ศาลาว่าการกทม. – เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมกิจกรรม ผู้ว่าฯ สัญจร สำนักยุทธศาสตร์ และประเมินผล (สยป.) ที่ ชั้้น 5 ศาลาว่าการกทม.
นายชัชชาติกล่าวภายหลังว่า สยป.เป็นหัวใจสำคัญและมีผลต่อการขับเคลื่อนกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยมี 3ขั้นตอน คือ การประเมินสถานการณ์ การกำหนดนโยบายหลัก (Guiding Policy) และการทำแผนปฏิบัติการ (ActionPlan) ที่สอดคล้องกับทุกสำนัก ปัญหาที่ผ่านมามีสำนัก และสำนักงานเขต ซึ่งสำนักจะมีเชี่ยวชาญเฉพาะ แต่ยุทธศาสตร์ ไม่ได้ไปกำหนดแต่ละสำนัก จะทำอย่างไรให้ 2 หน่วยทำงานเป็นเนื้อเดียวกัน ผลักดันเป็นยุทธศาสตร์ร่วมได้
ขณะเดียวกันเขตเป็นหน่วยงานให้บริการประชาชนไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ดังนั้น สยป. ต้องกำกับดูแลให้ได้โครงการต่างๆ ตามต้องการ ส่วนสิ่งที่ขาดหายไปเป็นเรื่องการประเมินผลโครงการต่างๆ ที่ทำไปแล้วเช่น อุโมงค์ระบายน้ำบ่อบำบัดน้ำเสีย รถบีอาร์ที ที่ผ่านมาไม่มีการประเมินว่าคุ้มทุนหรือไม่อย่างไร จึงอยากให้สยป.ทำเรื่องการประเมินผลให้เข้มข้นขึ้น
นอกจากนี้ อยากให้มีการกำกับดูแลเรื่องยุทธศาสตร์เดิมใช้ ดัชนีชี้วัดผลงานหรือความสำเร็จของงาน KPI(Key Performance Indicator) มาก ทำให้ประเมินความสำเร็จยาก ดัังนั้นอาจให้ใช้ระบบ การตั้งเป้าหมายเพื่อวัดผลความสำเร็จ OKR (Objective and Key Results) เป็นระบบที่ใช้ในอเมริกาหลายบริษัท เช่น กูเกิ้ล คือกำหนดเป้าหมาย หรือผลหลักๆ หากทำได้จะทำให้แต่ละหน่วยงานมีเป้าหมายที่ ชัดเจนขึ้น บางครั้งKPI เป็นเรื่องที่ลงรายละเอียดแต่ไม่ได้ตอบโจทย์มากเพียงทำให้ครบถ้วนตาม KPI แต่ถ้า OKR ชัดเจนจะทำให้สามารถขับเคลื่อนและเกิดความสำเร็จผลมากขึ้น
“สยป.มีบางหน่วยงานที่ซ้ำซ้อนกัน เช่น หน่วยที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มี3 กอง ทำหน้าที่คล้ายกัน ถ้าสามารถรวมเป็นหนึ่งได้อาจทำให้มีการทำงานร่วมกัน เพื่อให้คนทำงานได้หลายหน้าที่เป็นการเพิ่มพลังศักยภาพของคนที่มีอยู่ให้ตอบโจทย์สำนักอื่นมากขึ้น” นายชัชชาติกล่าวทั้งนี้ ปัจจุบัน 216 แผนปฏิบัติการ ได้ดำเนินการไปแล้วส่วนที่ยังไม่ได้ทำน่าจะมี 43 โครงการที่อาจติดเรื่องข้อกฎหมาย ส่วนในปีงบประมาณ 2567 จะได้เห็นโครงการที่ คิดจริงๆ เช่น ระบบสัญญาณไฟจราจร การปรับปรุงศูนย์บริการสาธารณสุข การสร้างโรงพยาบาลเพิ่ม