วันอังคารที่ 20 ธ.ค.2565 น้อมรำลึกครบรอบ 43 ปี มรณกาล “พระวิสุทธาจารเถร” หรือ “หลวงปู่เทียม สิริปัญโญ” วัดกษัตราธิราชวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา พระเถระที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน และเป็นพระนักพัฒนาที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาอย่างกว้างขวาง
ท่านเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 8 ปกครองดูแลวัดตั้งแต่ปีพ.ศ.2496-2522
เกิดเมื่อวันที่ 10 ธ.ค.2447 ในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นชาวพระนครศรีอยุธยาโดยกำเนิด เกิดที่บ้านหมู่ 7 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ในตระกูล “หาเรืองศรี”
อายุ 10 ขวบ เรียนหนังสือกับพระภิกษุมอน ผู้เป็นน้าชาย และอาจารย์ปิ่น พร้อมกับเรียนวิชาช่างเขียนช่างสลักไปด้วย จากนั้นไปเป็นศิษย์อาจารย์จันทร์ เรียนภาษาขอม
อายุ 20 ปี อุปสมบทที่วัดกษัตราธิราช มีพระครูวินยานุวัติคุณ (มาก อินทโชติ) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระสมุห์กล่ำ วัดกษัตราธิราช เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ทองดี วัดพระงาม เป็นพระอนุสาวนาจารย์
อยู่ศึกษาพระปริยัติธรรมที่สำนักเรียนวัดเสนาสนาราม 2 พรรษา ฝึกปฏิบัติกัมมัฏฐานกับหลวงพ่อศรี วัดสนามไชย, พระอาจารย์จาบ วัดโบสถ์ อ.มหาราช แล้วกลับมาศึกษากับพระอาจารย์เหม็ง วัดประดู่ทรงธรรม
พรรษาที่ 9 กลับมาอยู่วัดกษัตราธิราช โดยนำตำราพิชัยสงคราม ตำรามหาระงับพิสดารและตำราเลขยันต์อื่นๆ ติดตัวมาด้วย
อยู่จำพรรษาตามวัดต่างๆ เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม พร้อมด้วยสรรพวิทยาคม มีโอกาสศึกษาตำรับพิชัยสงครามของสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว พระอาจารย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
รวมไปถึง “ตำรับมหาระงับแบบพิสดาร” อันเป็นต้นตำรับเดิมของวัดประดู่ทรงธรรม ที่สืบมาแต่ครั้งกรุงเก่า ที่มีสมเด็จพระพนรัตน์ เป็นปฐมบูรพาจารย์
ทำให้วัตถุมงคลที่จัดสร้างปลุกเสก โดยเฉพาะเหรียญคณาจารย์และตะกรุดเป็นที่ เลื่องลือมาช้านาน
พ.ศ.2496 พระครูไพจิตรวิหารการ (บัว) ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดกษัตราธิราช และเป็นเจ้าอาวาสในปีเดียวกัน
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2508 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ในราชทินนามที่พระครูพิพิธวิหารการ พ.ศ.2514 เป็นพระครู สัญญาบัตรเจ้าคณะตำบลชั้นโท ในราชทินนามเดิม พ.ศ.2517 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในราชทินนามเดิม
พ.ศ.2522 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ “พระวิสุทธาจารเถร”
ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2509 เป็นเจ้าคณะตำบลภูเขาทอง พ.ศ.2520 เป็นเจ้าอาวาส
เป็นพระนักพัฒนาที่ปฏิบัติหน้าที่การงานโดยเด็ดขาด ตลอดชีวิตท่านฝักใฝ่อยู่ในวิปัสสนาธุระ ตั้งอยู่ในพรหมวิหารธรรม
ผลงานของท่านมีครบครันทุกด้าน ทั้งการปกครอง การเผยแผ่ และการพัฒนา โดยเฉพาะงานก่อสร้างที่ส่วนใหญ่จะลงมือทำด้วยตัวเอง
ที่ปรากฏเป็นอนุสรณ์เป็นคุณูปการแก่ชาติและพระศาสนาคือ การจัดตั้งศูนย์ฝึกวิชาชีพวัดกษัตราธิราช ตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยในศิลปกรรมไทยและวิชาชีพเชิงหัตถศิลป์
มีความคิดริเริ่มและแสวงหาเอกลักษณ์เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา มักจะเปรียบเอาธรรมะกับช่างให้พิจารณา โดยเปรียบช่างสิบหมู่เป็น “นาถกรณธรรม” หรือธรรมอันเป็นที่พึ่ง 10 อย่าง ที่ท่านได้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
ด้านวัตถุมงคลสร้างขึ้นเพื่อแจกเป็นส่วนใหญ่ ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ตะกรุดมหาระงับแบบพิสดาร ตำรับวัดประดู่ทรงธรรม, เหรียญรุ่นงานสมโภชวัดกษัตราธิราช, รุ่นสิทธิโชค และรุ่นนิมิตบารมี ฯลฯ
ย้อนไปในปี พ.ศ.2520 ยังสร้างเหรียญเตรียมไว้สำหรับงานศพ ที่ระลึกผู้มาร่วมทำบุญในวันพระราชทานเพลิง เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2544
วัตรปฏิบัติแสดงให้เห็นในความสมถะถือสันโดษ ไม่ยึดถือสิ่งใดทั้งสิ้น ในวันมรณภาพจึงไม่มีสมบัติล้ำค่าใดๆ ในกุฏิ นอกจากอัฐบริขารพร้อมทั้งสังขารที่สงบนิ่ง
มรณภาพอย่างสงบเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2522 สิริอายุ 75 ปี พรรษา 55