เมื่อวันที่ 9 พ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมของประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าพรรครีพับลิกันมีแนวโน้มจะกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส ซึ่งเป็นไปตามผลโพลสำรวจก่อนหน้านี้ ขณะที่ผลการเลือกตั้งวุฒิสภานั้นทั้งพรรคเดโมเครติกหรือเดโมแครตและรีพับลิกันยังคงขับเคี่ยวกันอย่างสูสีมีที่นั่งห่างกันเพียง 1 ที่นั่ง

สำหรับภาพรวมของการเลือกตั้งกลางเทอมที่เกิดขึ้นนั้นรายงานระบุว่า พรรครีพับลิกันยอมรับว่าไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมาย “แดงทั้งแผ่นดิน” หรือเรดเวฟได้ แม้จะได้ที่นั่งเพิ่มจากพรรคเดโมแครตอย่างน้อย 6 ที่นั่งในคองเกรส

ขณะที่เดโมแครตนั้นคงความเหนียวแน่นไว้ได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ ทำให้ผลคะแนนเบื้องต้นออกมาสูสีทั้งในสภาล่างและสภาสูงเป็นการยากที่จะฟันธงได้ชัดเจน

เชียร์สุดใจ – ผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันลุ้นผลนับคะแนนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกา โดยพรรครีพับลิกันมีแนวโน้มจะกลายเป็นเสียงข้างมากในคองเกรส ส่วนวุฒิสภานั้นผลการนับคะแนนเบื้องต้นของทั้งสองพรรคสูสีมาก เมื่อ 9 พ.ย. (รอยเตอร์)

ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเป็นไปตามแนวโน้มการเลือกตั้งของสหรัฐ ที่ผ่านมา โดยฝ่ายรัฐบาลมักสูญเสียเสียงข้างมากให้กับฝ่ายค้านในการเลือกตั้งกลางเทอมในสมัยแรก ขณะที่รัฐบาลของประธานาธิบดีไบเดนนั้นเผชิญกับคะแนนนิยมที่ตกต่ำลงจากการแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อสูงสุดในรอบ 40 ปี รวมถึงความไม่พอใจของชาวอเมริกันที่มีแนวคิดอนุรักษนิยมต่อการเรียกร้องสิทธิของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศหรือแอลจีบีทีคิวพลัส

ขณะที่ผลคะแนนเลือกตั้งวุฒิสภานั้นทั้งสองพรรคขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดมาตั้งแต่เริ่มนับคะแนนโดยมีคะแนนห่างกันเพียง 1 ที่นั่งเท่านั้น โดยผลคะแนนที่ยังไม่ออกนั้นล้วนมาจากรัฐอย่างแอริโซนา จอร์เจีย และเนวาดา ซึ่งสามารถพลิกได้ตลอดเวลา

ทั้งนี้ คณะกรรมการจัดการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ เปิดเผยว่า มีผู้มาลงคะแนนสูงที่สุดเป็นอันดับที่สองในรอบ 50 ปี คิดเป็นสัดส่วนเกือบร้อยละ 50 น้อยกว่าเพียงการเลือกตั้งกลางเทอมของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกันเมื่อปี 2561

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน