กรมการศาสนา มีภารกิจเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐด้านศาสนา โดยการทำนุบำรุง ส่งเสริมและให้การอุปถัมภ์คุ้มครองกิจการด้านพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ ที่ทางราชการรับรอง

ตลอดจนส่งเสริม พัฒนาความรู้คู่คุณธรรม ส่งเสริมความเข้าใจอันดี และสร้างความสมานฉันท์ระหว่างศาสนิกชนของทุกศาสนา รวมทั้งดำเนินการเพื่อให้คนไทยนำหลักธรรมของศาสนามาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เป็นคนดีมีคุณธรรม
ส่วนการขับเคลื่อนงานของกรมการศาสนา เป็นไปตามนโยบายของ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

ในปีงบประมาณ 2566 เปลี่ยนฉากทัศน์วัฒนธรรม โดยขับเคลื่อนวัฒนธรรม 9 ดี สู่ก้าวที่มั่นคงและยั่งยืน และยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทประเด็นที่ 10 การปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม เพื่อให้คนไทยเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีความพร้อมในทุกมิติและสมดุล ทั้งด้านสติปัญญา คุณธรรมจริยธรรม มีจิตวิญญาณที่ดี ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม
โดยให้ความสำคัญในพันธกิจด้านศาสนา งานพระราชพิธี พระราชกุศล รัฐพิธี และศาสนพิธี ปลูกฝังและเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมและสานสัมพันธ์กิจกรรมทางศาสนา และอุปถัมภ์ ทำนุบำรุง คุ้มครองกิจการด้านการนับถือศาสนา
รวมถึงการนำข้อคิดเห็นจากผลสำรวจของประชาชนที่ต้องการให้ขับเคลื่อนกิจกรรมเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และด้านศาสนาครอบคลุมทุกศาสนา พร้อมปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมตั้งแต่ระดับปฐมวัย

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า การดำเนินงานด้านศาสนาในปีงบประมาณ 2566 “9 ดี 12 เดือน 12 เด่น นำธรรมะสู่ใจประชาชน” มุ่งเน้นการขับเคลื่อนให้วัดและศาสนสถานทุกศาสนาเป็นศูนย์กลาง ใช้สื่อเทคโนโลยีและกิจกรรมทางศาสนาสู่เยาวชนและประชาชน ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมทุกช่วงวัย พัฒนาวัดและศาสนสถานเป็นแหล่งเรียนรู้ และส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนบนฐานวัฒนธรรมแบบบูรณาการ เป็นการ ต่อยอดงานเดิม ขยายงานใหม่ ที่จะทำให้งานด้านศาสนาเดินหน้าไปอย่างเข้มแข็ง ควบคู่ไปกับการประสานความร่วมมือและการมีส่วนร่วมอย่างแข็งแกร่งของศาสนิกในองค์กร เครือข่ายทางศาสนา

เมื่อเปิดนโยบายของกรมการศาสนาด้าน 9 ดี จะมองเห็นเส้นทางของการส่งเสริม การเรียนรู้เพื่อสร้างความเข้าใจในหลักธรรม อันประเสริฐ สร้างสรรค์ผ่านสื่อโซเชี่ยลและกิจกรรมทุกรูปแบบ การพัฒนาศักยภาพผ่านการฝึกปฏิบัติ การยกย่องเชิดชูเกียรติ รวมทั้งการนำศาสนสถานเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่ศาสนา เป็นการนำหลักธรรมมาอบรมสั่งสอนให้ศาสนิกชนประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ดีงามในการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคน ให้ตระหนักและรู้คุณค่าของตนเอง ช่วยขจัดความทุกข์ และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเป็นสุข ได้แก่
1.การแบ่งปันความรู้สู่สาธารณะ ค่ายธรรมะ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการปฏิบัติตามหลักศาสนาด้วยความสงบสุข

2.ธรรมะบันเทิง เป็นการใช้สร้างสรรรค์สื่อที่เหมาะสมกับเยาวชน เช่น เกมคุณธรรม เพลงธรรมะ ธรรมะอารมณ์ดี และการจัดธรรมะสัญจรสู่สถานศึกษา
3.ค่ายธรรมะ ส่งเสริมเยาวชนทุกศาสนาได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
4.การจัดวิปัสสนาเพื่อคนทั้งมวล เพื่อกล่อมเกลาจิตใจให้ปฏิบัติตามหลักธรรม ด้วยการละเว้นความชั่ว ทำความดี โดยเฉพาะการทำจิตใจให้บริสุทธิ์ด้วยเจริญจิตตภาวนา

5.พัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของผู้นำทางศาสนา โดยส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมแด่พระสงฆ์ การศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและประจำมัสยิด เป็นต้น
6.การตักบาตรพระสงฆ์ด้วยอาหารสุขภาพ โดยจัดทำหนังสือรายการอาหารสุขภาพ การจัดสาธิตการทำอาหารสำหรับตักบาตร ให้กับผู้ประกอบการ
7.การยกย่องคนดีศรีจังหวัด โดยสนับสนุนให้แต่ละจังหวัดได้ประกาศยกย่องบุคคลที่ทำความดี เป็นแบบอย่างให้กับสังคม

8.การจัดงานศาสนิกสัมพันธ์และศาสนสัมพันธ์กับนานาประเทศ เพื่อสร้างความสมัครสมานสามัคคีของศาสนิกชนทุกศาสนาเพื่อสร้างสันติสุขในสังคม
และ 9.ตามรอยเส้นทางธรรมแห่งศรัทธา โดยจัดเส้นทางบุญสู่วัดและศาสนสถาน การจัดงานเสน่ห์วันวาน เทศกาลงานวัด และการจาริกแสวงบุญ

ด้านงานศาสนา 12 เดือน 12 เด่น มุ่งเน้นการขับเคลื่อนกิจกรรมหลักที่สำคัญ อาทิ เทศกาลกฐิน การส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ สวดมนต์ข้ามปี การยกย่ององค์กรคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น การประกอบศาสนกิจ ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ประเทศอินเดีย-เนปาล งานเทศกาลมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา งานพิธีพระราชทานเสาเสมาธรรมจักร แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา การจัดกิจรรมเข้าวัดธรรมะสวนะและกิจกรรมตามศาสนบัญญัติ ศาสนิกสัมพันธ์ พิธีศาสนามหามงคล 5 ศาสนา และการส่งเสริมการผลิตสื่อคุณธรรมจริยธรรม เป็นต้น
“การทำงานด้านศาสนาภายใต้ “นโยบาย 9 ดี 12 เดือน 12 เด่น นำธรรมะสู่ใจประชาชน” ถือเป็นความท้าทายและเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน ที่ส่งผลดีต่อ ศาสนิกชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายสูงสุด เพื่อให้เยาวชนและประชาชนเป็นคนดี คนเก่ง และคนมีความสุข” นายชัยพลกล่าว