กกพ.เปิด 3 ทางเลือกค่าเอฟทีม.ค.-เม.ย.66 ให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น ยอมรับดันค่าไฟทะลุ 5 บาท/หน่วย ถูกสุด 5.37 บาท/หน่วย แพงสุด 6.03 บาท/หน่วย

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ.นำผลการคำนวณค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) และแนวทางการจ่ายภาระต้นทุนคงค้างให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งจะมีผลต่อค่าไฟเดือนม.ค.-เม.ย. 2566 มาเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนตั้งแต่วันนี้ จนถึง 27 พ.ย. 2565 ผ่านเว็บไซต์สำนักงานกกพ. ซึ่ง กกพ.จะรวบรวมข้อเสนอแนะต่างๆ ประกอบการพิจารณาและประกาศอย่างเป็นทางการภายในวันที่ 1 ธ.ค. 2565 เพื่อให้มีผลบังคับใช้ทันค่าไฟงวดใหม่เดือนม.ค.-เม.ย. 2566

“หากต้องตรึงค่าไฟงวดเดือนม.ค.-เม.ย. 2566 ไว้คงเดิมที่ 4.72 บาท/หน่วย เท่ากับงวดเดือนก.ย.-ธ.ค. 2565 จะทำให้ กฟผ.ต้องแบกรับภาระอุดหนุนถึง 2 แสนล้านบาท ปัจจุบันมีภาระอุดหนุนประมาณ 1.7 แสนล้านบาท ถ้าถามว่าจะตรึงค่าไฟต่อไปได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาล”

นายคมกฤชกล่าวว่า แนวทางที่ประชาชนแสดงความคิดเห็นมี 3 ทางเลือกคือ กรณีที่ 1 ค่าเอฟทีเรียกเก็บประจำงวดม.ค.-เม.ย. 2566 จำนวน 224.98 สตางค์ต่อหน่วย แบ่งเป็นเอฟทีขายปลีกประมาณการที่สะท้อนต้นทุนม.ค.-เม.ย. 2566 จำนวน 158.31 สตางค์ต่อหน่วย และกฟผ.จะต้องบริหารภาระต้นทุน 81,505 ล้านบาท ทำให้ค่าไฟฟ้า (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 6.03 บาทต่อหน่วย

กรณีที่ 2 ค่าเอฟทีเรียกเก็บประจำงวดม.ค.-เม.ย. 2566 จำนวน 191.64 สตางค์ต่อหน่วย กฟผ.จะต้องบริหารภาระต้นทุน 101,881 ล้านบาทค่าไฟฟ้า (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ปรับเพิ่ม 5.70 บาทต่อหน่วย

กรณีที่ 3 ค่าเอฟทีเรียกเก็บงวดเดือนม.ค.-เม.ย. 2566 จำนวน 158.31 สตางค์ต่อหน่วย กฟผ.จะต้องรับภาระต้นทุน 122,257 ล้านบาท ทำให้ค่าไฟฟ้า (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพิ่มขึ้นเป็น 5.37 บาทต่อหน่วย

เบื้องต้น กกพ.ปรับลดอัตราค่าบริการรายเดือนลง สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้า 3 ประเภท ได้แก่ 1.ประเภทบ้านอยู่อาศัย ใช้มากกว่า 150 หน่วยจากเดิม 38.22 บาท/เดือน เป็น 24.62 บาท/เดือน และบ้านอยู่อาศัย แรงดันต่ำ อัตรา TOU เดิม 38.22 บาท/เดือน เป็น 24.62 บาท/เดือน 2.กิจการขนาดเล็ก แรงดันต่ำเดิม 46.16 บาท/เดือน เป็น 33.29 บาท/เดือน 3.กิจการสูบน้ำเพื่อการเกษตร อัตรา TOU เดิม 228.17 บาท/เดือน เป็น 204.07 บาท/เดือนมีผลตั้งแต่ 1 ม.ค.เป็นต้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน