เมืองสวยไร้เสน่ห์
เลาะรั้ว
การพัฒนาคลอง แม่ข่า เชียงใหม่ เป็นตัวอย่างที่มีข้อสังเกตว่า การพัฒนาเมืองจะมีผลต่อภูมิทัศน์ของเมืองอย่างไร
คลองแม่ข่าเป็นคูเมืองของเมืองเชียงใหม่ที่ยาว 4.7 กิโลเมตร มีสภาพเป็นคลองธรรมชาติ 2.7 กิโลเมตร นั่นคือ
พื้นที่ริมคลองมีอาคารบ้านเรือนอยู่ 2 ก.ม. ซึ่งในความยาวคลองนี้ เทศบาลนครเชียงใหม่มีการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ริมคลองยาว 750 เมตร เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำในคลองโดยจัดให้น้ำผ่านระบบบำบัดน้ำเสีย…เสียใหม่ เป็นต้น
รวมทั้งปรับปรุงอาคารบ้านเรือนริมคลองให้สะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยนี่เอง ที่ส่งผลอย่างไม่ควรจะเกิดขึ้นอยู่ 2 ประการ เช่นเดียวกับผลที่เกิดขึ้นในการปรับปรุงพัฒนาอาคารบ้านเรือนริมคลองในกรุงเทพฯ ทั้งในสภาพเศรษฐกิจสังคมและกายภาพหรือภูมิทัศน์ของเมือง ซึ่งจะขอไม่กล่าวถึงผลกระทบในสภาพเศรษฐกิจสังคม
ขอเรียนว่า ไม่ได้ขัดขวางการจะพัฒนาเมืองหรือขณะนี้คือการพัฒนาพื้นที่ริมคลองกันในจังหวัดต่าง ๆ เราคงเห็นภาพของชุมชนริมน้ำที่พัฒนาขึ้นใหม่ สะอาด สวยงาม เรียบร้อย
แต่ในความรู้สึกที่ได้รับคือ มันแห้งแล้งไร้ชีวิต บ้านเรือนสีสวยงามแต่ไร้เสน่ห์
การเปลี่ยนบรรยากาศที่จะให้หน้าบ้านหันเข้าสู่ริมน้ำแม้เป็นความประสงค์ดี แต่ก็จะทำให้พื้นที่สาธารณะเหล่านี้หายไป
ความกระด้างของเขื่อนคอนกรีตที่ตัดกับสีสดใสของบ้านเรือน สร้างทัศนะของความขัดแย้งทางกายภาพ ขณะเดียวกันสภาพทางเดินริมคลองยังเป็นพื้นที่สาธารณะก็อาจจะถูกบุกรุกเข้าครอบครองจากผู้อยู่อาศัยริมคลองนั้นให้เป็นพื้นที่กึ่งสาธารณะ ดังเช่นการบุกรุกของบ้านริมคลองใน กทม. ที่เคยดำเนินการมาในสมัยที่ท่านอาจารย์กฤษดา อรุณวงศ์ ณ อยุธยา เป็นผู้ว่าฯ กทม.
คำถามคือเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ทำอย่างไรจึงจะป้องกันมิให้มีการยึดครองพื้นที่สาธารณะนั้นเป็นพื้นที่ส่วนตัว
คำตอบ น่าจะมาจากการวางแผนพัฒนาที่เราไม่ใช่ ภูมิสถาปนิก มาช่วยกันคิดและช่วยกันสร้างสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่น่าอยู่ให้กับผู้คนที่อยู่อาศัย และใช้เป็นพื้นที่สาธารณะที่จะให้คนอื่นได้ใช้ประโยชน์ด้วยกัน
กทม. ผู้รับผิดชอบในเรื่องของอาคารบ้านเรือนเป็นขององค์การพัฒนาชุมชนหรือกลุ่มเอกชนอื่นๆ ส่วนการจัดการพื้นที่สาธารณะริมน้ำหรือการสร้างเขื่อนเป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักการระบายน้ำ ซึ่งดูเหมือนว่าไม่มีหน่วยงานใดคิดถึงเรื่องสุนทรียภาพและความเป็นพื้นที่สาธารณะ
ทั้งนี้ อาจจะเป็นเพราะการใช้งบประมาณที่แยกส่วนกันและการที่ไม่รู้จักประสานกัน
งานพัฒนาเมืองจึงแยกกันเป็นส่วนๆ ตามหน้าที่และงบประมาณของแต่ละหน่วยงาน
เช่นเดียวกับเรื่องผังเมืองหรือวางผังเมืองเป็นงานของการเสนอแนวทาง ส่วนการพัฒนาเมืองต่างก็อยู่ในมือของหน่วยงานที่กระจายหน้าที่ความรับผิดชอบกันไป
คณะกรรมการนโยบายผังเมืองแห่งชาติ ซึ่งยังไม่ได้ประกาศผังนโยบายประเทศ ผังภาค คณะกรรมการผังเมืองระดับจังหวัด ระดับผังเมืองรวม บังคับบัญชาควบคุมการพัฒนาเมืองใน หน่วยงานอื่น ซึ่งอยู่นอกสังกัดไม่ได้
เรื่องที่น่าเสียดายคือ การพัฒนาเมืองก็คงเป็นเพียงการแก้ปัญหาความแออัด ความไร้ระเบียบของเมืองเท่านั้น ทั้งๆ ที่การจะเพิ่มคุณภาพชีวิตด้วยการจัดสรรพื้นที่สาธารณะให้พร้อมสำหรับผู้คนทั่วไปมิได้ยากลำบากและสิ้นเปลืองงบประมาณแต่อย่างใด
ฉะนั้นไม่ควรหยุดแค่จัดระเบียบเมืองก็พอแล้ว เพราะมิฉะนั้นคนเมืองจะเป็นแค่ประชากรเมืองที่มีอยู่เพราะมีชีวิตเท่านั้น
นายช่าง