ทิศทางยอดขายรถยนต์ในประเทศเริ่มฟื้นตัวกลับเข้ามาสู่ระดับปกติอีกครั้ง ภายหลังจากได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงปี 2563-2564 ที่ยอดขายหดตัว -21.4% และ -4.0% ตามลำดับ
โดยในช่วงเดือนม.ค.-ต.ค.2565 ยอดขายรถยนต์สะสมอยู่ 698,305 คัน หรือขยายตัวเพิ่มขึ้น 16.0% จากการบริโภคภายในประเทศที่ค่อยๆ ฟื้นตัว ประกอบกับการเปิดประเทศ ทำให้ภาคท่องเที่ยวกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง
ทั้งนี้ คาดว่าในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2565 ยอดขายรถยนต์จะเร่งขึ้น จากการกระตุ้นยอดขายจากงานมอเตอร์เอ็กซ์โปช่วงสิ้นปี ทำให้คาดว่ายอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2565 จะอยู่ที่ 8.6 แสนคัน หรือปรับเพิ่มขึ้น 13.3%
ส่วนปี 2566 คาดว่ายอดขายรถยนต์ในประเทศจะอยู่ที่ 9.3 แสนคัน หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 8.1% โดยได้รับปัจจัยหนุนจาก 1.การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2566 จะขยายตัว 3.7% จากที่ขยายตัว 3.2% ในปี 2565
2.ภาคท่องเที่ยวฟื้นตัว คาดว่าในปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวไทย 18.5 ล้านคน 3.ภาคเกษตรเติบโตต่อเนื่อง 4.เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า (xEV) และ 5.ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่องให้ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ให้เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ.2565
สำหรับความเสี่ยงของยอดขายรถยนต์ในประเทศในปี 2566 ประกอบด้วย
1.ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ ค่าครองชีพของผู้บริโภคสูงขึ้น โดยดัชนีราคาสินค้าผู้บริโภค (CPI) ในปี 2566 คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 2.6% จากปี 2565 ที่ปรับเพิ่มไปแล้ว 6.2% ประกอบกับราคาน้ำมันที่คาดว่าจะทรงตัวในระดับสูง ทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อรถยนต์ใหม่ออกไป นอกจากนี้ แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นจะทำให้ต้นทุนการขอสินเชื่อรถยนต์เพิ่มขึ้น
2.ปัจจัยด้านกำลังซื้อ ได้แก่ ระดับหนี้ภาคครัวเรือนในปี 2565 อยู่ในระดับสูงกว่า 88% ต่อจีดีพี ส่งผลทำให้ความสามารถในการขอสินเชื่อของผู้บริโภคภาพรวมของประเทศลดลง และแนวโน้มราคารถมือสองคาดว่าจะปรับลดลงในปี 2566 เนื่องจากมีซัพพลายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและเครื่องยนต์ไฮบริดออกมามาก ประกอบกับเทรนด์ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ทำให้ ผู้บริโภคบางส่วนที่มีรถยนต์อยู่แล้ว แม้ถึงรอบที่ต้องเปลี่ยนรถใหม่ ระมัดระวังการเปลี่ยนไปซื้อรถยนต์ใหม่มากขึ้น
นับเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี