ดับร้อนแบบพระอริยะ
ฝึกจิต
แม้ขณะนี้ประเทศอินเดียเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวอย่างเต็มตัวแล้ว แต่เขตสังเวชนียสถาน อุณหภูมิก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหนาวเย็นเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา เสมือนว่า ‘ลมหนาวยังพัดจากหิมาลัยมาไม่ถึงเขตของพุทธสถาน’ ทำให้นึกไปถึงคำแถลงการณ์ขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meterological Organization) ขององค์การสหประชาชาติ ที่เคยออกมาประกาศว่า
“4 ปีหลังมานี้ โลกร้อนสูงสุดต่อเนื่องติดต่อกัน นับตั้งแต่เราเริ่มบันทึกอุณหภูมิของโลก ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้อย่างชัดเจนว่า ‘การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ’จะเดินหน้าต่อไปอีกเป็นระยะเวลายาวนาน” พูดอย่างง่าย คือ โลกจะร้อนขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้ต่อไปอีกนานนั่นเอง!!
จากความทรงจำของผู้เขียน เมื่อ 10 ปีก่อนช่วงเดือนธันวาคมที่พุทธคยา เคยมีอุณหภูมิลดต่ำลงถึง 0 องศาเซลเซียส ถัดมาเมื่อ 5 ปีก่อน ในช่วงเวลาและสถานที่เดียวกัน อุณหภูมิลดต่ำสุดเท่าที่วัดได้ คือ 2-3 องศาเซลเซียส เมื่อถึงปีที่ผ่านมา อุณหภูมิต่ำสุดเพิ่มสูงขึ้นเป็น 6-7 องศาเซลเซียส และพอถึงปีนี้ ทั้งตัวเลขบนเครื่องวัดอุณหภูมิ ทั้งสัมผัสทางความรู้สึก เมื่อนั่งอยู่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิประจักษ์ชัดว่าอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างชัดเจน จากที่เคยหนาวจัดก็กลายเป็นเพียงอากาศเย็นเล็กน้อยจนผิดสังเกต
สำหรับบริเวณสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าในพุทธคยา อดีตเรียกว่า “อุรุเวลาเสนานิคม” ซึ่งพระพุทธเจ้าได้เดินทางกลับมาที่นี่อีกครั้งเพื่อโปรดชฎิล 3 พี่น้อง เมื่อออกพรรษาแรกหลังการตรัสรู้ พระองค์เสด็จมาในช่วงฤดูหนาว ประมาณเดือนธันวาคม และใช้เวลาในการประทับอยู่เพื่อ ‘ปรับทัศนคติ’ ของ อุรุเวลกัสสปะ ชฎิลคนพี่ใหญ่อยู่นานถึง 2 เดือนเต็ม
ช่วงหนึ่งในพุทธประวัติบอกเล่าว่า ชฎิลทั้งหลายจำนวน 500 คน ลงไปอาบน้ำเย็นจัดช่วงฤดูหนาวในแม่น้ำเนรัญชรา เพราะเป็นหลักการทรมานร่างกายของนักบวชสมัยก่อน คือ เมื่ออากาศร้อนจัดต้องผิงไฟ เมื่อหนาวเหน็บต้องอาบน้ำ พอชฎิลทั้งหมดขึ้นจากแม่น้ำก็หนาวเย็นจัดจนปากสั่น พระพุทธเจ้าก็อดไม่ได้ที่ต้องทรงช่วยเหลือด้วยการจุดกองไฟไว้ให้ 500 กอง เพื่อคลายหนาวให้กับนักบวช เหล่านั้น
เรื่องนี้บอกให้เรารู้ว่าพุทธคยาในอดีตก็คงหนาวไม่แพ้กันกับปัจจุบัน ยิ่งสมัยโบราณยังไม่มีปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Nino) – ลานีญา (La Ni?a) ไม่มีสภาวะเรือนกระจก ไม่มีการปล่อยก๊าซพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม และไม่มีการปล่อยสารซีเอฟซีจากเครื่องทำความเย็นต่างๆ โอกาสที่จะหนาวเย็นกว่าปัจจุบันจึงมีสูงกว่ามาก
สำหรับในอินเดียมีแนวโน้มชัดเจนว่าจะร้อนขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากธุรกิจการจัดจำหน่ายเครื่องปรับอากาศกำลังบุกทำตลาดอย่างที่ไม่เคยมีปรากฏมาก่อน นับตั้งแต่ปี 2559 ที่อินเดียสัมผัสความร้อนสูงสุดถึง 51 องศาเซลเซียส ซึ่งอากาศร้อนจัดขนาดนั้น แม้แต่ยางมะตอยปูถนนยังละลาย หนำซ้ำแม่บ้านหลายคนออกมาประชดประชันโลกด้วยการตอกไข่ดิบลงบนหินที่วางไว้กลางแดด ซึ่งตลกร้ายคือไข่ดันสุกเสียด้วย!! ในปีนั้น มีคนอินเดียเสียชีวิตโรคลมแดด หรือฮีตสโตรก กว่า 2,500 คน จึงทำให้คนอินเดียส่วนใหญ่เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ด้วยการดิ้นรนหาแอร์มาติดในบ้าน ตั้งแต่คนฐานะกลางค่อนไปทางล่าง จนถึงคนมั่งมี
ตัวเลขตามสถิติของรัฐบาลเมื่อปีที่ผ่านมาพบว่า คนอินเดียติดตั้งเครื่องปรับอากาศจำนวน 5% ของประชากร (ประมาณ 60 ล้านเครื่อง) เมื่อเทียบกับสหรัฐ ที่สูงถึง 90% และจีน 60% แต่นักวิเคราะห์ได้ประเมิณว่าในอีกไม่กี่ปีทั่วประเทศอินเดียจะมีผู้ใช้เครื่องปรับอากาศมากถึง 1,000 ล้านเครื่อง!!
เป็นเรื่องชัดเจนว่า สารทำความเย็นในเครื่องปรับอากาศ หรือที่คนไทยเรียกว่า “น้ำยาแอร์” ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก ตัวทำลายชั้นบรรยากาศโลก ซึ่งเป็นตัวกรองแสงอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น ดังนั้น ลองนึกดูเถิดว่าถ้ามีแอร์เพิ่มขึ้นอีก 1,000 ล้านเครื่อง อินเดียจะร้อนมากขึ้นขนาดไหน และโลกจะร้อนมากขึ้นขนาดไหน!?
ถ้าไม่เตรียมตัวกันแต่เนิ่นๆ คงอยู่ยากมากขึ้นทุกที ยิ่งอากาศร้อน ใจคนก็ยิ่งถึงจุดเดือด จุดปะทะได้ง่ายยิ่งขึ้น
ว่าด้วยเรื่อง “ของร้อน” การเตรียมการที่ดีที่สุดของชาวพุทธ คือ ศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้า ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ตรัสแสดง “วิธีดับร้อนทั้งกายทั้งใจ ทั้งชาตินี้และชาติหน้า” ไว้ให้แก่พวกเราแล้วว่า
(สำหรับคนที่ไม่เข้าใจธรรมะ) “ทุกอย่างย่อมร้อนเป็นไฟ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ร้อนเป็นไฟ การรับรู้ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ร้อนเป็นไฟ สัมผัสทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ร้อนเป็นไฟ ร้อนด้วยไฟราคะ ไฟโทสะ ไฟโมหะ ร้อนด้วยการเกิด การแก่ การตาย ความโศกเศร้า ความคร่ำครวญ ความทุกข์กายทุกข์ใจ และความคับแค้นใจ อริยสาวกเมื่อรู้เห็นเช่นนี้ ย่อมเบื่อหน่าย คลายกำหนัด ไม่ยึดมั่นถือมั่น มีจิตหลุดพ้น และรู้ว่าตนได้สิ้นภพสิ้นชาติ บรรลุเป้าหมายสูงสุดของพรหมจรรย์ ไม่มีกิจในการทำเพื่อความสิ้นทุกข์อีกต่อไป”
บทธรรมนี้ พระพุทธเจ้าแสดงโปรดชฎิล 3 พี่น้องและบริวาร 1,000 ที่อุรุเวลาเสนานิคม เมื่อ 2,600 ปีก่อนที่ผ่านมา ซึ่งทันทีที่แสดงจบลง อดีตชฎิล 1,003 รูปก็บรรลุเป็นพระอรหันต์ในทันที
พระเฉลิมชาติ ชาติวโร
พระธรรมทูตเชิงลึกแดนพุทธภูมิ
สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