‘อ้อน’คืนจอรอบ15ปี พร้อมสั่งลากับงานละคร

อาทิตย์ใส

นางเอกนักร้องดังจากยุค 90 สาว ‘อ้อน’ เกวลิน คอตแลนด์ หวนคืนจอในรอบ 15 ปี รับเล่นละครแนวดราม่าลึกลับ “เคหาสน์นางคอย” ที่กำลังออนแอร์อยู่ทาง ช่อง 7 HD

โดยเจ้าตัวเผยถึงเหตุผลที่หวนมารับเล่นละครอีกครั้งหลัง ห่างหายไปนาน แถมเรื่องนี้ยังจะเป็นเรื่องสุดท้าย รวมถึงเรื่องบทบาทของนักธุรกิจหญิงคนเก่ง และชีวิตครอบครัว

ทำไมถึงเลือกละคร เคหาสน์นางคอย?
อ้อน – “ด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง และเป็นการกลับมาบ้านหลังเดิมหลังแรก ‘กันตนา’ ซึ่งเป็นละครเรื่องแรกที่ทำให้ทุกคนได้รู้จัก เกวลิน คอตแลนด์ มาจากพี่ ตุ๊กตา จิตรลดา ที่ยื่นบทสุดยอดให้ อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งครั้งที่มาจากพี่ตุ๊กตา เลยรู้สึกว่าถ้าเราจะกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งหลังหายไปกว่า 15 ปี ก็อยากจะได้เรื่องที่ทุกคนหายคิดถึง และเป็นมาสเตอร์พีซ เราก็รู้สึกว้าวตั้งแต่รู้ว่าละครเรื่องอะไรแล้ว ก็เอ๊ะ นิดนึงว่าน่าสนใจ เดินเรื่องเลย ความลับทุกอย่างอยู่ที่เรา ซึ่งในวงการบันเทิงเราไม่เคยรับบท 2 ตัวเลย อันนี้คือครั้งแรก ทุกๆ อย่างลงตัว”

บทที่ได้รับลึกลับมาก?
อ้อน – “ใช่ ด้วยความที่มันถูกเล่นเป็น 2 ตัว ประพิมพรรณ/ประพิมพร แล้วความลับมันมาอยู่ที่เรา ขนาดเราอ่านบท ยังอยากรู้ คือมันครบ ดราม่า ตบตี เกรี้ยวกราด ผี หลายคนจะต้องเอ๊ะ มีรวมหมดในเรื่องนี้ ทั้งช็อตกุ๊กกิ๊กพระนาง และวิญญาณที่จะต้องมาบอกความจริง ทุกๆ อย่างมันเป็นความลับไปหมดในเคหาสน์ แล้วแต่ละคนก็เจ้าบทบาท ต้อม รชนีกร, ปู มัณฑนา, พีท ทองเจือ ยุค 90 หมดค่ะ ไม่ธรรมดา ถ้าเล่นรวมกันคือบันเทิงเป็นฝีมือหมด”

15 ปีที่ห่างหายวงการบันเทิงไป ทำให้ยากต่อการแสดงไหม?
อ้อน – “ความยากน่าจะเป็นเรื่องของหน้ากาก เพราะต้องใส่ตลอดเวลา แล้วค่อนข้างรัดและแข็งมาก การที่จะแสดงออกมาผ่านทางแววตามันจะยาก แต่ถ้าพูดถึงการเคาะสนิม ไม่เลย มันอยู่ในสายเลือด วันแรกวันเดียวเท่านั้นทุกอย่างเข้าที่เข้าทางหมด แต่สิ่งที่ยากน่าจะเป็นเรื่องการแสดงออก มันไม่เห็นอะไรเลยนอกจากตาเรา ไม่ว่าจะโกรธ อบอุ่น รัก เคียดแค้น”

“แล้วเรื่องนี้มีความพิเศษตั้งแต่วันแรก ตั้งแต่ที่เรายังไม่ได้ไปถ่ายละคร เขาก็ขอคิวเราไปทำเลเซอร์คือต้องไปหล่อที่โรงงานเราต้องนั่งนิ่งเป็นชั่วโมงเพื่อให้เขาสแกนกะโหลก มีการลองอยู่หลายรอบ เราก็มีความรู้สึกว่าแค่หน้ากากก็ไม่ธรรมดาแล้วอ่ะ เราว้าว และเซอร์ไพรส์มากตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ได้ เล่น แล้วหน้ากากออกมาสวยมากเป็น สีโรสโกลด์”

