เดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ (YSL Beauty) แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำภายใต้ ลอรีอัล ประเทศไทย เปิดตัวโครงการ “Abuse is Not Love” โดยร่วมกับมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลเผยแพร่ความรู้และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสัญญาณเตือนความรุนแรงในคู่รักในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นการแก้ปัญหาความรุนแรงในคู่รักในประเทศไทย พร้อมจัดนิทรรศการ “Abuse is Not Love” ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

9 สัญญาณอันตรายที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงในคู่รัก คือ 1.หมางเมิน ในวันที่พวกเขาโกรธ 2.แบล็กเมล์ ถ้าคุณปฏิเสธที่จะทำบางอย่าง 3.ทำให้อับอายขายหน้าจนคุณรู้สึกไม่ดีกับตนเอง 4.พยายามปั่นหัว เพื่อบังคับให้คุณทำหรือพูดบางอย่าง 5.หึงหวง ในทุกอย่างที่คุณทำ 6.ควบคุม ทุกเรื่อง 7.รุกราน ตรวจโทรศัพท์หรือติดตามที่อยู่ของคุณ 8.ตัดขาด คุณออกจากเพื่อนและครอบครัว และ 9.ข่มขู่ ด้วยการบอกว่าคุณไม่ปกติและปลูกฝังความกลัว

นางทรงสมร ฮัทเท็ท ผู้จัดการทั่วไป แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าจากการสำรวจพบว่า 1 ใน 3 ของผู้หญิงทั่วโลกต้องเผชิญกับความรุนแรงในคู่รัก YSL จึงอยากสนับสนุนความกล้าแสดงออกของผู้หญิง

ด้าน น.ส.จูลี่ เฮซเซล ผู้จัดการทั่วไป YSL Beauty ประเทศไทย กล่าวว่าปัญหาความรุนแรงในคู่รักเป็นหนึ่งในรูปแบบความรุนแรงที่พบง่ายสุดทั้งร่างกาย วาจา จิตใจ เพศ การทารุณกรรมทาง การเงิน เป็นต้น โดย 1 ใน 3 ของผู้หญิงทั่วโลกมีประสบการณ์ความรุนแรงในคู่รัก แต่มีเพียงบางส่วนที่ได้รับความยุติธรรมอย่างที่ควรจะเป็น

การแก้ปัญหาคือการตระหนักสัญญาณเชิงพฤติกรรมและการแสดงออก โครงการ Abuse is Not Love จะช่วยรณรงค์ให้เกิดความเข้าใจและตระหนักรู้มากขึ้น โดยดำเนินการ 3 แนวทางคือ 1.สนับสนุนเงินทุนสำหรับงานวิจัยเชิงวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันปัญหาความรุนแรงในคู่รัก 2.การเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับ 9 สัญญาณความรุนแรงในคู่รักแก่ผู้คนอย่างน้อย 2 ล้านคนผ่านองค์กรพันธมิตรในหลายประเทศ และ 3.อบรมพนักงาน YSL Beauty และ Beauty Advisor เกี่ยวกับความรุนแรงของคู่รักในสถานที่ทำงาน ซึ่งลอรีอัล กรุ๊ป ตั้งเป้าช่วยผู้หญิง 3 ล้านคนทั่วโลกภายในปี 2030 ผ่านโครงการต่างๆ

นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า จากสถิติของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล พบรายงานข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ความรุนแรงในครอบครัวทางหน้าหนังสือพิมพ์ทุกวัน โดยในปี 2563 มีข่าวฆาตกรรมในคู่รักมากถึง 323 ข่าว คิดเป็นร้อยละ 54.5 ของ ข่าวความรุนแรงในครอบครัว เมื่อวิเคราะห์ข่าวฆาตกรรมในคู่รัก พบอยู่ในช่วงอายุไม่เกิน 30 ปี ถึงร้อยละ 54.1 สาเหตุหลักมาจากความหึงหวง ขาดสติเนื่องจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้ยาเสพติด และความขัดแย้งเรื่องหนี้สิน จากรายงานความรุนแรงต่อเด็กและสตรี ปี 2564 พบหญิงไทยถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจไม่ต่ำกว่า 7 คนต่อวัน มีการแจ้งความปีละ 30,000 ราย ทั้งนี้ ที่ผ่านมามูลนิธิทำงานใกล้ชิดผู้ประสบปัญหา พบว่าหลายครั้งสามารถป้องกันไม่ให้รุนแรงบานปลายได้หากผู้อยู่ในสถานการณ์มีความรู้ความเข้าใจในสัญญาณความรุนแรงแต่เนิ่นๆ

นายจะเด็จกล่าวต่อว่า ขณะนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาความรุนแรงในคู่รักระหว่างชาย-หญิง เมื่อเป็นคู่รักในทุกเพศมีความรุนแรงเกิดขึ้นได้ทั้งหมด อยากให้ตระหนักว่าความรุนแรงนั้นไม่จำเป็นต้องลงมือทำร้ายกัน แต่สัญญาณความรุนแรงเริ่มจากทั้ง 9 ข้อดังกล่าว เมื่อความสัมพันธ์เริ่มมีสัญญาณความรุนแรงเกิดขึ้นไม่ว่าในข้อใดข้อหนึ่งไม่ควรอดทน ควรพูดคุยทำความตกลงกันว่าจะต้องหยุดความรุนแรงนั้น หากคู่รักไม่สามารถทำได้ต้องหยุดความสัมพันธ์ เพราะสัญญาณนั้นอาจนำไปสู่ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้น

“ยังคงมีความเข้าใจว่าการที่คนรักหึงหวง ห้ามแต่งตัว ห้ามออกไปไหน คือความรัก หรือการที่เขาหวงและแสดงความเป็นเจ้าของคือเรื่องดี ซึ่งไม่ใช่ ความรักความหึงหวงไม่ใช่รักโรแมนติก เป็นการใช้อำนาจอย่างหนึ่ง การแสดงความเป็นเจ้าของเพื่อควบคุมคนรักไม่ใช่สิ่งที่ควรเป็น ความรักคือความเท่าเทียม คือการเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน” นายจะเด็จกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน