นอกจากภัยยาบ้า ยาเสพติด ที่ตำรวจในยุคบิ๊กเด่น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ กำลังเร่งโรมรันพันตู จนล่าสุดขยายวงกลายเป็นการทลายขบวนการจีนสีเทา เปิดโยงใยเครือข่ายมากมาย ยึดทรัพย์ได้อย่างมหาศาล
ยังมีอีกภัยคุกคามสังคมไทยอย่างหนักหน่วง คือ อาชญากรรมออนไลน์
ความที่พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ดูแลการปราบปรามโจรไซเบอร์มาตั้งเป็นรองผบ.ตร. จึงรู้ช่องว่างช่องโหว่ที่ทำให้การหยุดยั้งขบวนการนี้ ไม่สำเร็จอย่างขุดรากถอนโคน
ล่าสุดจึงผนึกกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถ้าให้ตำรวจ ปราบอย่างเดียว ยากจะจัดการได้
ไม่ว่าจะเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ทั้งหลาย, กสทช., ก.ล.ต.ที่ดูแลตลาดหลักทรัพย์, ปปง., กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ต้องหยุดทั้งขั้นตอนการโอนเงินธนาคาร บัญชีเงิน ต่างๆ ไปจนถึงการโอนเงินเข้าสู่ระบบคริปโต เคอร์เรนซี ต้องตรวจสอบและควบคุมการใช้โทรศัพท์มือถือ ซิมต่างๆ ต้องทำให้ครบวงจร!
เป็นที่รู้กันดีว่านายทุนตัวการแก๊งโจรออนไลน์นั้น อยู่ในต่างประเทศ ออฟฟิศที่ใช้ทำงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์มักอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน
การทำลายเครือข่ายในประเทศเราเอง ถือว่าง่ายกว่า ต้องเร่งทำ ให้เด็ดขาด
นโยบายของบิ๊กเด่นคือ ต้องตัดตอนให้ได้ทั้งหมด ทั้งบัญชีม้า ยึดบัญชีธนาคารที่เข้าข่าย บล็อกเครือข่าย โทรศัพท์ที่ไม่ระบุตัวตน ซิมการ์ดมือถือที่ไม่ระบุตัวตน
ต้องทำให้ได้รวดเร็ว ไม่เช่นนั้นคนร้ายจะดูดเงินเหยื่อแล้วโอนออกไปอย่างฉับไว
ดังนั้นพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กำลังเร่งนำเสนอรัฐบาล ให้แก้กฎหมายด้วยการออกเป็นพระราชกำหนด คาดว่าจะออกได้ภายในเดือนนี้!
ถ้ามีกฎหมายใหม่ออกมาใช้ ตำรวจมั่นใจว่าจะหยุดกระบวนการภัยไซเบอร์ได้ทันท่วงที
บัญชีธนาคารที่น่าสงสัย มีการโอนเงินถี่ยิบและไม่มีเงินหลงเหลือในบัญชี จะโดนเบรกไม่ให้ใช้อีแบงกิ้ง
หรือประเภทโอนไปหลายบัญชี โดยมีเบอร์มือถือเดียวผูกไว้กับหลายบัญชี ต้องบล็อกให้ได้
การตัดตอนบัญชีม้า จะเป็นการตัดมือไม้ของแก๊ง คอลเซ็นเตอร์ ที่มีฐานในต่างประเทศอย่างได้ผล!
บิ๊กเด่นเชื่อว่า เมื่อมีกฎหมายใหม่ มีพ.ร.ก.ออกมาใช้ จะเป็นการเพิ่มเขี้ยวเล็บให้กับตำรวจ
เพื่อสู้กับโจรยุคดิจิตอลที่อยู่ต่างประเทศ ก็ต้องตัดตอนเครือข่ายในไทยเราให้เหี้ยนโดยเร็ว
ทุกวันนี้เกิดคดีโจรออนไลน์วันละ 700 คดี
ต้องทำให้ลดลงเหลือครึ่ง ภายในปีนี้
แล้วจะต้องหมดไปแทบไม่เหลือในอนาคตข้างหน้า
ทั้งยาเสพติดและโจรออนไลน์ เป็นงานหนักตลอด 2 เดือนที่ผ่านมาของบิ๊กเด่น!