ปรัชญาการศึกษาของไทย ภาคพุทธธรรม : แกนนำการศึกษา (13)
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต ป.ธ.๙)
ในทางตรงข้าม ถ้ากระแสความคิดดำเนินอย่างถูกต้องเกิดความรู้ความเข้าใจแต่ เบื้องต้นก็ดี ในระหว่างที่ดิ้นรน กระแสความคิดดำเนินควบไปด้วย จนพบเงื่อน ที่นำไปสู่ความรู้ความเข้าใจ ณ จุดหนึ่งจุดใดก็ดีทันทีที่ความรู้ความเข้าใจเกิดขึ้น มองเห็นสภาวะของปัญหาตามที่มันเป็น มองเห็นเหตุปัจจัยแห่งความบีบคั้น ขัดข้อง มองเห็นที่หมายอันพ้นจากปัญหา และมองเห็นทางออกไปจากปัญหาเข้าสู่ที่หมาย ทันทีนั้นความกระวนกระวายจะระงับลง ความสงบจะเกิดขึ้น ยิ่งมองเห็นกระจ่างแจ้งเห็นทางออกทุกแง่ทุกมุมเท่าใด ก็ยิ่งเกิดความมั่นใจมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อเห็นชัดเจนมีความมั่นใจโดยสมบูรณ์ ก็จะไม่มีความกระวนกระวาย ไม่มีความดิ้นรน ความหวาดผวาห่วงกังวลคอยปิดป้องตัวตนจะหมดไป มีการปฏิบัติด้วยปัญญาตามเหตุปัจจัยขึ้นมาแทน นอกจากความหวาดผวาห่วงกังวลในตัวตนจะหมดไปแล้ว ยังมีความรู้สึกปรารถนาจะเผื่อแผ่อิสรภาพนั้นออกไปให้แก่ผู้อื่นอีกด้วย ความรู้ ความเข้าใจมองเห็นชัดเจนนี้เรียกว่าปัญญา ความรู้สึกที่คลี่คลายขยายตัวเผื่อแผ่ อิสรภาพนั้นออกไปแก่ผู้อื่นเรียกว่ากรุณา
อนึ่ง เมื่อเริ่มเดินสายความคิดถูกต้อง เกิดปัญญามองเห็นทางออกก็ดี เกิดความกรุณาปรารถนาจะเผื่อแผ่อิสรภาพแก่ผู้อื่นก็ดี ก็จะเกิดแรงเร้าที่เรียกว่าฉันทะขึ้น ซึ่งในกรณีนี้จะเป็นธรรมฉันทะ คือความใฝ่รู้ความจริงและเข้าถึงสาระหรือแก่นแท้ของ สิ่งต่างๆ และกัตตุกัมยตาฉันทะ คือ ความใฝ่ทำเพื่อเข้าถึงจุดหมายที่มองเห็นนั้น ฉันทะคือความใฝ่รู้และใฝ่ทำนี้จะเป็นพลังสำคัญในการดำเนินการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ตรงข้ามกับตัณหาคือความอยากได้และทะยานอย่างไร้จุดหมาย ซึ่งเป็นพลังในการแก้ปัญหาที่ผิด หรือตัวการที่ชักให้เขวออกไปจากการแก้ปัญหาตามความที่กล่าวมา มีข้อควรพิจารณาดังนี้
1.1 กระบวนการของการศึกษา (กล่าวในแง่นี้) ก็คือ กระบวนการแก้ปัญหาหรือทุกข์ ปัญหาหรือทุกข์นั้นมีอยู่พร้อมด้วยอวิชชา การศึกษาเกิดขึ้น ณ จุดที่ปัญญา เกิดขึ้น ปัญญาเกิดขึ้น ณ จุดที่แก้ปัญหาได้ (แก้ได้ในความคิดแล้วก็แก้ได้ในการ กระทำ) การใช้ปัญญาคือวิธีแก้ปัญหาที่แท้
1.2 ถ้าปัญญาไม่เกิดขึ้น ก็จะเกิดการดิ้นรนกระวนกระวายทะยานไขว่คว้า คือพยายามแก้ปัญหาด้วยตัณหา การกระทำเช่นนี้ จะทำให้ห่วงกังวลปิดป้องตัวตนมากขึ้น (มีความเห็นแก่ตัวยิ่งขึ้น) ตัณหากับอวิชชา จึงมาด้วยกันและช่วยเสริมกำลังแก่กัน การแก้ปัญหาหมายถึงการทำลายอวิชชา เมื่อแก้แล้วกลับทำให้อวิชชามากขึ้น การแก้ปัญหาด้วยการใช้ตัณหาก็ย่อมเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ผิดพลาด หรือวิธีแก้ปัญหาเทียม ทำให้เกิดปัญหามากยิ่งขึ้น