ยืนหยัดจัดงานกันมาต่อเนื่อง เป็นปีที่ 108 แล้ว กับงานแสดงนวัตกรรมรถมอเตอร์ไซค์ ที่ยิ่งใหญ่ และยาวนานที่สุด “อิ๊กม่า” (EICMA 2022) ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี

ปีนี้มีผู้ประกอบการ ทั้งค่ายรถมอเตอร์ไซค์ ใหญ่ น้อย จากฝั่งยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน โชว์รถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ รุ่นที่ทำตลาด นำเสนอเทคโนโลยีล่าสุด

พร้อมด้วยผู้ผลิตอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ตกแต่งรถ ให้ได้ทั้งสวย และซิ่งในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะรถเล็ก รถใหญ่ สายทางเรียบ หรือสายลุย มีครบหมดชนิดมางานเดียว ได้ไอเดียไปตกแต่งรถตัวเองกันเต็มคาราเบลเลยทีเดียว

รวมถึงบรรดารถรักษ์โลก ที่มาในรูปแบบรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 100% และที่ดูเหมือนจะหนาตาอยู่พอประมาณคือ กลุ่มแบรนด์ รถจักรยานไฟฟ้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสตาร์ตอัพที่กำลังมาแรง

หรือจะเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ เสื้อผ้า รองเท้า ถุงมือ หมวกกันน็อก และอื่นๆ อีกเพียบ กับผู้ร่วมแสดงในงานกว่า 1,000 บริษัท

ได้รับความสนใจจากชาวมะกะโรนี รวมถึงประเทศใกล้เคียง รวมถึงแฟนพันธุ์แท้สองล้อ จากทั่วทุกมุมโลก จนทำให้ฮอลล์ขนาดใหญ่ ที่ใช้งานครั้งนี้ 5 ฮอลล์ แคบลงไปถนัดใจกันเลยทีเดียว

แต่บูธใหญ่สุดในงานปีนี้ ต้องยกให้ค่ายมอเตอร์ไซค์จากแดนปลาดิบ “ฮอนด้า” โดย ฮอนด้า มอเตอร์ ยุโรป ที่เข้าไปตีตลาดจนแตกกระเจิง จัดเต็ม จัดหนัก ชนิดไม่ต้องถาม “วิ” ว่างานใหญ่แน่น่ะ

ซึ่งไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง ได้นำสื่อมวลชนไทยมาร่วมชมงานในครั้งนี้ นำทีมโดย “คุณฝน” มนสิชา สังข์สุวรรณ ผู้จัดการทั่วไป สายงานสื่อสารการตลาด ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง

นำเสนอรถมอเตอร์ไซค์ แต่ละเซ็กเมนต์ แบ่งไว้เป็นโซน เพื่อความสะดวกในการให้ผู้สนใจเข้าชมได้ตามต้องการ

ที่สำคัญรถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าที่โชว์ในงานครั้งนี้ ครึ่งหนึ่งเป็นรถที่ผลิตในโรงงานในประเทศไทยไปอวดโฉมให้เห็นว่างานผลิตจากบ้านเรา คุณภาพคับแก้ว ไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน

อีกทั้งยังเป็นโมเดลที่ส่งขายไปทั่วโลกอีกด้วย เริ่มตั้งแต่กลุ่ม CUB House มีพระเอกอย่าง Monkey และ C125, CT125, DAX125

กลุ่ม Big Bike มีตั้งแต่รุ่นใหญ่ CBR650R, CBR500R และ Rebel500 ขณะที่กลุ่ม Commuter จัดกันมาชนิดครบทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็น Forza350, ADV350, PCX160, MSX GROM, CRF300Rally, Super Cub และ CB150R เป็นต้น

ส่วนรถรุ่นใหม่ที่เปิดตัวในงานครั้งนี้ พร้อมทำตลาดในยุโรป ประกอบไปด้วย New XL750 Transalp, New CL500, New CMX1100T Rebel, Forza350, Forza125 และ New CB750 Hornet รวมถึงรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่พร้อมจำหน่ายในยุโรป EM1 e:

พูดถึงรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแล้ว มาดูรายละเอียดกันสักหน่อย เผื่อเป็นแนวทางให้กับนักเลงรถสองล้อ หัวใจเขียว ที่กำลังเฝ้ารอใช้งานอยู่

โมเดล EM1 e: เป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ฮอนด้าจะเปิดตัวในยุโรป หลังจากที่ฮอนด้ามอเตอร์ประกาศแผนที่จะเปิดตัว รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 10 รุ่นทั่วโลกภายในปี 2025 นับเป็นก้าวแรกที่สำคัญของฮอนด้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน

EM ย่อมาจาก Electric Moped มีกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหาวิธีเดินทางในเมืองที่ง่าย และสนุกในคราวเดียวกัน

รถรุ่นนี้เป็นรถคอมแพ็กต์พื้นเรียบ (Flat-Floored) ที่มาพร้อมกับ Smoothed Styling แตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร

EM1 e: ถูกออกแบบมาสำหรับการเดินทางระยะสั้นในเมือง และทำให้การเดินทางไปทำงานหรือเรียนนั้นมีประสิทธิภาพ เงียบ และไม่มีมลพิษใดๆ กลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการเดินทางของคนเมือง

แบตเตอรี่ของรถ EM1 e: เป็นแบตเตอรี่ Honda Mobile Power Pack e: มีความทนทาน และคุณภาพ จุดเด่นของ Mobile Power Pack (MMP) ถูกออกแบบให้ทนทานต่อสภาพอากาศที่หลากหลาย ทนความชื้น แรงกระแทก และการสั่นสะเทือน

