เพราะตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน แต่ทั้งนี้ มองว่าทุกอย่างมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ส่วนเรื่องน้ำท่วมในประเทศไทยนั้น เป็นเพียงปัญหาระยะสั้น บางแห่งน้ำลดลงจนเป็นปกติแล้ว จึงไม่น่าเป็นกังวลเท่าใดนัก แต่บริษัทเตรียมความพร้อมในการดูแลลูกค้านิสสันที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย

◆ ยอดขายตลาดรวมรถยนต์
ยังคงยืนยันตัวเลขที่เคยให้ไว้ 850,000 คัน เนื่องจากความต้องการใช้งานรถยนต์ และกำลังซื้อของลูกค้าคนไทยที่ยังคงมีอยู่อย่างชัดเจน แต่ความท้าทายที่จะไปให้ถึงตัวเลขดังกล่าว คือ ผู้ผลิตรถยนต์จะสามารถผลิตได้ทันกับความต้องการหรือไม่ สำหรับนิสสัน นโยบายเร่งด่วนอันดับแรกในวันนี้ คือ การสนับสนุนดีลเลอร์ ให้สามารถส่งมอบรถยนต์แก่ลูกค้าได้ทันกับความต้องการใช้งาน จัดกิจกรรมการตลาดในท้องถิ่น ทำให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพดีลเลอร์ในทุกด้าน ตั้งแต่การขาย บริการหลังการขาย สร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า เพื่อให้กลับมาซื้อ และใช้บริการซ้ำ

ในฐานะที่ดูแลตลาดแบรนด์รถยนต์นิสสัน ในภูมิภาคเอเชีย 23 ประเทศ มองว่าวันนี้เศรษฐกิจประเทศไทยฟื้นตัวค่อนข้าง ชัดเจนแม้จะช้ากว่าประเทศอื่นในภูมิภาค เพราะรายได้หลักส่วนหนึ่ง มาจากภาคการ ท่องเที่ยวที่เพิ่งเริ่มฟื้นตัวอย่างไรก็ตาม ยอดจองรถยนต์ทั้งจากลูกค้าทั่วไป และลูกค้ากลุ่มรถเช่า ที่ซื้อรถใหม่เพื่อรองรับการ ท่องเที่ยว มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

แสดงให้เห็นว่าธุรกิจท่องเที่ยวมีการขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน