สงขลา – รศ.พญ.มณฑิรา ตัณฑนุช รองคณบดีฝ่ายโรงพยาบาล คณะแพทยศาสตร์ เป็นประธานเปิดงานหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดหรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Robotic Surgery เป็นความก้าวหน้า และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทางโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ร.พ.ม.อ.) เป็น โรงพยาบาลแห่งแรกของภาคใต้ ที่ให้ความสำคัญ และนำหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเข้ามาใช้ในการรักษาผู้ป่วยให้มีความแม่นยำ และปลอดภัย รวมทั้งลดผลกระทบจากบาดแผลในการผ่าตัดแบบเดิม ประกอบด้วยอุปกรณ์ 3 ส่วนคือ ชุดควบคุมที่เป็นศูนย์กลางควบคุมการทำงาน และสั่งการจากศัลยแพทย์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการผ่าตัด ซึ่งเครื่องจะ ส่งสัญญาณการเคลื่อนไหวของแพทย์ไปยังแขนของหุ่นยนต์ที่อยู่ข้างเตียงผู้ป่วย เพื่อผ่าตัดตามการควบคุมของแพทย์ และแพทย์สามารถมองเห็นการผ่าตัดได้จากจอภาพ 3 มิติ
ส่วนที่สองเป็นแขนกล ซึ่งเป็นส่วนที่ทำหน้าที่แทนแขนของศัลยแพทย์ในการผ่าตัด โดยตัวหุ่นประกอบด้วยแขน 4 แขน แขนที่ 1 คือ กล้อง 3 มิติที่มีกำลังขยายสูงที่ทำให้แพทย์มองเห็นอวัยวะภายในได้อย่างชัดเจน แขนที่ 2, 3 และ 4 จะเป็นเหมือนเครื่องมือแพทย์ โดยคุณสมบัติพิเศษคือ สามารถหักงอข้อมือ และหมุนข้อมือได้อย่างอิสระถึง 7 ทิศทาง ช่วยลดการสั่นของมือแพทย์ และสามารถเข้าถึงอวัยวะที่มือแพทย์ไม่สามารถเข้าถึงได้ ทำให้การผ่าตัดมีความแม่นยำ และปลอดภัยมากขึ้น และส่วนที่สามเป็นชุดแปลงสัญญาณที่ทำหน้าที่รับสัญญาณจากชุดควบคุมส่งไปยังแขนกลให้ทำงานตามคำสั่ง การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์สามารถรองรับการผ่าตัดให้กับผู้ป่วยได้หลายโรค ทั้งการผ่าตัดช่องท้อง การผ่าตัดบริเวณอุ้งเชิงกราน เช่น การผ่าตัดมดลูก การผ่าตัดทางเดินปัสสาวะต่อมลูกหมาก การผ่าตัดด้านนรีเวช การผ่าตัดผู้ป่วยโรคอ้วน รวมถึงการผ่าตัดอื่นๆ ที่พิจารณาโดยแพทย์
“ข้อดีของการใช้หุ่นยนต์สำหรับแพทย์คือ ทำให้ใช้ ผู้ช่วยผ่าตัดน้อยลงและความนิ่ง เพราะมือที่ผ่าตัดเป็นมือหุ่นยนต์ที่บังคับโดยหมอผ่าตัด มีความเที่ยงตรง แม่นยำ และการผ่าตัด หรือการเย็บแผลทำได้ง่ายขึ้น แพทย์ด้านระบบทางเดินปัสสาวะนำมาใช้ในการผ่าตัดผู้ป่วย ต่อมลูกหมาก ต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะที่อยู่ในพื้นที่ลึกและแคบ มือของศัลยแพทย์เข้าไปได้ลำบาก”
สำหรับผู้ป่วยแผลผ่าตัดจะเล็กลง เจ็บน้อย เลือดออกค่อนข้างน้อย ทำให้ใช้เลือดในการผ่าตัดน้อยตามไปด้วย นอนโรงพยาบาลน้อยลง