หันมาดูรุ่นที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ เพราะแว่วว่านำเข้าไปเปิดตัวในบ้านเรา ภายในปีหน้าอย่างแน่นอน เริ่มที่เจ้า CL500 โกลบอลโมเดล ที่จะผลิตในประเทศไทย

ด้วยแรงบันดาลใจจาก CL Series ในยุคทศวรรษที่ 60 และ 70 CL500 จึงเป็นรถจักรยานยนต์ที่ผสมผสานระหว่างเสน่ห์เรโทร กับความไฮเทคได้อย่างลงตัวในสไตล์ Casual Scrambler สำหรับ คนรุ่นใหม่ในเมืองใหญ่ที่ต้องการความโดดเด่น

มีดีไซน์ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ คล่องตัวทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวัน และท่องเที่ยวสุดสัปดาห์หรือแม้แต่ทางฝุ่นในบางเส้นทาง ด้วยกำลังจากเครื่องยนต์สองสูบ 471cc ให้อัตราเร่งฉับไว ออกตัวได้เร็ว

เส้นสายรอบคันสวยงาม ไฟหน้า LED ไฟเลี้ยว LED แฮนด์ยกสูง ระบบกันสะเทือนประกอบด้วยโช้กหน้าขนาด 41 ม.ม. พร้อมยางหุ้ม และโช้กหลังแบบปรับได้ ล้อหน้าขนาด 19 นิ้วและด้านหลังขนาด 17 นิ้ว ผสานกันเป็นลุกส์ใหม่แตกต่างอย่างมีสไตล์

ต่อกันที่ XL750 Transalp เป็นรถนำเข้าทั้งคน ออกแบบโดยศูนย์วิจัยและพัฒนา R&D ของฮอนด้ากรุงโรม ประเทศอิตาลี สืบทอดจิตวิญญาณอันโดดเด่นของ Transalp ในอดีต

โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ มาพร้อมกับไฟ LED รอบคัน ตัวรถออกแบบเพื่อรองรับการขับขี่หลากหลายรูปแบบ เปี่ยมด้วยสมรรถนะจากขุมพลังเครื่องยนต์ 755 cc สองสูบเรียง

ให้แรงบิดที่ทรงพลังในช่วงรอบต่ำถึงกลาง สามารถเลือกปรับโหมดการขับขี่ได้ถึง 5 โหมด พร้อมระบบควบคุม HSTC (Honda Selectable Torque Control)

XL750 Transalp ใช้เฟรมแบบไดมอนด์น้ำหนักเบา ให้ความคล่องตัวสูง มั่นใจในทุกสภาวะการขับขี่ ทั้งบนทางเรียบ และทางฝุ่น

รองรับแรงกระแทกด้วยโช้กหน้าโชว่า 43mm และโช้กหลังแบบ Pro-Link พร้อมล้อหน้าขนาด 21 นิ้วที่จับคู่กับล้อหลังขนาด 18 นิ้ว พร้อมระบบเบรก ABS ที่สามารถเลือกปิดการใช้งานที่ล้อหลังได้

หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง Android และ iOS ผ่านระบบสั่งการด้วยเสียงจากสมาร์ตโฟน (HSVCs) Honda Smartphone Voice Control system พร้อมด้วยไฟฉุกเฉิน (Emergency Stop Signal) ให้เพื่อนร่วมทางรับรู้เมื่อเบรกกะทันหัน

อีกรุ่นที่เป็นรถนำเข้า CB750 Hornet ดีไซน์เฉียบคม ร่วมสมัย ผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับความงดงามของเฟรม และตัวรถ พร้อมถังน้ำมันทรงปีกแมลงอันเป็นเอกลักษณ์

เน้นย้ำบุคลิกสปอร์ตของ Hornet ดุดัน สมรรถนะสูง ด้วยเครื่องยนต์สองสูบ 755 cc มาพร้อมแรงบิดอันหนักหน่วง ให้อัตราเร่งที่เพลิดเพลินในทุกสถานการณ์การขับขี่

เฟรมน้ำหนักเบาแบบ Diamond Frame โช้กหน้าแบบหัวกลับ พร้อมโช้กหลังแบบ Pro Link มีระบบขับขี่ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกชุดค่าผสมที่ต้องการได้เอง ตามสไตล์การขับขี่ของแต่ละคน

CB750 Hornet มาพร้อมหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ซึ่งให้ข้อมูลสำคัญอย่างชัดเจน เชื่อมต่อได้ด้วย HSVCs (Honda Smartphone Voice Control system) ระบบสั่งงานด้วยเสียง และมีระบบหยุดฉุกเฉิน หรือ Emergency Stop System เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่

นับเป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ Hornet ในรูปลักษณ์ที่จะเปิดประวัติศาสตร์บทใหม่ให้วงการรถจักรยานยนต์

แฟนพันธุ์แท้ “ฮอนด้า” และผู้ที่สนใจ ต้องติดตามกันอย่างไม่กะพริบตา ว่างานนี้ ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง ผู้ผลิตและจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ในบ้านเรา

จะเปิดตัวรถทั้ง 3 รุ่นนี้ ให้นักเลงรถเมืองไทยได้จับจองเป็นเจ้าของนำไปใช้งานกันในช่วงเวลาใด

กิตติพงศ์ ศรีเจริญ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน