ส.ส.อย่าดูหมิ่นสุราชาวบ้าน

เรียน บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ข่าวสด

ตามที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฝั่งรัฐบาลท่านหนึ่ง อภิปรายในสภา ว่า สุราที่ทำในบ้าน สกปรกไม่ได้มาตรฐานนั้น ผมในฐานะลูกหลานชาวนาคนรากหญ้า ขอบอกว่าไม่จริง ชาวบ้านเขาทำกินกันเองในครอบครัว ที่เหลือก็ขายให้ชาวบ้านด้วยกัน มันจะสกปรกได้อย่างไร ผมมองว่าส.ส.ท่านนี้ ท่านเข้าข้างนายทุนใหญ่ผู้ผูกขาดการผลิตสุรามากเกินไป กลัวนายทุนใหญ่จะขาดทุน จนกระทั่งมากล่าวหาด้อยค่า ชาวบ้านว่าทำสุราสกปรก มันเป็นไปได้แบบนี้เชียวหรือ?

ทำให้นึกถึงเรื่องนักแสดงของไทยท่านหนึ่ง พูดพาดพิงถึงคนประเทศเพื่อนบ้านเราในทำนองว่า เป็นคนสกปรกน่ารังเกียจ เป็นการดูถูกด้อยค่า จนกระทั่งประชาชนของประเทศเพื่อนบ้านออกมาประท้วงดารานักแสดงของไทยท่านนี้ ต้องออกมาขอโทษขออภัยในการพูดผิดพลาดออกไปโดยไม่เจตนา สุภาษิตโบราณของไทยกล่าวไว้ว่า “ก่อนพูดเราเป็นนายของคำพูด เมื่อพูดออกไปแล้ว คำพูดจะเป็นนายของเรา” ดังนั้นขอฝากไปถึงส.ส.ท่านนี้ว่า เมื่อท่านเข้าข้างนายทุน ก็อย่าดูถูกด้อยค่าชาวบ้าน ซึ่งก็เป็นคนไทยด้วยกัน จะรวยจะจนเราก็เป็นคนไทยใต้ฟ้าเดียวกัน ทุกคนทำมาหากินตามหน้าที่ อยู่ด้วยกันไม่เกิน 100 ปี

ขอแสดงความนับถือ

ประชาชนคนรากหญ้า

ตอบ ประชาชนคนรากหญ้า

การที่ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ได้รับสัญญาณจากในทำเนียบให้คว่ำร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ถือว่าเป็นการทำลายความหวังของประชาชนคนรากหญ้า เกษตรกร อีกทั้งแปลเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยว่า เพื่อรักษาระบบผูกขาดของนายทุนในการผลิตสุราต่อไป ดีไม่ดีจะบานปลายไปถึงช่วงหาเสียงเลือกตั้งในอีกไม่นานนี้ เพราะมีพรรคยืนยันจะผลักดันกฎหมายนี้ ส่วนพรรคที่คว่ำกฎหมายนี้ ก็น่าจะมีปัญหาคะแนนนิยมไปด้วย

ขอสนับสนุนกิจกรรมย้ายซากเรือ

เรียน บ.ก.ข่าวสด

มีเรือประมงเวียดนามที่ถูกจับกุมดำเนินคดี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 มีมากถึง 152 ลำ ขายทอดตลาดไปแล้ว 37 ลำ คงเหลือ 115 ลำ สภาพเรือที่คงเหลือส่วนใหญ่มีสภาพชำรุดทรุดโทรมมาก ซากเรือประมงเวียดนามเหล่านี้ จะทอดสมอในทะเลสาบสงขลา ถูกนำมาจอดทิ้งไว้นานหลายปี ส่งผล กระทบต่อระบบนิเวศทะเลสาบสงขลา ที่ผ่านมาชมรมตกปลาหัวเขื่อน จังหวัดสงขลา เข้าไปประมูลเรือบางส่วน เพื่อนำไปวางเป็นปะการังเทียมเป็นบ้านปลา เพื่อเพิ่มจำนวนสัตว์น้ำในทะเล แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ เรือที่มีสภาพใช้งานได้นั้น การเคลื่อนย้ายทำได้ไม่ยาก แต่ซากเรือที่ผุพังจนแทบไม่เหลือสภาพนั้น ต้องใช้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเคลื่อนย้าย เพื่อนำไปทิ้งไว้ในจุดทำปะการังเทียม ต้องใช้งบประมาณในการเคลื่อนย้ายลำละ 1 แสนบาท จึงอยากให้หลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมสนับสนุนงบประมาณในการทำกิจกรรมเพื่อสาธารณะร่วมกัน หรือให้หน่วยงานของรัฐจัดหางบประมาณในการเคลื่อนย้ายซากเรือประมงเวียดนาม ออกจากทะเลสาบสงขลา เพื่อนำไปทำปะการังเทียมในอ่าวไทย

ด้วยความเคารพ

ชมรมตกปลาหัวเขื่อน

ตอบ ชมรมตกปลาหัวเขื่อน

ข้อเสนอเรื่องนี้น่าสนใจอย่างมาก กรณีเรือประมงที่ถูกจับกุมดำเนินคดีและคดีถึงที่สุดแล้ว เมื่อมีสภาพชำรุดทรุดโทรม ปล่อยทิ้งเอาไว้ก็กลายเป็นสุสาน กิจกรรมของชมรมที่นำเอาเรือเหล่านี้ไปทำเป็นปะการังเทียม เป็นประโยชน์อย่างมาก ข้อเรียกร้องที่อยากให้ทุกภาคส่วนมาร่วมมือกัน เพื่อจัดการเคลื่อนย้ายซากเรือเหล่านี้ไปทำเป็นบ้านปลา จึงต้องขอความร่วมมือ ทั้งในด้านผู้เชี่ยวชาญเคลื่อนย้าย และงบประมาณจากภาครัฐ ควรได้รับการขานรับและสนับสนุน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน