ฮอลิเดย์นี้เตรียมฉลองไปกับ พัคจินยอง หรือ จินยอง GOT7 ศิลปินและ นักแสดงที่ทุกคนต่างชื่นชอบ ในภาพยนตร์ระทึกขวัญ Christmas Carol (คริสต์มาสแค้น) ที่จะเปลี่ยนเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองให้เป็นคริสต์มาสที่จะต้องจดจำแบบไม่รู้ลืม ผลงานการกำกับภาพยนตร์โดย คิมซองซู (Running Wild, ซีรีส์ Save Me)

หนังดัดแปลงจากนิยายภาพขายดีในชื่อเดียวกัน ว่าด้วยเรื่องของการแก้แค้น ที่เปลี่ยนให้เด็กวันรุ่นคนนึงกลายเป็นปีศาจ และด้วยความเข้มข้นของตัวนิยาย ได้จุดประกาย ให้ผู้กำกับฯ ตัดสินใจนำมาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์
“ตอนที่ผมอ่านนิยายครั้งแรก ผมกังวลเหมือนกันว่าจะทำมันเป็นหนังยังไง” ผู้กำกับฯ คิม กล่าว “แต่ภาพของแฝดหนุ่มที่หน้าเหมือนกันเป๊ะ คนหนึ่งเต็มไปด้วยโทสะ ส่วนอีกคนมีแต่รอยยิ้มแสนเศร้า บนใบหน้า มันไม่เคยหายไปจากหัวผมเลย มันเป็นใบหน้าของผู้ที่โดนสังคมกดขี่ ผมตัดสินใจทำหนังเรื่องนี้เพราะผมอยากบอกทุกคนว่า ทำไมแฝดคู่นี้ถึงเผชิญชะตากรรมแบบนี้ มันเป็นเรื่องที่ดาร์กมากซึ่งผมอยากเติมความหวังให้มันเล็กน้อย”

ผู้กำกับฯ คนเดิมยังบอกอีกว่าการคัดเลือกนักแสดงคือส่วนที่ สำคัญที่สุดในการทำหนังเรื่องนี้ “เราโฟกัสไปที่สภาพจิตใจและสภาวะอารมณ์ของตัวละคร ไม่มีบทไหนง่ายในเรื่องนี้ ผมรู้ว่านักแสดงในเรื่องลังเลที่จะเข้ามารับบท ผมต้องขอบคุณพวกเขามากที่ช่วยกันทำให้หนังเรื่องนี้เป็นจริงได้”
เขายังเล่าว่าการที่ได้บังเอิญพบกับ พัคจินยอง นำมาสู่การที่เขาเสนอให้อีกฝ่ายมารับบทนำในเรื่อง “เขาไว้เคราได้ดูเป็นธรรมชาติมาก ผมว่าเขาดูเป็นธรรมชาติดี เขายังสื่อสารอารมณ์ผ่านสายตาได้ดีอีกด้วย”

ด้าน พัคจินยอง โปรเจ็กต์นี้ถือเป็นผลงานที่ท้าทายและดาร์กที่สุดในชีวิตการแสดง เขาต้องรับบทบาทฝาแฝดที่กลับมาล้างแค้น โดยสวมบทเป็น 2 ตัวละครที่มีคาแร็กเตอร์แตกต่างกัน ซึ่งเขาได้พูดถึงการแสดงนำและการมาร่วมในภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า

“ผมอยากนำเสนอบทบาทใหม่ๆ ตอนที่ผมได้ดูหนังผมรู้สึกได้ว่ามันตอบสนองความต้องการของผมแล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับผลงานก่อนหน้าของผมอย่าง Yumi’s Cells 2 ในฤดูร้อนที่ผ่านมา ผมโชคดีที่ได้ถ่ายทอดสองบทบาทที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงภายในปีเดียว ส่วนความท้าทายในการรับบทฝาแฝด มันแปลกดีเหมือนกัน มันเหมือนผมเล่นเกมที่ต้องควบคุมสองตัวละคร แทนที่จะผลัดกันเล่นเป็นคนนี้ทีคนนั้นที ผมถ่ายของวอลอูให้เสร็จหมดทุกฉากก่อน จึงค่อยสวมบทเป็นอิลอู”
ส่วนการเตรียมตัวเพื่อรับบทนี้ จินยองบอกว่า “สำหรับบทวอลอู ที่เป็นผู้พิการทางสติปัญญา ผมต้องการถ่ายทอดความเจ็บปวดในจิตใจของตัวละครมากกว่าความทรมานภายนอก ก่อนถ่ายทำผมได้พบกับนักข่าวที่เป็น ผู้ป่วยอาการผิดปกติทางจิตตัวจริงเพื่อขอคำแนะนำ ผมบริจาคเงินให้กับมูลนิธิ Korea’s One Love Village เพื่อเด็กพิการทางสมอง การบริจาคครั้งนี้เพื่อตอบแทนนักข่าวคนนั้นที่แบ่งปันเรื่องราวของเขาให้ผมฟังอย่างจริงใจ”

ทั้งนี้การตัดผมเกรียนของเขา ทำให้หลายคนนึกว่าเจ้าตัวกำลังเตรียมเข้ากรมก่อนกำหนด ซึ่ง จินยองอธิบายให้ฟังว่า “ยังครับ ผมมีกำหนดเกณฑ์ทหารในปีหน้า ผมกังวลเรื่องเกณฑ์ทหารเหมือนกัน แต่มันเป็นเรื่องที่ผู้ชายเกาหลีทุกคนต้องเผชิญ ผมเลยพยายาม ทำใจสบายๆ เข้าไว้ แต่ผมอาจแอบร้องไห้คนเดียวที่บ้านก็ได้นะ ใครจะรู้ (หัวเราะ)”
เมื่อให้พูดถึง Christmas Carol ฉบับนิยาย และฉบับภาพยนตร์ ว่าแตกต่างกันอย่างไร หนุ่มฮอตบอกว่า “ผมอ่านนิยายต้นฉบับ ผลงานของ จูวอนกยู ก่อนที่จะอ่านบท นิยายต้นฉบับมันดิบและ ดาร์กมาก ตัวบทภาพยนตร์มันเหมือนเอาต้นฉบับมาเจียระไนให้ละเมียดขึ้น ดีนะที่ผมอ่านหนังสือมาก่อนไม่งั้นผมคงคิดว่าผมมันโหดเกินไป หนังเต็มไปด้วย คำหยาบ ความรุนแรงเกินพิกัด และประเด็นทางเพศ การถ่ายฉากโหดๆ เหล่านั้นกินพลังอย่างมาก หลังจากถ่ายฉากเดือดๆ ผู้กำกับฯ คิมซองซู กับทีมงานคอยดูผมเสมอว่าไปต่อไหวไหม”

“ในฉากสถานพินิจนักแสดงทุกคนวัยเดียวกัน เราเลยกลายเป็นเพื่อนกัน ผมระวังเรื่องการถ่ายทอดความรุนแรงออกมาในภาพยนตร์ เพราะมันอาจก่อให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ โดยเฉพาะในหมู่เยาวชน ตัวละครอิลอูคือศูนย์กลางความรุนแรงในเรื่อง เพราะเขาต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ขึ้นมาเป็นใหญ่ในสถานพินิจเพื่อล้างแค้นให้น้องชาย ผมเห็นด้วยว่าหนังเรื่องนี้อาจทำให้ผู้ชมจิตตก แน่นอนนั่นคือเป้าหมายของเรา ผ่านตัวละครที่เหลือขอ ไร้มนุษยธรรม เราต้องการส่องสปอตไลต์ไปที่ปัญหาสังคมที่ไม่เคยได้รับการแก้ไขจนถึง ทุกวันนี้”
เตรียมเดือดส่งท้ายปีกับผลงาน ‘ดิบสุด’ และ ‘คลั่งสุด’ ในชีวิตของ พัคจินยอง เมื่อแฝดพี่กลับมาทวงความยุติธรรมคืนให้แฝดน้อง Christmas Carol (คริสต์มาสแค้น) 29 ธ.ค. ในโรงภาพยนตร์