จับคู่เป็นพิธีกรร่วมกันในรายการ “ปากท้อง ต้องรู้ ดูแล้ว ร้วย รวย” ทางช่อง 8 สำหรับพ่อลูกขวัญใจแม่ยกคนดัง ‘เอ’ ไชยา มิตรชัย และ ‘แป้ง’ ศรันฉัตร์ มิตรชัย โดย วันนี้ทั้งคู่ควงกันมาให้สัมภาษณ์ถึงการจ้อร่วมกันในรายการดังกล่าว รวมถึงเรื่องที่ลูกสาวถูกครหา มีงานได้เพราะพ่อช่วย นอกจากนี้ยังเปิดใจถึงความสัมพันธ์พ่อลูก
✦ ความสนิทสนมระหว่างพ่อและลูกขนาดไหน?
เอ – “สนิทกันมาก ตั้งแต่สมัยผมเล่นลิเกแล้ว บางทีปลุกลูกตี 2 ขึ้นมาเล่น แล้วก็หลับ”
แป้ง – “ตอนเด็กๆ จะสนิทกับแม่เยอะ จะอยู่กับแม่มากกว่า จริงๆ ก็ใช้เวลาร่วมกันมาตลอด แต่ไม่มีใครมารู้เรื่องราว ตอนนี้ก็สนิทกันมาก”

✦ ความรู้สึกที่ได้ทำงานพิธีกรด้วยกันครั้งแรก?
แป้ง – “ตื่นเต้น เพราะเป็นงานที่ไม่เคยทำ ยังบ่นกับพ่อเลยว่าลูกพูดไม่รู้เรื่อง พ่อเลยแก้ปัญหาให้ ไปเอาสคริปต์เก่าๆ ของรายการมาให้ฝึกซ้อม”
เอ – “เขาทำได้ ไม่เกินความสามารถ ผ่านนะ แต่จะโดนใจคุณแม่คุณพ่อหรือเปล่าต้องให้เขาพิสูจน์ รายการเราช่วยเหลือชาวบ้าน เรานำเสนอไปเพื่อเป็นกระบอกเสียง คือเอาใจอ่านข่าวและมีจิตวิญญาณเป็นผู้ประกาศข่าว”
“ถ้าไม่ได้พูดในฐานะพ่อนะ การทำรายการ เคมีของพิธีกรเป็นสิ่งสำคัญ ในหน้าที่พิธีกรเราจะให้ใครคนใดคนหนึ่งมาแบกรับหน้าที่ไม่ได้ แป้งเขาจะจริงจัง ทำการบ้าน กลัวเป็นภาระพ่อ แต่บอกตรงนี้เลยว่าไม่ใช่ภาระ กลายเป็นว่ามาช่วยพ่ออีกแรง เลยขับเคลื่อนไปด้วยกัน ณ วันนี้ อุ่นใจและสนุก มีความสุขมาก”
แป้ง – “พ่อเก็บรายละเอียดทุกอย่าง ทั้งเรื่องงาน เพื่อนร่วมงาน เขาเอามาสอนและบอกหนูทุกอย่าง ต้องขอบคุณผู้ใหญ่หลายๆ คนที่ชมมาว่าพ่อสอนมาดี”

✦ กว่าจะเปิดตัวลูกผ่านกระแสดราม่ามา?
เอ – “มันก้าวข้ามความทุกข์ครอบครัวที่เราแบกไว้ในอกในใจอึดอัดบอกใครไม่ได้ ซึ่งมันใช้เวลากับการเปิดตัว แต่คุ้มค่ากับเวลาที่รอคอย กลายเป็นความสุข มีแต่คำชมและกำลังใจ จะสอนลูกเสมอว่าเตรียมพร้อมนะ ถ้าเล่นหนังเล่นละครเป็นคนของสังคมแล้ว ต้องรับให้ได้ทั้งหมด ทั้งคำชมคำติ แต่การจะอยู่ได้นาน ประคับประคองตัวเองให้ดี อยู่บนพื้นฐานของความดีและความถูกต้อง ซึ่งล่าสุดมีกระแสว่าผมดันลูก บอกเลยไม่ฝากใครเลยสักคนเดียว”
แป้ง – “หนูไปแคสต์งานเยอะมาก ก่อนจะเปิดว่าเป็นลูกพ่อ ทำทุกอย่าง ประกวดนู่นนี่นั่นเพื่อให้เข้าวงการ เพราะอยากเป็นแบบพ่อ จนเหนื่อยมาก คุยกับแม่ว่าให้พ่อฝากหนูได้ไหม เขาก็ไม่ฝาก”
เอ – “มีเหตุผลหลายอย่าง เราอยู่กับผู้จัดและผู้ใหญ่ จะรับรู้ปัญหา ถ้าเราฝากลูก เขาอาจจะรับไว้ แต่ในใจเขาอ่ะ ลูกของคนในวงการมันเยอะมากนะ มันหนักใจเขา แล้วบทมันจะหนักกับลูกเรารึเปล่าก็ไม่รู้ เลยไม่กล้าฝาก ไม่กล้าเอาความหนักอกหนักใจไปให้เขา จนมาอธิบายให้ลูกฟัง แต่เขาขยันไปแคสต์นะ”
แป้ง – “ชอบวงการตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ ดีใจที่ได้ทำตามความฝันตัวเอง พอรู้ว่าฟ้าเปิด หนูได้รับโอกาสเพราะหนูเป็นลูกพ่อ เธอได้เป็นดาราเพราะชื่อเสียงพ่อ ถูกต้องหนูยอมรับ แต่การเป็นดาราของหนูมันยากเย็นจริงๆ รู้สึกว่าเมื่อได้รับโอกาสแล้ว ต้องคว้าและตั้งใจทำให้ดีที่สุด ให้สมเป็นลูกพ่อ”

✦ พอได้ยินคำครหาแบบนี้บ่อยๆ มันบั่นทอนไหม?
แป้ง – “ไม่เลย ไม่ได้มองว่าการที่มีพ่อปูทางเป็นปมด้อย”
เอ – “มันคือโอกาส เรามองแง่ลบให้เป็น แง่บวก บอกกับลูกว่ามันเป็นข้อดี ถ้าหมดรุ่นพ่อไป จะสานต่อเมตตาลูกพ่ออีกคนก็ไม่แปลก พอเดินเข้าไปในกองถ่ายบอกว่าเป็นลูกพ่อ ก็ได้รับการชื่นชมจริงๆ”
แป้ง – “เขาเอ็นดูมาตั้งแต่รุ่นพ่อ เขาเจอเราก็จะบอกว่ากิริยาท่าทางเหมือนเอเป๊ะ”
✦ การอยู่ยงคงกระพันมานาน เรามีเทคนิคอะไรสอนลูกสาว?
เอ – “จะบอกตลอด ต้องมีระเบียบวินัย ทำการบ้านไป เอาวิชาที่พ่อมีอยู่ไปใช้ พ่อจะเป็นคนที่พอไปถึงกองแล้วจะไม่ให้ใครมานั่งท่องบท จะทำการบ้านทุกตัวละคร ดูและทำความเข้าใจไปตั้งแต่ต้นจนจบ อ่านบทไปแล้ว อย่างน้อยๆ ผู้กำกับฯ จะไปเสริมเติมอะไรหน้างาน จะง่ายสำหรับเรา หนึ่งเลยระเบียบวินัย ตรงต่อเวลา รู้จักหน้าที่ตัวเอง สำคัญมากๆ อ่อนน้อมถ่อมตน อยู่ให้ได้”
✦ เรื่องหนุ่มๆ คุณพ่อว่าอย่างไร?
แป้ง – “พ่อห่วง แต่ไม่หวงแล้ว ทำงานแล้ว พ่อบอกว่าโตแล้ว”
เอ – “ไฟเขียว มีคนมาจีบเขาตั้งแต่วัยเรียน อย่างตอนนี้ถ้ามีก็พามาได้ จะบอกถ้ามีคนมา จีบให้บอก อย่าปิดบังพ่อ พ่อรับได้ พ่อฟังได้ จะได้ช่วยกันสแกนกรรม แต่ช่วงนี้เป็นวัยทำงานแล้วพ่อไม่หวงไม่ห้าม เพียงแต่ถ้าถึงเวลาก็ปล่อย แต่ถ้ายังสนุกกับงานก็ไม่ต้องรีบ เนื้อคู่มีแน่ๆ ต้องได้ออกเหย้าออกเรือน อยู่กับลูก พอเลยวัยน่าห่วงก็ให้อยู่กับเขาแบบเพื่อน เนี่ยเขาบอกว่ามีลูกดี เหมือนมีทรัพย์ มีลูกไว ก็มีลูกทันใช้”
อชริญา บุญชู