มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) แถลงเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการกระบี่โมเดลอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ได้ดำเนินการเป็นปีที่ 2 ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) และความร่วมมือจากนักวิจัยระดับแนวหน้าของมวล. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ในจ.กระบี่ นำองค์ความรู้ลงไปขับเคลื่อน มุ่งแก้ปัญหาความยากจน สร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีความ เข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ โดยเฉพาะรายได้ จากพืชหลักที่เกษตรกรดำเนินการอยู่ รวมถึงบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 พื้นที่จ.กระบี่ โดยตั้งเป้าเพิ่มรายได้เกษตรกรไม่ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อคนต่อเดือน

สำหรับการดำเนินการโครงการกระบี่โมเดลในปีที่ 2 ได้ดำเนินโครงการวิจัยจำนวน 6 โครงการ ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปาล์มน้ำมัน การเลี้ยงแพะในสวนปาล์ม การเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนนก การผลิตเห็ดร่างแห การพัฒนาผ้ามัดย้อมบาติก จ.กระบี่ และการสร้างตัวแบบด้านการตลาดและ การสร้างแบรนด์ ซึ่งได้มีการใช้องค์ความรู้ วิจัย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในการพัฒนาและส่งเสริมกระบวนการผลิตและแปรรูป โดยเน้นการปรับเปลี่ยนวิธีคิดของเกษตรกรเพื่อลดการพึ่งพาจากหน่วยงานภาครัฐ เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

รศ.ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ รักษาการแทนคณบดีสำนักวิชาการจัดการ มวล. ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยกระบี่โมเดล กล่าวถึงผลจากการขับเคลื่อนโครงการกระบี่โมเดลที่ผ่านมา พบว่าสามารถนำองค์ความรู้ไปเปลี่ยนวิธีการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ การผลิตปาล์มน้ำมันจาก 3.5 ตันต่อไร่ต่อปี เป็นประมาณ 4.5 ตันต่อไร่ต่อปี การเพิ่มผลผลิตการเลี้ยงแพะในสวนปาล์มจาก 8 ตัวเป็นเกือบ 80 ตัวภายในระยะเวลา 2 ปี พร้อมลดค่าใช้จ่ายการดูแลสวนปาล์มไปพร้อมๆ กันด้วย

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนนก อาหารเอกลักษณ์ของจ.กระบี่ การเพาะเห็ดร่างแห การผลิตเชื้อเห็ด รวมถึงการพัฒนาสีธรรมชาติและลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดกระบี่ สร้างผ้ามัดย้อม จ.กระบี่ ที่มีเอกลักษณ์ โดยการนำองค์ความรู้ด้านการตลาด

“สร้างประสิทธิภาพการผลิตและเปลี่ยนวิธีคิดของเกษตรกรไปสู่การผลิตและมีวิถีชีวิตแบบไม่รอ-ไม่ขอ-ลงมือทำ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน