ยึดการกระทำของพ่อแม่เป็นแบบอย่าง สำหรับผู้จัดคนดัง ‘ขวัญ’ พิมพ์อัปสร เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา ลูกไม้ใต้ต้นของศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับ ‘เอก’ สรพงศ์ ชาตรี กับ นักแสดงรุ่นใหญ่ ‘โย’ ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา

โดยวันนี้เจ้าตัวมาเปิดใจถึงความสัมพันธ์กับคุณพ่อคุณแม่ และการทำงานในฐานะผู้จัดละคร

◆งานพระราชทานเพลิง คุณพ่อผ่านมาแล้ว ในฐานะลูก รู้สึกยังไงที่มีคนรักคุณพ่อมากขนาดนี้?
ขวัญ – “ภูมิใจในตัวเขา คนคนนึงที่ได้มีพิธีพระราชทานเพลิง มีคนมาให้เกียรติให้ความรักมากมาย จากคนที่ไม่ได้เรียนจบสูง แต่พยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ได้มากที่สุด เขาถือเป็นแบบอย่างให้เราในการตั้งใจทำอะไรสักอย่าง แล้วด้วยความที่เขาทำงานด้วยความ ไม่ถือตัว มันก็ได้ผลตอบแทน กลับมาชื่นใจ มีวันนี้ก็ถือว่าไม่ธรรมดาสำหรับคนคนหนึ่ง”

◆สิ่งที่คุณพ่อได้ทิ้งเอาไว้ให้ลูกสาวคนนี้คืออะไร?
ขวัญ – “ทั้งชีวิต 70 กว่าปีคุณพ่อไม่ได้มานั่งสอนว่าลูกต้องทำอย่างนี้นะ แต่เขาใช้ชีวิตให้เห็น เวลาทำงานกับเขาหรือเวลาที่เราจะติดต่อเขา ให้รับงาน ลูกค้าอยากให้พ่อเป็นพรีเซ็นเตอร์ เขาก็จะถามว่าสินค้าอะไร ดีจริงใช่ไหม ถ้าไม่ดีพ่อพูดว่าดีไม่ได้นะ เพราะพ่อเป็นศิลปินแห่งชาติ คนรักพ่อเยอะ พ่อรับเงินจากรัฐ ทุกเดือน พ่อไม่สามารถมาหักหลัง คนที่เขาเชื่อใจพ่อได้ การเลือกงาน การปฏิบัติตัวของเขา มันสอนเราให้รู้ว่าควรทำยังไง เรียกว่าการใช้ชีวิตของเขาเป็นครูให้เราได้เลย”

◆ตอนเด็กๆ รู้ไหมว่าพ่อแม่เราเป็นคนมีชื่อเสียง เป็นพระเอกนางเอกชื่อดัง?
ขวัญ – “ตั้งแต่จำความได้คือ รู้เลย ตอนเด็กมีความรู้สึกว่าถ้าจะทำอะไรต้องไม่ให้เสียถึงพ่อแม่ ซึ่งปฏิกิริยาจากคนรอบข้างมีหลากหลาย มีทั้งฟีลรักเอ็นดูพ่อแม่เรา แล้วก็เอ็นดูเราด้วย แต่ก็จะมีฟีลอีกแบบว่าหมั่นไส้ลูกดารา มันมีหมด แต่ด้วยบ้านเราเป็นบ้านที่เฮฮา เราก็เลยรู้สึกแฮปปี้กับ ทุกเรื่องกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกับพี่นักข่าว กับแฟนละครของคุณพ่อคุณแม่ เหมือนเราเป็นครอบครัวใหญ่ ไม่ได้รู้สึกอึดอัดที่คนจับตามอง แต่รู้สึกได้เจอประสบการณ์ใหม่ๆ แล้วก็มีฟีลมากมายที่เราได้เก็บเกี่ยวมากกว่าคนปกติ รู้สึกมีแต่เรื่องดีๆ มีแต่กำไรที่เกิดมาเป็นลูกคุณพ่อ”

◆ขออนุญาตถามถึงตอนที่คุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจยุติชีวิตคู่ เราจำความได้หรือยัง?
ขวัญ – “เด็กมาก ไม่รู้เรื่อง ตั้งแต่จำความได้คือคุณพ่อคุณแม่ ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว ด้วยความที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เวลาที่เราอยู่กับแม่ก็แฮปปี้ อยู่กับคุณพ่อเราก็แฮปปี้ ก็เลยไม่ได้มีฟีลเสียใจว่าครอบครัวไม่ได้อยู่ด้วยกัน เพราะมีแต่คนรุมรักเรา ไม่เคยสัมผัสว่าเคยมีแล้วไม่มี สัมผัสแต่มีทุกอย่าง แต่มีแนวลักษณะที่แยกกัน คือในเชิงปริมาณไม่ได้ครบหนึ่งสองสาม แต่ในเชิงคุณภาพคือล้นมาก”

◆ด้วยพ่อแม่เป็นดาราทั้งคู่ มีความคิดไหมว่าเราโตมาจะเป็นดารา?
ขวัญ – “ไม่เคย ตอนนั้นไม่ชอบกองถ่าย บางทีเราไปกองกับแม่ แม่บอกว่าเดี๋ยวพาไปกินไอติม ถ่ายฉากเดียว โอ้โห! ถึงเที่ยงคืนยังไม่ได้ไปเลย ตอนเด็กไม่เข้าใจการทำงาน แค่รู้สึกว่าฉันไม่อยากทำงานกองถ่ายที่เลิกงานไม่เป็นเวลา คิดแค่นี้ ไม่นึกว่าวันนึงจะวนกลับมาทำงานในกองถ่ายละครเป็นผู้จัดละคร การกลับมาทำงานในวงการหลังจากไปทำอาชีพอื่นมา มันเหมือนได้กลับบ้าน ได้ทำงานกับเพื่อนคุณพ่อคนนี้ๆ ขณะเดียวกันก็ได้ทำงานที่รักไปด้วย”

◆คิดว่าการเป็นลูกดารา คือข้อได้เปรียบของเราไหมกับการเป็นผู้จัดละคร?
ขวัญ – “องค์ประกอบทุกอย่างเกี่ยวอยู่แล้ว เพราะมันคือตกตะกอนมาเป็นเรา แต่อยู่ที่ว่าเราจะใช้ทุกอย่างให้เป็นข้อดีและเป็นโอกาสได้ยังไง ต้องพิสูจน์ตัวเอง ความได้เปรียบมันอยู่ที่เรามากกว่าว่าจะใช้ทุกอย่างที่มีในตัวให้มันได้เปรียบได้หรือเปล่าและอย่างไร”

◆แต่เราก็ได้แสดงฝีมือแล้วกับผลงานที่ผ่านมา?
ขวัญ – “พอได้ทำงานจะเริ่มเห็นตัวเองว่าเหมือนคุณพ่อคุณแม่เหมือนกัน เหมือนตรงที่เขาสู้ตายเรื่องงาน ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อย บทต้องเป๊ะ มาตรฐานไม่เคยตก เลยคิดว่าฉันน่าจะได้พ่อแม่มา อันนี้ต้องขอขอบคุณคุณพ่อ คุณแม่ที่เป็นตัวอย่าง เขาสอนเราด้วยการกระทำมาตลอด”

◆ผลงานมาสเตอร์พีซของเรา ยกให้เป็นชิ้นไหน?
ขวัญ – “‘แม่อายสะอื้น’ เป็นหนึ่งในเรื่องที่อยากทำในฐานะผู้จัด เพราะเป็นเรื่องที่แจ้งเกิดคุณแม่ในวงการบันเทิง แล้วเป็นบทประพันธ์ของคุณป้าคือพี่สาวคุณแม่ พอได้ทำจริงๆ แล้วได้ร่วมงานกับคุณพ่อ คุณพ่อมาเล่นเป็นตาคำปัน แล้วก็มาได้ร่วมงานกับคุณแม่ในเรื่องเดียวกัน เลยเป็นเรื่องที่อยู่ในความทรงจำ เป็นเหมือน ผลงานของครอบครัวเรา ก็เลยรู้สึกประทับใจเรื่องนี้ มากที่สุด”

◆เรียกว่าเป็นลูกไม้หล่นใต้ต้นได้ไหม?
ขวัญ – “ไม่รู้ใต้ได้หรือเปล่า เพราะเราไม่ได้ดำเนินรอยตามในฐานะนักแสดง แต่ก็อยู่ในวงการบันเทิง นี่แหละ”

◆ความสวยความหล่อของคุณพ่อคุณแม่รวมกันแล้วเป็นเราที่โดดเด่นไม่แพ้ดารา เคยมีใครมาจีบให้เล่นละครเป็นนางเอกไหม?
ขวัญ – “เคยเล่นละครนะตอนเด็กๆ แล้วก็มีไปแซมๆ บางเรื่อง แต่ตอนนี้คิดว่าทางที่เราอยู่และถนัดสุดคือการเป็นผู้จัดละคร เป็นงานที่ลงตัวที่สุดและเป็นตัวเรามากที่สุด”

อชริญา บุญชู

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน