กทม. – นายสุขสันต์ กิตติศุภกร รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจการป้องกันภาวะอ้วน ซึ่งอาจทำให้ป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) หรือโรคแทรกซ้อนที่ต้องดูแลรักษาต่อเนื่องว่า สำนักการแพทย์ (สนพ.) ได้ประสานความร่วมมือเครือข่ายคนไทยไร้พุงและราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย โดยมีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สนับสนุนการพัฒนาสุขภาพและเสริมสร้างความรู้ทางโภชนาการแก่คนกรุงเทพฯ ให้เลือกบริโภคอาหารได้อย่างถูกต้องเหมาะสม รวมถึงกระตุ้นให้เห็นถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย สร้างทัศนคติที่ดีในการใส่ใจสุขภาพ เพื่อก้าวสู่สังคมไร้พุงปลอดโรคภัยไข้เจ็บ

ขณะเดียวกัน ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันภาวะอ้วนและแก้ไขปัญหาโรคอ้วนลงพุง ต้นเหตุโรคร้ายทำร้ายสุขภาพ และโรคอื่นๆ อาทิ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเส้นเลือด และโรคหัวใจ ในทุกระดับตั้งแต่ปฐมภูมิ และยังได้ดำเนินโครงการส่งเสริมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและปัจจัยเสี่ยงจากภาวะน้ำหนักเกิน จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมในการสร้างแรงจูงใจเสริมพลังและฝึกทักษะ รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับทุติยภูมิ ดูแลรักษาคนที่เป็นโรคไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนเพิ่มเติม โดยมุ่งเน้นเพิ่มการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ ผ่านระบบโทรเวชกรรม (Telemedicine) และระดับตติยภูมิ ในการรักษาพยาบาลป้องกันผู้ที่มีโรคแทรกซ้อนไม่ให้เกิดภาวะทุพพลภาพ พิการ หรือเสียชีวิต โดยเพิ่มขีดความสามารถด้านการแพทย์ในการดูแลรักษาโรคเฉพาะทาง

นายสุขสันต์กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ศูนย์ศัลยกรรมโรคอ้วน โรงพยาบาลกลาง ศูนย์เบาหวานและเมตาบอลิก โรงพยาบาลตากสิน ศูนย์สมองและหลอดเลือด โรงพยาบาลตากสิน ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลกลาง ศูนย์ส่องกล้องและผ่าตัดผ่านกล้องระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลกลาง เพื่อให้บริการดูแลประชาชนให้มีสุขภาพดี

ทั้งนี้ หากมีสภาวะสุขภาพเข้าเกณฑ์ภาวะอ้วน หรือวินิจฉัยว่าเป็นโรคอ้วน สามารถติดต่อสอบถาม หรือเข้ารับบริการ เพื่อรับคำปรึกษา หรือรักษาได้ที่โรงพยาบาลสังกัด กทม.ทั้ง 11 แห่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน