ทํางานที่เมืองดูไบ ร้านนวดสปาแผนไทย มีที่พักและอาหารให้ เงินเดือน 8 หมื่นบาท ไม่คิดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

“โพสต์โฆษณาชักชวนไปทำงาน ต่างประเทศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ส่วนใหญ่มักจะพยายามชักจูงด้วยการแอบอ้างว่าไม่เสียค่าใช้จ่าย รายได้ดี จนมีผู้หลงเชื่อเป็นจำนวนมาก ซึ่งในทางกลับกันอาจเป็นกลลวงของมิจฉาชีพที่ใช้หลอกเหยื่อให้ไปค้าประเวณี จนทำให้ประชาชนหลายคนตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ จึงขอให้ตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนจะเดินทางกันด้วย”

นายสิบหมื่นชัย โพธิสินธุ์ ผู้ตรวจราชการ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เตือนบรรดาผู้หวังหนีจากรายได้ที่ไม่พอยาไส้ ตั้งใจไปขุดทองหางานทำที่เมืองนอก ระหว่างร่วมกับ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม. พ.ต.อ. สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รองผบก.ปคม. พ.ต.อ.กึกก้อง ดิศวัฒน์ ผกก.5 บก.ปคม. พ.ต.ท.เกริก เสนาะสำเนียง สว.กก.5 บก.ปคม. แถลงข่าวที่บช.ก. ถึงผลทลายแก๊งลวง หนุ่มไทยไปค้ากามที่เมืองดูไบ เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ที่ผ่านมา

สดจากสนามข่าว

น.ส.นันทพร กุลลังกา เทรนเนอร์งานนวด

สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมเบื้องต้นมี 3 คน ประกอบด้วย น.ส.นันทพร กุลลังกา อายุ 45 ปี นายภานุวัฒน์ ทรัพย์สมบูรณ์ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญาที่ 2568-69/2565 ลงวันที่ 22 พ.ย.2565

และ น.ส.จรรยา ภูว่อง อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญาที่ 2747/2565 ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2565

ข้อหา “สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามฯ

สดจากสนามข่าว

น.ส.จรรยา ภูว่อง นายหน้า

พล.ต.ท.จิรภพเผยว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ร่วมกับกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ช่วยเหลือชายไทยรายหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มบุคคล ที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQ จากการถูกหลอกลวงไปบังคับค้ากามที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ด้าน พล.ต.ต.ศารุติกล่าวว่า หลังพูดคุยรายละเอียดกับผู้เสียหายจนรับทราบเรื่องทั้งหมด เจ้าหน้าที่กระจายกำลังออกสืบหาเบาะแสและหลักฐานอย่างละเอียด จนทราบว่าผู้ที่ทำหน้าที่ชักชวนผู้เสียหายคือ นายภานุวัฒน์ แล้วก็ส่งต่อไปให้น.ส.จรรยา ที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้าจัดหางาน ก่อนส่งไปเทรนวิชานวดสปากับน.ส.นันทพร สร้างความน่าเชื่อถือจนผู้เสียหายหลงเชื่อ

สดจากสนามข่าว

ค้นรถนายหน้าหาหลักฐานเพิ่มเติม

ต่อมาวันที่ 18 พ.ย. ปีเดียวกัน กลุ่มผู้ต้องหาส่งผู้เสียหายเดินทางไปถึงเมืองดูไบ โดยมีหญิงไทยไม่ทราบชื่อสกุล และนายนิกกี้ สัญชาติปากีสถานไปรอรับถึงสนามบิน พร้อมยึดหนังสือเดินทางไว้ทันที จากนั้นก็พาไปเริ่มงานที่ร้านนวดแห่งหนึ่งที่เมืองดูไบ

แต่ความหวังที่จะมีรายได้เกือบแสนบาทต่อเดือนก็สูญสลายไปในทันใด

เพราะผู้เสียหายพบว่าร้านสปาดังกล่าวมีการค้าประเวณีแอบแฝง โดยผู้จัดการร้านที่ชื่อนายอาหลิว สัญชาติจีน บังคับให้ผู้เสียหายรับแขกขายบริการทางเพศ สนนค่าตัวครั้งละประมาณ 900 บาท ทุกครั้งจะถูกหักค่าตัว 450 บาท เพื่อใช้หนี้ค่าใช้จ่ายเดินทางกว่า 7 หมื่นบาท

เมื่อไม่ยอมทำตามก็ถูกนายนิกกี้และ นายอีซี่ สัญชาติไนจีเรีย บังคับข่มขู่ให้ ผู้เสียหายทำงาน โดยมีหญิงชาวจีนอีกราย ทำหน้าที่คอยรับ-ส่งผู้เสียหายไปให้บริการแขก ผู้เสียหายต้องจำยอมขายตัวเพื่อเอาชีวิตรอด เพราะไม่มีเงินใช้หนี้

ก่อนถูกส่งตัวไปทำงานที่ร้านเเห่งใหม่จึงมีเพื่อนๆ ในร้านคอยให้คำปรึกษา และติดต่อ ขอความช่วยเหลือจนกลับประเทศไทยได้ ในที่สุด

หลังได้หลักฐานทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับกลุ่มผู้ก่อเหตุ ทั้งในไทยและที่ดูไบรวม 7 คน

นายภานุวัฒน์ ทรัพย์สมบูรณ์ จนมุมที่ภูเก็ต

ก่อน พ.ต.อ.สุรพงษ์นำกำลังแกะรอยตามจับนายภานุวัฒน์ได้ภายใน ซ.คลองบางวัด ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต, น.ส.จรรยาจับในพื้นที่ ม.1 ต.บางปู อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ส่วนนางนันทพรถูกรวบตัวใน ซ.นวมินทร์ 70 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ

สอบสวน น.ส.นันทพรให้การภาคเสธ อ้างแค่ทำหน้าที่สอนนวดและเทรนงานต่างๆ ได้ค่าเทรนจากน.ส.จรรยาเพียง 3 พันบาทเท่านั้น ส่วนนายภานุวัฒน์อ้างว่าทำหน้าที่ เชิญชวนหาคนไปทำงานที่เมืองดูไบ ได้ค่าตอบแทนหัวละ 1 หมื่นบาท

สดจากสนามข่าว

ตรวจยึดเอกสารสมัครงานของเหยื่อหลายราย

มีเพียง น.ส.จรรยารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า ตั้งแต่เดือนพ.ค.-พ.ย.65 ผู้ต้องหารายนี้มีเงินหมุนเวียนในบัญชีมากกว่า 4 ล้านบาท และพบข้อมูลการเดินทางของเหยื่อที่ถูกหลอก ไปทำงานอีกเป็นจำนวนมากด้วย จึงนำตัว ผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปคม.ดำเนินคดี

แม้จะจับกุมขบวนการในประเทศไทยได้แล้ว แต่ตำรวจไทยไม่หยุดเพียงเท่านี้ ยังสอบสวนผู้ต้องหาขยายผลตามจับผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ

รวมถึงเค้นข้อมูลคุ้ยเบาะแสเชิงลึกในแวดวงพวกค้ามนุษย์ เพื่อกำจัดขบวนการอุบาทว์ให้หมดสิ้นไป

ธานี ทวีเกิด
เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน