กระทรวงเกษตรฯ เร่งเครื่องยกระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง เพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกรให้ได้มากกว่า 1.8 แสนบาทต่อครัวเรือนต่อปี
นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ กับ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อขับเคลื่อนโครงการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง เพื่อยกระดับสินค้าเกษตร เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร
ทั้งนี้ปี 2566 มีเริ่มนำร่อง 878 หมู่บ้าน ใน 76 จังหวัด ภายใต้งบประมาณประจำ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งทุนทางการเกษตร ลดการพึ่งพาจากภาครัฐ ซึ่งมีกรอบระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2566-2570 ตลอดจนปฏิรูประบบการบริหารราชการของกระทรวงเกษตรฯให้มีการบูรณาการทุกภาคส่วนอย่างแท้จริงและใช้ทรัพยากรที่มีได้อย่างเต็มศักยภาพ
กระทรวงเกษตรฯได้นำร่องเริ่มดำเนินการหมู่บ้านต้นแบบมาแล้ว 1 ปี ในหมู่บ้านต้นแบบ สามารถมีรายได้ ประมาณ 3 แสนบาทต่อครัวเรือนต่อปี ดังนั้นในปี 2566 เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง จะมีกำไรหลังหักค่าใช้จ่ายจากการผลิตสินค้าแล้ว เพิ่มขึ้น 5% จากปัจจุบัน และจะทำให้รายได้ต่อครัวเรือนเกษตรกรเพิ่มมากกว่า 1.8 แสนบาทต่อปีในปัจจุบันในที่สุด
“สินค้าเป้าหมายหลักมี ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน อ้อย และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยโครงการนี้มุ่งลดต้นทุนการผลิต พัฒนาสินค้าเกษตรตั้งแต่ต้นทางถึง”
นายอภัยกล่าวว่า สำหรับการเริ่มดำเนินการโดยปรับโครงสร้างการผลิตในภาคการเกษตรในระดับพื้นที่อย่างแท้จริง มีการส่งเสริมให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรในพื้นที่สามารถวิเคราะห์ศักยภาพและโอกาส วางแผนการผลิตที่เชื่อมโยงกับความต้องการของตลาด มีตลาดรองรับที่ชัดเจน เพื่อจัดทำแผนธุรกิจเกษตรรายสินค้าในการเข้าถึงแหล่งทุนจากสถาบันการเงิน ตลอดจนเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่จำเป็น
การทำเกษตรที่ได้มาตรฐานเพื่อยกระดับการผลิตของตนเอง และเพื่อให้มีฐานข้อมูลกิจกรรมการทำการเกษตร ใช้ในการกำหนดนโยบาย บริหารจัดการ และให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ โดยทั้งหมดนี้ มีการสร้างกลไกการบริหารงานและการมีส่วนร่วมตั้งแต่ในระดับพื้นที่และส่วนกลางในการขับเคลื่อนและพัฒนาการเกษตรให้บรรลุเป้าหมายตามเจตนารมณ์ของยุทธศาสตร์ชาติต่อไป