ศาลาว่าการกทม. – เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยใน ปี 2566 ว่า กทม.มีแผนปรับเปลี่ยนคณะกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัย รวมถึงปรับระเบียบการที่เกี่ยวข้อง โดยรอนำเรื่องเข้าที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร (สภากทม.) หากผ่านสภา กทม.แล้ว คาดว่าจะใช้เวลาจัดตั้งคณะกรรมการ 2 เดือน
ทั้งนี้ มีแผนจัดตั้งคณะกรรมการดูแลเรื่องที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะ แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ 1.ที่อยู่อาศัยชุมชนแออัด และที่อยู่อาศัยคนจน เช่น ชุมชนริมคลองลาดพร้าว โดย กทม.มีแผนทำงานเชิงรุกมากขึ้น ร่วมกับ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) (พอช.) การเคหะแห่งชาติ ซึ่งเข้ามามีส่วนในการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อ ที่อยู่อาศัย ส่วน กทม.ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการกับชุมชนและสนับสนุนข้อมูล
2.การปรับปรุงที่อยู่อาศัยตามสวัสดิการข้าราชการ กทม. เนื่องจากสภาพทรุดโทรม ปัจจุบันมีประมาณ 22 อาคาร รวมผู้อาศัยประมาณ 4,000 กว่าคน ทั้งนี้หากการปรับปรุงโครงสร้างแล้วเสร็จ จะพิจารณาขึ้นค่าเช่า ตามความเหมาะสม
และ3.การทำสวัสดิการของคนเรียนจบใหม่ โดยสนับสนุนบ้านเช่าราคาถูก ประมาณเดือนละ 2,500-3,000 บาท ซึ่งต้องการทำให้สำเร็จภายใน 4 ปี โดย กทม.มีแผนร่วมกับภาคเอกชนในการบริหารจัดการปรับปรุงตึกร้างต่างๆ ให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัย
นายศานนท์กล่าวต่อว่า การดำเนินการดังกล่าวนั้น กทม.จะเป็นคนกลางควบคุมค่าเช่าเพื่อให้คนจบใหม่เข้าถึงได้ เนื่องจากผู้เรียนจบใหม่ในปัจจุบัน เข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ยาก เพราะที่ดินน้อยลง อสังหาริมทรัพย์มากขึ้น การซื้อบ้านทำได้ยากกว่าเมื่อก่อนมากเนื่องจากราคาสูง
“คนจบใหม่มีความท้าทายในชีวิตรออยู่ ไม่สามารถทราบได้ว่าชีวิตนี้จะซื้อบ้านได้หรือไม่ เป็นปัญหาของยุคสมัย ดังนั้น กทม.ต้องทำให้คนจบใหม่มีทางออกของชีวิตที่ดีขึ้น เช่น ค่าเช่าราคาถูก หากเช่าครบ 5 ปี มีสิทธิ์ซื้อได้ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการออกแบบแนวทางช่วยเหลือ โครงการนี้เป็นหัวใจของการสร้างเมือง คือถ้าคนไม่มีบ้านก็จะไม่ภูมิใจในพื้นที่ที่ตนเองอาศัย ดังนั้น บ้านสร้างความภูมิใจให้เมืองและชุมชน พอเขามีบ้าน เขาจะรู้สึกว่าเขาจะทำให้ที่อยู่อาศัยดีขึ้น เพราะเป็นบ้านของเขา นี่คือรากฐานของทุกเรื่อง” นายศานนท์กล่าว