ดัชนีสูงสุดในรอบ10เดือน-ตลาดบ้าน-รถยนต์เริ่มคึกคัก

หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคต.ค. สูงสุด ในรอบ 10 เดือน ประชาชน-เอกชน เชื่อมั่นเศรษฐกิจเริ่มฟื้น คาดปีหน้าไทยโต 3.5-4% กลับเข้าสู่ภาวะปกติเหมือนก่อนเกิดโควิด

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือนต.ค. 2565 ว่า ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 44.6 เป็น 46.1 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และสูงสุดในรอบ 10 เดือน ชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภครู้สึกว่าเศรษฐกิจเริ่มปรับตัวดีขึ้น หลังจากสถานการณ์โควิดในประเทศเริ่มปรับตัวดีขึ้นและมีการผ่อนคลายกฎระเบียบต่างๆ ให้ธุรกิจเริ่มเปิดดำเนินการได้เป็นปกติ นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเดินทางเข้าประเทศได้สะดวกขึ้น

ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินลดลงอย่างมากจากช่วงครึ่งปีแรก แต่ค่าดัชนียังคงต่ำกว่า 100 ซึ่งเป็นค่าปกติ เนื่องจากผู้บริโภคยังกังวลเรื่องค่าครองชีพและเงินเฟ้อสูง รวมถึงการหดตัวของเศรษฐกิจโลก

ในส่วนของผลสำรวจภาวการณ์ใช้จ่ายผู้บริโภคเดือนต.ค. 2565 พบว่าดัชนีความเหมาะสมในการซื้อรถยนต์คันใหม่ ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 5 จุด จาก 42.4 ในเดือนก.ย. เป็น 47.5 ในเดือนต.ค. ส่วนดัชนีความเหมาะสมในการซื้อบ้านหลังใหม่ ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 จุด จาก 25.5 เป็น 29.8 ชี้ให้เห็นว่าคนเริ่มออกมาใช้จ่ายมากขึ้น

ดัชนีความเชื่อมั่นภาคเอกชนเดือนต.ค. 2565 มีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 49.9 เข้าใกล้กับ 50 ซึ่งเป็นค่าปกติแล้ว หากจำแนกตามภูมิภาคจะเห็นว่าความเชื่อมั่นภาคเอกชนปรับตัวเพิ่มขึ้นเกินระดับ 50 ทุกภาค ยกเว้นกทม.และปริมณฑล ยังอยู่ในระดับ 48.9 ชี้ให้เห็นว่าภาคธุรกิจมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยกำลังจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ภาคท่องเที่ยว การค้าชายแดนเริ่มฟื้น เป็นต้น

“ทั้งความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ ปรับตัวดีขึ้นทั้งหมด ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้นแล้ว และกำลังจะหลุดพ้นจากโควิด ปีนี้คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ 3.3-3.5% ส่วนปีหน้าคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาเติบโตได้ตามปกติเหมือนก่อนโควิด คาดจะขยายตัวได้ที่ 3.5-4%”

อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจยังกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากน้ำท่วม ต้นทุนการบริหารจัดการสูงขึ้นจากดอกเบี้ย หนี้ครัวเรือน จึงเสนอให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชนที่ประสบภัย หามาตรการดูแลต้นทุนการผลิตของธุรกิจ รักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวน และให้เอื้อต่อธุรกิจส่งออกนำเข้า

นอกจากนี้ ควรออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ด้านการตลาดและมาตรฐานการผลิตและการเข้าถึงแหล่งสินเชื่อ เร่งแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนทั้งระบบโดยปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับรายได้ รวมถึงออกมาตรการรองรับและการจัดการระบบรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศช่วงปลายปี

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน