โรงเรียนชีวิตที่ริมคงคา

ฝึกจิต

เป็นอีกครั้งที่เดินทางมาสู่ เมืองพาราณสี เมื่อศักดิ์สิทธิ์ 4,000 ปี ศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของคนศาสนาฮินดู ในยามเช้าถ้าเข้าไปที่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา จะได้พบเห็นสีสันของวิถีชีวิตชาวอินเดียที่ริมฝั่งน้ำในเมืองพาราณสี ซึ่งผู้คนเมืองนี้ส่วนใหญ่ตื่นตั้งแต่ก่อนสว่าง

เพื่อมารับแสงแรกจากพระสุริยเทพ บ้างก็มุ่งหน้าไปสู่ปรัมพิธีทำอารตีบูชา (บูชาไฟ) ที่ริมฝั่งแม่น้ำ ซึ่งท่าน้ำที่ผู้คนไปรวมกันเป็นจำนวนมาก คือ ท่าอัสสีฆาต อันเป็นท่าที่ 1 จากทั้งหมด 88 ท่า ของริมฝั่งคงคาในเมืองพาราณสี บ้างก็ลงอาบน้ำชำระล้างบาปในแม่น้ำคงคา ที่ท่า ทศาศวเมธฆาต อันเป็นท่าหลักอยู่ใจกลาง บ้างก็ตักน้ำคงคามาดื่มกิน

ซึ่งการลงอาบน้ำ หรือ ดื่มน้ำคงคา ถือเป็นเรื่องเฉพาะตนของชาวอินเดีย ถ้าคนต่างชาติสุ่มสี่สุ่มห้าไปอาบไปดื่มตาม ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก็อาจจะเป็นเหมือนกับยูทูปเบอร์สาวชาวญี่ปุ่น ที่ลงไปอาบน้ำคงคา ไปล้างหน้า เพียงแค่ 1 ชั่วโมงหลังจากนั้นรู้เรื่องทันที!! คือ แสบจมูก ซ้ำไข้ขึ้นอย่างหนักจนนอนซมไป 2 วัน นี่ขนาดว่าเพียงแค่เอาน้ำล้างหน้าล้างตา ยังไม่ทันได้ดื่ม!!

เพราะคนทั่วไปไม่ได้มีภูมิคุ้มกันเหมือนกับชาวอินเดีย ที่เมื่อแรกเกิด พ่อกับแม่ของเด็กทุกคน ต้องนำน้ำในแม่น้ำคงคามาหยอดปากหยอดจมูก แล้วถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ ต้องอุ้มลูกน้อยไปอาบน้ำเพื่อให้พระแม่คงคาได้โอบอุ้ม โดยพ่อแม่จะจับลูกดำผุดดำไหว้อยู่อย่างนั้น จนน้ำจากแม่น้ำคงคาไหลเข้าปากเข้าจมูก กระทั่งสำลัก ให้เหมือนกับว่าสายน้ำได้ซึมซาบเข้าสู่ร่างกาย จึงถือได้ว่ากลายเป็นลูกของพระแม่คงคานับแต่บัดนั้น ด้วยเหตุนี้ คนอินเดียจึงมีภูมิต้านทานสูงกับแม่น้ำคงคา

สำหรับคนในเมืองพาราณสี หลายคนก็มักนำน้ำกลับบ้าน หรือ นำน้ำใส่ภาชนะทองเหลือง เพื่อเอาไปอาบสรงศิวลึงค์ในเทวสถานต่างๆ ที่ริมแม่น้ำ

ยิ่งถ้าเป็นวันพิเศษในการบูชาเทพเจ้า ซึ่งเดือนหนึ่งมีอยู่หลายวัน เพราะคนอินเดียมีวันหยุดราชการทั้งหมด 145 วัน จากสถิติในปีพุทธศักราช 2565 นับว่ามากที่สุดในโลก แต่ในวันหยุดเหล่านี้ เป็นวันบูชาเทพเจ้าไม่ต่ำกว่า 120 วัน!!

ต่างคนต่างออกมาจากบ้าน หลั่งไหลมาสู่วัดฮินดู มาบูชาขอพรเทวสถาน มา สวดภชัน คือ สวดสรรเสริญเทพเจ้า บางกลุ่มก็ออกมาทำ พิธีกีรตัน คือ การขับขานร่ายร้องเพลงบูชา พร้อมเล่นเครื่องดนตรีอย่างสนุกสนาน เพื่อแสดงถึงอารมณ์ความรักภักดี กล้าหาญ ตื่นเต้น ซาบซึ้งใจอบอุ่น ร่าเริงเบิกบาน ดุดันชิงชังความชั่ว เศร้าสร้อยโหยหา และความสงบ เพื่อบูชาเทพเจ้า ซึ่งรวมทั้งหมดต้องมี 9 อารมณ์ หรือเรียกว่า “นวรส” ดังที่ในหนังภาพยนต์บอลลีวูด ของอินเดียมักต้องมีให้ครบถ้วน จึงถือว่าสมบูรณ์

เพราะการแสดงออกซึ่งอารมณ์ความรู้สึกเหล่านี้ คือ เส้นทางของการปฏิบัติในศาสนาฮินดู ที่ใช้อารมณ์ความรู้สึกเพื่อเข้าถึงสภาวะต่างๆ ที่สูงยิ่งขึ้นไปกว่าตัวเอง ยิ่งมีความรู้สึกที่เข้มข้น ละเอียดลึกซึ้งมายิ่งขึ้นไปเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้หลุดพ้นจากตัวตน ไปสู่สภาวะแห่งจิตวิญญาณ ที่สามารถสัมผัสกับเทพเจ้าได้มากขึ้นเท่านั้น

ในจุดนี้หลักการของศาสนาฮินดู แตกต่างจากข้อปฏิบัติของพระพุทธศาสนา เพราะในศาสนาพุทธ มีวิถีปฏิบัติเพื่อความสงบ ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา ไม่ปล่อยจิตให้คล้อยตามอารมณ์และกิเลส อันเป็นเหตุแห่งความทุกข์

พอเริ่มสาย คนทั้งหลายในเมืองพาราณสีไม่ว่าจะเป็น มหารานี มหาเศรษฐี แม่ม่าย ยาจก วณิพก คนทำงาน ขอทาน ตลอดจนนักบวช รวมไปถึงวัว แพะ แกะ สุนัข ต่างเดินกันให้ขวักไขว่ และอยู่ร่วมกันอย่างสันติบนถนน ต่างคนต่างใช้ชีวิตของตนไปตามหน้าที่ พอถึงเวลาที่ต้องใกล้ชิดกับพระเจ้า คนทั้งหลายก็จะกลับมารวมกันใหม่อีกครั้ง ในทุกวัน ที่ริมฝั่งแม่น้ำคงคาในเมืองพาราณสี

ด้วยความผูกพันของมนุษย์และเทพเจ้า ที่ระลึกถึงกันทุกค่ำเช้า จึงทำให้เกิดความยึดมั่นอย่างเหนียวแน่นในความเชื่อ ความศรัทธา ทำให้เมืองพาราณสีกลายเป็นเมืองแสวงบุญสำคัญของชาวฮินดูมาอย่างยาวนาน ที่เขาเหล่านั้นล้วนปรารถนาจะเดินทางมาให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต

ซึ่งจริงๆ แล้ว ถ้าชาวพุทธเรา สามารถดำรงวิถีปฏิบัติตามที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ได้แบบที่ชาวฮินดูในเมืองพาราณสีประพฤติปฏิบัติตามหลักการบูชาเทพ ด้วยการสวดมนต์ เจริญจิตภาวนา ทุกค่ำ-เช้า มีจิตแนบสนิทอยู่กับคุณของพระรัตนตรัย เข้าวัดทำบุญในทุกโอกาส โดยเฉพาะเทศกาลงานสำคัญยิ่งไม่พลาด ก็เชื่อว่ามรรคผลในพระพุทธศาสนาคงเกิดขึ้นอีกมากมาย

คนอินเดียเชื่อเรื่องฤกษ์ยาม ทำบูชาตามเวลา ทำพลีเทพเจ้าในยามอาทิตย์ขึ้นและตก ทำงานตามฤกษ์ ทำกิจกรรมต่างๆ ในยามมงคล ซึ่งชาวพุทธในบ้านเราส่วนใหญ่ก็นับถือฤกษ์ยามไม่ต่างจากชาวฮินดูในอินเดีย ทั้งที่พระพุทธเจ้าสอนพวกเราว่า “ขึ้นชื่อว่าทำดีเวลาใด เวลานั้นชื่อว่าเป็นฤกษ์ดี มงคลดี สว่างดี รุ่งดี ขณะดี ยามดี”

ริมฝั่งแม่น้ำคงคาในเมืองพาราณสี สะสมสืบต่อพิธีกรรม ความเชื่อ การบูชาเทพเจ้า มายาวนานนับพันปี จนกลายเป็นดั่งเสน่ห์ชวนให้หลงไหล ที่เป็นเหมือนโรงเรียนชีวิตแบบครบวงจร ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นความเป็นจริงอันเป็นสัจจะของชีวิต ที่ใครมีปัญญาก็สามารถมาตักตวงรับประโยชน์ อันจะหาไม่ได้จากที่ใด

พระเฉลิมชาติ ชาติวโร
พระธรรมทูตเชิงลึกแดนพุทธภูมิ
สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน