เสียงจากชุมชนชาวปะทิวที่ต้องฟัง

เรียน บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ข่าวสด

กลุ่มเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ขอให้ทบทวนและยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 25 ตุลาคม 2565 เรื่องร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากร่างประกาศดังกล่าวขัดแย้งความเป็นจริง โดยพื้นที่ ดังกล่าวไม่ได้เป็นพื้นที่เสื่อมโทรมตามที่กล่าวอ้าง ประชาชนในพื้นที่ ทำกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ตั้งแต่ปี 2545 มีการจัดตั้งกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มป่าชายเลน กลุ่มประมงพื้นบ้าน กลุ่มธนาคารปูม้า กลุ่มแปรรูป กลุ่มชุมชนประมงท้องถิ่น กลุ่มชุมชนชายฝั่ง และกลุ่มการท่องเที่ยวโดยชุมชน 4 ตำบล ซึ่งจากการดูแลฐานทรัพยากรจนเกิดความอุดมสมบูรณ์ สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ต้องพึ่งพาฐานทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ให้อำเภอปะทิวกว่า 42,000,000 บาท/ปี โรงแรมและรีสอร์ตมีนักท่องเที่ยวกว่า 25,000 คน/ปี คิดเป็นรายได้ 10,000,000 บาท/ปี กลุ่มประมงพื้นบ้านมีรายได้กว่า 30,000 บาท/ครัวเรือน/เดือน และเครือข่ายภาคประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่กว่าร้อยละ 80 ประกอบอาชีพประมงและการท่องเที่ยว โดยชุมชนที่ต้องพึ่งพาฐานทรัพยากรและสิ่งต่างๆ ซึ่งเหล่านี้สามารถยืนยันความอุดมสมบูรณ์ของฐานทรัพยากรของอำเภอปะทิวได้เป็นอย่างดี

อีกทั้งร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมดังกล่าวนั้นขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ตลอดแนวชายฝั่งทั้ง 4 ตำบลของอำเภอปะทิว ประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย ไม่ได้รับรู้ถึงร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์และวิถีชีวิตของประชาชน ซึ่งเป็นอุปสรรค ต่อการดํารงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชีพการท่องเที่ยวโดยชุมชน และอาชีพประมงพื้นบ้าน และปัจจุบันพื้นที่อำเภอปะทิวและพื้นที่ชายฝั่งจังหวัดชุมพรมีกฎหมายที่ยังบังคับใช้ในพื้นที่กว่า 6 ฉบับ ซึ่งเพียงพอต่อการคุ้มครองและรักษาคุณภาพของทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมแล้ว

ขอแสดงความนับถือ

สมาชิกเครือข่ายฯ

ตอบ สมาชิกเครือข่ายฯ

การรวมตัวของประชาชนในพื้นที่ต่างๆ เพื่อดูแลทรัพยาก รธรรมชาติ บริหารจัดการให้เกิดประโยชน์ ทำให้เกิดรายได้พร้อมกับดูแลให้อุดมสมบูรณ์ เป็นเรื่องที่น่ายกย่อง กรณีของชุมชนในอำเภอปะทิวที่เคลื่อนไหวคัดค้านมติครม. ซึ่งออกมาตรการควบคุมต่างๆ อันขัดแย้งกับวิถีชีวิตและการสร้างรายได้ของประชาชนในพื้นที่ โดยชาวบ้านระบุว่ารัฐขาดความเข้าใจใน ข้อเท็จจริง ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน ทำให้เข้าใจผิดๆ ตีความว่าเป็นพื้นที่เสื่อมโทรมแล้วเข้ามาควบคุม ฟังเช่นนี้แล้วเห็นทีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะต้องทบทวนใหม่ เพราะการไม่รับฟังคนในพื้นที่ แค่ประเด็นนี้ก็ถือว่าไม่รอบคอบ และก่อปัญหาความขัดแย้งตามมาอีกมากมาย

คดีจีนสีเทาต้องถึงรากถึงโคน

เรียน บ.ก.ข่าวสด

ทุนจีนสีเทาตอนนี้ทางดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ เป้าหมายจะยึดทรัพย์ 4,400 ล้านบาท ถ้าพบว่ามีความผิดจริงคงถูกยึดทรัพย์ได้จำนวนมหาศาล ถ้าจะให้ถอนรากถอนโคนกันจริงแล้วต้องตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยว่าตรงจุดไหนที่อำนวยความสะดวกเป็นสะพานเชื่อมทำให้กลุ่มทุนจีนสีเทาเข้ามามีบทบาท ในประเทศไทยได้ ลำพังมีเงินเข้ามาแต่ไม่มีเส้นสายช่วยก็ทำอะไรไม่ได้ เช่นเดียวกับข้อสอบรั่วไม่ว่าจะสอบเข้าบรรจุในตำแหน่งใด ทั้งรับราชการ หรือพนักงานราชการ ก็ต้องสอบสวนดูว่า ออกมาได้อย่างไรถ้าไม่ใช่คนที่เกี่ยวข้องนำออกมา

นับถือ

พิม

ตอบ คุณพิม

การกวาดล้างขบวนการจีนสีเทาควรต้องช่วยกันจับตา เพื่อให้เดินหน้าอย่างถึงที่สุด ขุดรากถอนโคนให้ได้จริงๆ

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน