นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทุเลาเบาบางลง และรัฐบาลได้ประกาศผ่อนคลายมาตรการต่างๆ พร้อมกับเปิดประเทศเพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจในประเทศเดินหน้าได้อีกครั้ง ช่วยให้บรรยากาศการท่องเที่ยวในประเทศกลับมาคึกคักมากขึ้น ซึ่งช่วงเวลาวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ปีนี้เป็นโอกาสที่ ททท. จะใช้ช่วงเวลา ดังกล่าวจัดกิจกรรมส่งเสริมกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ
ด้วยการร่วมมือกับภาคเอกชนจัดกิจกรรมแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2566 หรือ “Amazing Thailand Countdown 2023” เพื่อสร้างความสุขความหวังกลับสู่หัวใจคนไทยอีกครั้งรวม 12 จังหวัด โดย 12 จังหวัดที่ ททท. จัดกิจกรรมคาดว่าจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่ประมาณ 899,000 คน-ครั้ง และสร้างรายได้หมุนเวียน 4,210 ล้านบาท โดยจังหวัดที่มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยเกินกว่า 80% คือเชียงใหม่ 86% และเชียงราย 81% ทำให้ทั้งสองจังหวัดต่างมีรายได้ท่องเที่ยวประมาณ 500-600 ล้านบาท
ทั้งนี้ คาดว่าส่วนหนึ่งมาจากสภาพอากาศความหนาวเย็นที่ปกคลุมตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ผนวกกับกิจกรรมเคานต์ดาวน์อเมซิ่งชาร์มมิ่ง ไนต์ เชียงใหม่ เคานต์ดาวน์ 2023 จ.เชียงใหม่ และ Countdown Winter Wonderful 2023 จ.เชียงราย ที่กำลังจะเกิดขึ้นจะช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความสุขในการท่องเที่ยว จึงน่าจะเป็น แรงจูงใจให้คนไทยเลือกท่องเที่ยวในสองจังหวัดนี้เป็นจำนวนมาก
สำหรับการจัดกิจกรรมในพื้นที่ 12 จังหวัดทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด อาทิ “การจัดงานรุ่งอรุณส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2566” ณ สวนนาคราภิรมย์ เพื่อเป็นการสร้างความสุข ความหวัง กำลังใจในการก้าวไปข้างหน้า, การจัดกิจกรรมฉลองค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ท่ามกลางทัศนียภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่งดงาม ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เพื่อตอกย้ำการเป็น “Global Countdown Destination” ภายใต้แนวคิด Win the World Foe Thailand : อัตลักษณ์ไทย ชนะใจคนทั้งโลก, การประดับไฟบริเวณแยกราชประสงค์ ถนนราชดำริ และถนนเพลินจิต, การแสดงดนตรีจากศิลปินที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นต้น