จากการสำรวจหัวข้อ “คนที่ใช่ พรรคที่ชอบ” ของนิด้าโพล 6 ภาค อีสาน เหนือ ใต้ กลาง กทม. ล่าสุด ภาคตะวันออก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีชื่อติด 1 ใน 3 คนที่ใช่เกือบทุกพื้นที่สำรวจ
โดยเฉพาะภาคใต้ได้คะแนนอันดับ 1 เหนือกว่า “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร และพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เสียด้วยซ้ำ แม้ในภาคอื่นๆ ตกเป็นรองอยู่มากก็ตาม
แต่ข้อสังเกตคือไม่ว่าภูมิภาคไหน พล.อ.ประยุทธ์มีคะแนนนิยมเหนือพรรคพลังประชารัฐทุกพื้นที่
ยกตัวอย่าง กทม. พล.อ.ประยุทธ์ อยู่อันดับ 3 ร้อยละ 15.20 คะแนน พลังประชารัฐได้ 9 กว่าๆ ไม่ถึง 10 ในภาคอีสาน พล.อ.ประยุทธ์หลุดไปอันดับ 4 ร้อยละ 9.85 ก็ยังมากกว่า พลังประชารัฐที่ได้ 5.30
ภาคใต้ยิ่งห่าง พล.อ.ประยุทธ์ ได้ร้อยละ 23.94 ส่วนพลังประชารัฐ ได้ร้อยละ 12 เป็นต้น
คะแนนส่วนต่าง “คนที่ใช่” กับ “พรรคที่ชอบ” สะท้อนว่าพล.อ.ประยุทธ์มีคะแนน นิยมส่วนตัวสูงกว่าพลังประชารัฐ
สรุปความเป็นไปได้คือ หากพล.อ.ประยุทธ์ เข้าพบพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เพื่อแจ้งอำลาไปร่วมกับ รวมไทยสร้างชาติตามที่มีข่าว ก็เชื่อว่าคะแนนคนที่ใช่ตรงนี้จะติดตัวไปด้วย เป็นต้นทุนให้รวมไทยสร้างชาติ
พลังประชารัฐจะอ่อนแอลง ต่อให้ได้เศรษฐกิจไทยของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า คืนมา ก็ยังไม่เห็นแนวโน้มจะได้เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเหมือนปี 62
เพราะไม่ใช่แค่พล.อ.ประยุทธ์เท่านั้น ที่ไป ยังจะดูดส.ส. นักการเมืองจำนวนหนึ่ง ในพลังประชารัฐ ติดตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในมุมกลับ ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ไม่อยู่พลังประชารัฐ เท่ากับ “ปลดล็อก” แผนจับมือกับเพื่อไทย ที่คาดว่าจะเป็นพรรคอันดับ 1 หลังเลือกตั้ง
แรงกดดันจะกลับมาตกอยู่รวมไทยสร้างชาติ ที่ด่านแรกต้องได้รับเลือกตั้งส.ส. 25 ที่ ถึงจะเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ชิงนายกฯ ได้ และเพื่อไม่ให้น่าเกลียดเกินไปควรทำให้ได้ไม่ต่ำกว่า 50-60 ที่นั่ง แล้วค่อยไปบวกกับเสียงพรรคร่วมรัฐบาลเดิม
ไม่เช่นนั้นจับพลัดจับผลูเพื่อไทยแลนด์สไลด์ได้จริง ต่อให้ส.ว.โหวตอุ้มพล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯ สำเร็จก็อยู่ได้แค่ 2 ปี แถมต้องเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย อยู่ยาก
ที่สำคัญยังไม่แน่ 250 ส.ว.ซึ่งถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี 62 ถึงวันนี้ ยังยึดมั่นกับพล.อ.ประยุทธ์เหมือนเดิมหรือไม่?
มันฯ มือเสือ