การเข้าบทกับพระ-นางเป็นอย่างไรบ้าง?
อ้อน – “เข้าฉากกับบูม (กิตตน์ก้อง) น้อย แต่กับ พิ้งค์พลอย บ่อย เพราะเขาคือสาวใช้ที่จะต้องมาดูแลเรา ด้วยความโชคดีในการ กลับมาครั้งนี้ ทั้งกองถ่าย ผู้กำกับฯ โดย เฉพาะพิ้งค์พลอย ทำการบ้านมาดีมาก ตั้งใจ สั่งอะไรคือทำได้เลย ให้ร้องไห้ก็ทำได้เลย เราเลยหลงรักนางเอก กลายเป็นเพื่อนซี้กันไปเลยตอนนี้ มีฉากประทับใจอยู่ฉากหนึ่งที่พูดกันเยอะมาก ประมาณ 3 หน้ากระดาษ ถ้าเป็นคนอื่นก็คงจบไปละ เพราะบล็อกกิ้งเยอะมากด้วย ทั้งเราและ พิ้งค์พลอยต่างคนต่างไม่ยอมกัน ฟาดฟัน สนุกมาก กลายเป็นว่า 3 ซีนที่ซ้อมกันไป ปกติมันต้องถ่ายทีละซีน ผู้กำกับฯ ก็ไม่คัตเราก็เลยเล่นกันยาว ก็ไม่น่าเชื่อบท 3 หน้ากระดาษไม่ผิดเลย ฝีมือมากค่ะ”

การแสดงเรื่องนี้ทำให้ติดใจ ไม่อยากละทิ้งวงการบันเทิงอีกครั้ง?
อ้อน – “เอาจริงๆ ยาก คือเราเป็นคนที่ถ้าเล่นน้อยๆ ไม่มีความสำคัญ ไม่เอา ถ้าจะทำทั้งทีบทต้องเจ๋ง นี่เป็นเหตุผลที่ผ่านมาเป็น 10 กว่าปีไม่ไปเล่นเลย ด้วยบท จังหวะ ด้วยวัยนี้ต้องเล่นเป็นแม่ แล้วบทที่จะเป็นแม่เจ๋งๆ มันยาก แต่เรื่องนี้มันไม่ใช่ เรื่องนี้มันครบ มันจบ มันลงตัว”

คาดหวังอย่างไร กับ ผลงานที่แฟนคลับรอคอย?
อ้อน – “คิดแค่ว่าตัดสินใจกลับมา แล้วทุกคนรู้ มันจบตั้งแต่ตอนนั้นแล้วที่ทุกคนจะได้เห็นเราในหน้าจออีกครั้งสิ่งที่คาดหวังคืออยากให้เด็กรุ่นใหม่รู้จักเรา จากที่รู้จักเพราะว่าพ่อแม่ฟังเพลงเรา ตอนนี้เราก็ได้ต่ออีกเจเนอเรชั่นหนึ่งจะได้จดจำ ถ้าเกิดเขาชอบผลงานเรา”

อยากจะคืนความสุขอะไรให้แฟนคลับที่คอยเชียร์ ติดตามผลงานและซัพพอร์ต?
อ้อน – “ถ้าพูดถึงยุคเก่าๆ เขาถามเรามาตลอด เมื่อไหร่จะเล่นละคร พอเราโพสต์รูปละครไป เขาก็ดีใจ บอกจะรอ เราก็ลุ้นว่าจะถูกใจแฟนๆ กลุ่มเดิมหรือเปล่า”

ความจริงยังสามารถทำงานในวงการได้ต่อ รู้สึกเสียดายโอกาสไหม?
อ้อน – “ไม่นะ เพราะถ้าคิดแบบนั้นตั้งแต่แรกก็คงไม่ทิ้งทวนมาถึง 15 ปี อันนี้ที่กลับมาเพราะเหตุผลหลายๆ อย่าง แต่หลังจากนี้ไม่เสียดาย เรารู้ว่าเรามีอะไรทำเยอะมาก ทำหลายอาชีพ กลัวจะทำงานได้ไม่ดีด้วย พอมาเป็นนักธุรกิจก็เลือกทางนี้ทางเดียวเลย ในหนึ่งวีกเราทำหลายอย่างมาก กลัวว่าจะไหวมั้ย ไม่อยากเป็นตัวถ่วงคนอื่นเลยคิดว่าพอแค่นี้ เพราะเราก็แก่แล้ว”

มองว่ามาสายธุรกิจดีกว่า?
อ้อน – “ใช่ๆ คือมันไม่ใช่แค่ชีวิตของเราแล้ว ถ้าเราเอาแต่ผลลัพธ์ของส่วนตัว มันก็ดูเห็นแก่ตัวเกินไป วันนี้เรามีหลายชีวิตที่ต้องรับผิดชอบ มีการสร้างทีมตัวแทนออนไลน์ มีสมาชิกที่ต้องดูแลชีวิตหลายๆ คนที่รออยู่มันเป็นภาระหน้าที่ในการทำธุรกิจตรงนั้น เคหาสน์นางคอย เราก็จะอยู่หน้าจอไปประมาณ 6-7 เดือน แล้วก็มีรับเชิญที่ไปโผล่หน่อยเราก็อาจจะอยู่ได้อีกสักปีหนึ่งก่อนที่ทุกคนจะลืม อันนี้คือวางแผนเอาไว้หมดแล้ว”

ได้ยินมาว่าทำหลายอาชีพ?
อ้อน – “หลักๆ ตอนนี้ขายแบรนด์เนม เรามีแอดมินจ้างเป็นเรื่องราวเลย หมายความว่าถ้าเราไม่มีเวลา พวกเขาก็ไม่มีค่าคอมมิชชั่น เขาก็จะไม่ได้ทำงาน อันนี้เราทำ 7-8 ปีแล้ว ภาระหน้าที่ที่ทิ้งไม่ได้คือแม่ รวมถึงลูกเราก็จะต้องสอนการบ้าน จัดตารางเรียน เงินค่าขนมที่ต้องให้ การเป็นแม่ก็จะเข้ามา อีกอันหนึ่งคือเป็นนักธุรกิจที่สร้างเครือข่ายแฟรนไชส์ที่สร้างทีมขายออนไลน์ เราก็รับผิดชอบคนงานเป็นร้อยเป็นพันคน เราทำมาเป็น 10 ปีแล้ว ณ วันนี้ทุกคนทำออนไลน์ มันก็เลยกลายเป็นกระแส แล้วเรามีประสบการณ์ ถ้าเราต้องมารับละครเพิ่มอีกก็ไม่ไหว ยังไม่นับสปาแบรนด์เนมนะ เป็นเทรนเนอร์ด้วย”

หลายคนแซวว่าเป็นเศรษฐีร้อยพันล้าน ภูมิใจอย่างไรบ้าง?
อ้อน – “ไม่ค่ะ ผลลัพธ์ที่ทุกคนเห็นมันมาจากที่เราไม่เคยหยุดทำ แล้วเห็นว่าเรามีซูเปอร์คาร์ขับ แต่เขาไม่ได้รู้เลยว่าเราแลกมาด้วยอะไรบ้าง อย่างช่วงที่เราหยุดร้องเพลง หยุดรับงานในวงการบันเทิง ไม่ได้นอนบ้านเลยนะ ไม่เคยเจอหน้าแม่เลยค่ะ ค่ำไหนก็นอนนั่น ไปทั่วประเทศ ก้มหน้าก้มตาทำงานจนลืมไปเลย 7 ปีแล้วเหรอที่เราหายไป”

เบื้องหลังความสำเร็จ ผ่านมาด้วยหยาดเหงื่อ ความเครียด?
อ้อน – “ใช่ค่ะ อดทนแล้วก็สร้าง เพราะเรามาจากครอบครัวที่ไม่มีอะไรมาก่อน ทุกอย่างมาจากการสร้างหมดเลย ถามว่าเครียด กดดันมั้ย ส่วนใหญ่ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นในระหว่างวัน ก็จะดีดทิ้งเร็วมาก พรุ่งนี้ก็ศูนย์เลย เป็นคนไม่ลากอดีตเท่าไหร่ เราค่อนข้างจะบวกมากๆ เรามีคติที่อยู่ในใจตลอด เราเชื่อว่าทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นล้วนดีเสมอ มันเป็นสิ่งที่เราต้องเผชิญแล้วเติบโต ก้าวหน้า แล้วเราก็เอาสิ่งพวกนี้มาสอนลูกหลานเรา”

ชีวิตครอบครัวยังหวานกันเหมือนเดิม?
อ้อน – “อย่างที่เห็น เราไม่ใช่คู่รัก แต่เป็นคู่ชีวิต เราเป็นคนเชื่อในเรื่อง Destiny ทุกอย่างเกิดขึ้นล้วนดีเสมอ เราเชื่อเรื่องพรหมลิขิต เชื่อว่าถ้าเขาเป็นของเรา เขาจะอยู่กับเรา ไม่เคยโทร. ตามแฟนเลย แล้วด้วยเดิมทีเขาเป็นเพลย์บอย แต่มันมีเสน่ห์ไง ผู้หญิงจะชอบ (ยิ้ม) แต่ส่วนใหญ่ก็จะทุกข์ใจ จัดการไม่ได้ แต่ของเรา 8 โมงเช้ากลับบ้านนะ ไม่เคยโทร. เลย นอนหลับสบาย ไม่เคยทุกข์ใจ เชื่อว่าถ้าเขาเป็นของเรา เขาจะอยู่กับเรา ต่อให้เขาอยู่กับเราตลอด ถ้าวันหนึ่งมันจะไปมีคนอื่นสมมตินะ ถ้ามันจะต้องเกิด มันต้องเกิดขึ้น เราเลยใช้ชีวิตกับเขามาแบบนี้ อะไรก็ตามที่มันไม่สมบูรณ์แบบเรามองข้าม เขาบอกว่าเราไม่คาดหวัง เราก็ไม่ผิดหวังไง เรามองว่าไม่มี Nobody’s Perfect”

จัดการกับความรู้สึกตัวเองอย่างไร เมื่อคนของเราเป็นเพลย์บอย?
อ้อน – “ก็เราเลือกเขา ก็เพราะเขาเป็นอย่างนั้นไง แล้วเขาก็มีเสน่ห์ในแบบของเขา เราชอบแบบนั้นถึงได้เลือกเขา นั่นหมายความว่าเราก็ต้องไม่พร่ำบ่น แล้วเราต้องไม่กล่าวโทษกับการเป็นของเขา สุดท้ายเราก็ต้องให้เกียรติการเลือกของเรา เราเป็นคนเลือกเอง ฉะนั้นเราไม่จัดการ กับเขานะ เราจัดการกับตัวเอง เราจัดการกับมายเซ็ตเองโดยการที่ไม่ตาม เป็นผู้หญิงที่ไม่จู้จี้จุกจิก เธอถึงไหนแล้ว ทำไมไม่ช่วยถือของเลย ทำไมไม่ เทกแคร์ดูแลฉัน อะไรแบบนี้ไม่มี”

เห็นลงรูปแซ่บๆ สามีแอบหวงไหม?
อ้อน – “ไม่นะ คือจุดเริ่มต้นของเรากับพี่เขา มันเป็นความอบอุ่น ความไว้เนื้อเชื่อใจ เพราะเจอกันในที่ทำงานเดียวกัน เขาเป็นซีเนียร์ เรายกมือไหว้สวัสดีอยู่ 5 ปี คือเป็นพี่น้องมานาน ด้วยความที่ไม่เคยคุยกันเป็นเรื่องเป็นราว พอคุยแล้วมันสปาร์ก พอมันมีจังหวะแล้วคิดว่าเขาน่ารักดีว่ะ อุ๊ย เขาก็ชอบเรานะ แล้วเราก็ว่างกันทั้งคู่ จุดเริ่มต้นเลยเหมือนอยู่กันเป็นเพื่อน พี่ น้อง เลยไม่มีในเชิง ฉันแซ่บ มันเหมือนไว้ใจ เป็นการยอมรับซึ่งกันละกัน แต่จะมีการปรามบ้าง ไม่ได้หวง มีเตือนว่ามันไม่สมควรนะ เธอมารยาทหน่อย จะเป็นแนวนี้ซะมากกว่า”

ชีวิตลงตัววางแพลนให้ลูกเรียนเมืองนอก หรืออยากปั้นเข้าวงการ?
อ้อน – “เราปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ดูเอาว่าเขาไหวยังไง เขาชอบอะไร เอากีฬามั้ย เราก็สังเกตเหมือนกัน อย่างคนเล็ก 6 ขวบ เราก็พยายามสังเกตว่า เขาชอบร้องเพลงชอบเต้นมั้ย ส่วนคนโตเขาเริ่มโตแล้ว เราควรจะดูแลเขายังไง เราก็ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ส่วนเรื่องวงการบันเทิงก็แล้วแต่เขาเลย เราก็พยายามสนับสนุนซัพพอร์ตเขา”

สุชาวดี อภิสัมภินวงค์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน