จากสถิติของกรมราชทัณฑ์ เมื่อปี 64 พบว่าผู้ต้องขังที่พ้นโทษออกมาสู่สังคม มีสถิติที่จะก่อเหตุซ้ำในรอบ 1 ปี อยู่ที่ ร้อยละ 11.95 แต่พบว่าตัวเลขเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป สะท้อนว่ายังมีผู้พ้นโทษส่วนหนึ่งที่ยังเดินวนเวียนอยู่บนถนนสายอาชญากรรม

ย้อนไปเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 6 ธ.ค. ที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.ขอนแก่น พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจประกอบด้วย พ.ต.อ.ไพโรจน์ ไทยพุทธา รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, พ.ต.อ.ณัฎฐ์ โหม่งพุฒ ผกก.สืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวนสอบสวน ภ.จว.ขอนแก่น ร่วมกันแถลงข่าว ผลการจับกุม นายชานนท์ พิมพ์สิน หรือ โต้ง อายุ 25 ปี ชาว ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น, นายสุรเดช สมสวัสดิ์ หรือ แพ อายุ 27 ปี ชาว ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น และ น.ส.ภัทรภร หรือ ออฟ ใสฮาด อายุ 40 ปี พร้อมของกลาง อาวุธปืนพกสั้น 4 กระบอก, สร้อยคอทองคำรูปพรรณ, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก, พระเครื่องและทรัพย์สินมีค่าต่างๆ รวมกว่า 52 รายการ หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ภายในบ้านพักที่ บ.หนองไฮ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น

พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น นำแถลง

พล.ต.ต.นพเก้า เผยถึงที่มาที่ไปของการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คนว่า ก่อนหน้านี้ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นมีแก๊งคนร้ายตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 6 คดี โดยล่าสุดก่อเหตุลักทรัพย์ บ้านเลขที่ 496 ม.28 ต.ศิลา โดยได้ทรัพย์สินไปหลายรายการทั้ง ทองรูปพรรณ อาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนปืน จำนวน 4 กระบอก รวมทั้งเครื่องไอแพด

อาวุธปืนที่ลักมา

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้ง จึงแกะรอยคนร้าย ควบคู่กับการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและกลุ่มผู้มีประวัติเคยถูกจับคดีลักทรัพย์ที่พ้นโทษออกมา จนกระทั่งได้ข้อมูลว่าทุกคดีมีเบาะแสตรงกันว่าหนึ่งในคนร้ายสวมรองเท้าผ้าใบสีแดง ขณะลงมือก่อเหตุเหมือนกันทุกครั้ง

รองเท้าแดงเป็นเหตุ

“นอกจากรองเท้าสีแดงที่คนร้ายใช้ ในการก่อเหตุแล้ว เจ้าหน้าที่ยังคงมีการตรวจสัญญาณไอแพด ที่คนร้ายขโมยไป จนกระทั่งพบสัญญาณอยุ่ที่ บ.หนองไฮ และตรงกับฐานข้อมูลประวัติของคนต้องสงสัย พบว่านายชานนท์ สวมใส่รองเท้าสีแดง ซึ่งตรงกับเบาะแสข้อมูลกลุ่มคนต้องสงสัย ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติพบว่าก่อเหตุลักทรัพย์มาอย่างโชกโชน เข้าและออกเรือนจำมาหลายครั้ง เพิ่งพ้นโทษมาเมื่อปี 2562 ก่อนจะเข้าจับกุมได้ภายในบ้านพักที่ บ.หนองไฮ ซึ่งพบทรัพย์สินมีค่าที่คนร้ายขโมยมาหลายรายการ ทั้งยังคงตรวจพบยาเสพติด จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาสอบสวน ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุลักทรัพย์ที่บ้านเลขที่ 496 ม.28 จริง เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมาโดยขับขี่รถจักรยานยนต์จากบ้านและตระเวนหาเหยื่อจนกระทั่งพบบ้านหลังดังกล่าวไม่มีคนอยู่จึงใช้ไขควงและอุปกรณ์งัดแงะงัดประตูบ้านเข้าไปและขโมยทรัพย์สินและอาวุธปืนไป ซึ่งทรัพย์สินต่างๆ อยู่ในระหว่าง การเตรียมนำไปจำนำและจำหน่ายก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว ได้ดังกล่าว” ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าว

ชี้แจ้งคดี

พล.ต.ต.นพเก้าให้ข้อมูลต่ออีกว่า ชุดสืบสวนเข้าควบคุมตัวนายชานนท์ พิมพ์สิน และนายสุรเดช สมสวัสดิ์ ไว้ก่อน จากนั้นจึงขยายผลไปจับกุมตัว น.ส.ภัทรภร ใสฮาด ได้ที่บ้านพักในตำบลเดียวกัน ก่อนจะได้ของกลางจำนวน 52 รายการ รวมมูลค่า 6 แสนบาท

ภายหลังถูกจับผู้ต้องหาทั้งหมดทราบว่า รู้จักกันมานาน มีพฤติกรรมลักทรัพย์และพัวพันกับยาเสพติด และกลับมา ก่อเหตุลักทรัพย์อีกครั้ง เรียกได้ว่ายึดการลักทรัพย์เป็นอาชีพ และหารายได้ที่จะนำเงินมาใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้คัดค้าน การประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนของสภ.เมืองขอนแก่น และดำเนินคดีในข้อหาเสพและมียาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อเสพและจำหน่ายรวมทั้งลักทรัพย์ในเคหสถาน

ของกลางที่ขโมยมา

ส่วนทรัพย์สินมีค่าต่างๆ ที่ตรวจยึดมาได้นั้นยังคงถูกอายัดไว้ ซึ่งหากผู้เสียหายที่คาดว่าจะถูกผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าวเข้ามาก่อเหตุขโมยทรัพย์สินไปสามารถที่จะติดต่อมาได้ที่ สภ.เมืองขอนแก่น โดยขณะนี้มีทั้งหมด 52 รายการ คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย รวมกว่า 600,000 บาท

อาชีพสุจริตไม่ร่วมกันทำ กลับชักชวนกันไปในทางที่ผิด สุดท้าย ก็ลงเอยที่คุก!

จักรพันธ์ นาทันริ
เอกพงษ์ พุทธาเรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน