เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. รายงานข่าวจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเรื่องขอให้กกต.ตรวจสอบพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) รับเงินบริจาค 3 ล้านบาทจากนายทุนชาวจีน เจ้าของสถานบันเทิงชื่อดังย่านยานนาวา เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 44 ห้ามพรรคการเมืองไปรับเงิน หรือรับประโยชน์อื่นใดจากบุคคลที่ให้การสนับสนุนการทำลายความมั่นคง การทำลายเศรษฐกิจของชาติ และการทำลายระบบราชการของชาติ รวมทั้งมาตรา 72 ที่ระบุว่า ห้ามพรรคการเมืองไปรับเงิน หรือทรัพย์สินประโยชน์อื่นใดโดยรู้ หรือควรรู้ว่าแหล่งที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมาตรา 74 ที่ห้ามพรรคการเมืองรับเงินจากบุคคลที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทยนั้น

เรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนเสนอความเห็นต่อที่ประชุมกกต. ทางเราตระหนักดีว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนสนใจ แต่ทุกเรื่องสำนักงานกกต.พยายามดำเนินการโดยไม่ล่าช้า ส่วนจะเร็วได้เพียงใดขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเลขาธิการกกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองได้ตั้งคณะทำงานไต่สวนและสืบสวนขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยคณะทำงานไต่สวนและสืบสวน ต้องแสวงหา ข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐาน รวมทั้งเรียกผู้ร้องและผู้ถูกร้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมภายในกรอบเวลา 30 วัน หากไม่แล้วเสร็จ คณะทำงานสามารถขอขยายเวลาออกไปอีก 30 วัน เพื่อรวบรวมข้อมูลเอกสารหลักฐานและพยานให้ครบถ้วนก่อนจัดทำเป็นความเห็นเสนอต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองและรายงานเข้าที่ประชุมกกต.พิจารณาต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน