สตต.บิ๊กไบก์ชนพญ.ดับคาทางม้าลาย
จากการกระทำผิดกฎจราจรของ ผู้ที่เป็นตำรวจเสียเอง
เมื่อรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ดูคาติวิ่งเลนขวาสุดพุ่งชนหญิงสาวรายหนึ่งกำลังเดินข้ามทางม้าลาย บนถนนพญาไท หน้าโรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ โดยรถหลายคันที่มาถึงทางม้าลายได้ชะลอรถและหยุดลงเพื่อให้คนได้ข้ามถนน
ยกเว้นรถมอเตอร์ไซค์ที่ก่อเหตุเพียงคันเดียวเท่านั้น
แต่เรื่องสลดยังไม่จบลงแค่นั้น เพราะชายหนุ่มผู้ขับขี่ถูกส่งตัวไปรักษาที่ร.พ.ตำรวจ ส่วนหญิงเคราะห์ร้ายกลายเป็นศพไร้ญาติ นอนนิ่งในห้องเก็บศพ ร.พ.รามาฯ นานกว่า 2 ชั่วโมง
กระทั่งเพื่อนและอาจารย์แพทย์โทรศัพท์เข้ามือถือของหญิงสาวที่พลเมืองดีเก็บส่งมอบให้ตำรวจทำให้ทราบว่าเธอคือ ‘หมอกระต่าย’ พญ. วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล แพทย์ผู้ชำนาญการด้านจักษุวิทยา ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หลังรับรู้ข่าวร้ายของหมอกระต่าย กลุ่มเพื่อนนำเรื่องราวโพสต์ลงโซเชี่ยลมีเดีย เพื่อถามหาภาพหรือคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนำไปประกอบหลักฐานให้ตำรวจดำเนินคดี และออกมาเรียกร้องความยุติธรรม เพราะเกรงเรื่องจะเงียบหายไป
วันที่ 23 ม.ค. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. (สมัยนั้น) สั่งการให้เร่งตรวจสอบรายละเอียด ก่อนจะรายงานกลับว่ามีอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจริง เมื่อเวลา 15.10 น. ของวันที่ 21 ม.ค.
ผู้ต้องหาคือ ส.ต.ต.นรวิชญ์ บัวดก ผบ.หมู่ กองร้อยที่ 2 กก.อารักขา 1 บก.อคฝ. ที่ขับขี่จักรยานยนต์ดูคาติ สีแดง ทะเบียน 1 กผ 9942 เชียงราย มาตามถนนศรีอยุธยา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพญาไท ก่อนปาดออกเลนขวาสุดด้วยความเร็วมุ่งหน้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จนพุ่งชนหมอกระต่าย
ส.ต.ต.นรวิชญ์ ถูกแจ้งความผิด 9 ข้อหา ประกอบด้วย 1.นำรถที่มิได้ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาใช้ในทางเดินรถ 2.ฝ่าฝืนใช้รถที่ไม่ได้เสียภาษีประจำปี 3.ใช้รถที่ไม่ได้จัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัย 4.นำรถไม่สมบูรณ์มาขับและไม่ติดกระจกมองข้าง 5.ขับรถไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย
6.ขับรถจักรยานยนต์เร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด 7.ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น 8.ขับรถโดย ไม่ปฏิบัติตามเครื่องหมายบนพื้นทาง และ 9.ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สิน และกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
เรียกว่าผิดกฎหมายหลายข้อหาโดยฝีมือผู้รักษากฎหมายเสียเอง
ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีการเปิดเผยว่าเกิดเรื่องบังเอิญอย่างที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ หลังถูกส่งร.พ.ตำรวจในวันเกิดเหตุ ส.ต.ต.นรวิชญ์มีอาการตาพร่ามัวจึงถูกส่งไปตรวจที่แผนกตา แต่กลับไร้หมอมารักษาให้
เพราะจักษุแพทย์เวรในวันนั้นก็คือ พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล
ที่ตำรวจหนุ่มเพิ่งทำให้เสียชีวิตไปนั่นเอง
ศาลอาญาพิพากษาจำคุก ส.ต.ต.นรวิชญ์ รวมทุกฐานความผิดเป็นเวลา 1 ปี 15 วัน โดยไม่รอลงอาญา เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ปีเดียวกัน
คดีของหมอกระต่ายเกิดกระแสจี้เร่งแก้ไข-สร้างวินัยและสำนึกจราจรไปทั่วประเทศ สุดท้ายก็กลายเป็นไฟไหม้ฟาง วินัยจราจรในชีวิตจริงก็กลับมาหย่อนยานเหมือนเป็นปกติตามเดิม
หลังข่าวสลดของหมอสาวค่อยๆ จางหายไปจากความทรงจำของผู้คน

‘สตท.หญิง’ทรมานทหารรับใช้
กรณีตำรวจหญิงยศสิบตำรวจโท ที่อ้างตัวเป็นภรรยาสมาชิกวุฒิสภา ถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายทหารรับใช้หญิงของตัวเองอย่างรุนแรง ก็อีนุงตุงนังบานปลายกันไปใหญ่โต
เพราะมีข้อกังขาของสังคมหลายจุด ทั้งปมแต่งตั้งตำรวจหญิงยศสิบตำรวจโททั้งที่อายุเกินเกณฑ์ จนโยงไปถึงตัวส.ว.ที่มีส่วนพัวพันว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางมิชอบหรือไม่ รวมถึงการที่เป็นตำรวจแต่กลับมีสิทธิ์เรียกใช้ทหารมารับใช้
คดีนี้เริ่มต้นจากอดีตทหารหญิงยศสิบโทร้องขอความช่วยเหลือจากนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลัง พาเข้าแจ้งความตำรวจ สภ.เมืองราชบุรี เพื่อขอให้เอาผิด ‘เจ๊นุช’ ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ บัวแย้ม ตำแหน่ง ผบ.หมู่ กก.4 บก.ส.1 ปัจจุบันช่วยราชการ กอ.รมน.ภาค 4 (ส่วนหน้า) ในข้อหาทำร้ายร่างกาย
จนทำเรื่องอื้อฉาวดังกล่าวเป็นที่รับรู้ในสังคมเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2565

อดีตทหารหญิงระบุว่า เจ๊นุช เป็นนายจ้างตั้งแต่ทำร้านกาแฟ อ้างว่าเป็นภรรยาของสมาชิกวุฒิสภาคนหนึ่งสามารถฝากเข้ารับราชการทหารได้ แต่ต้องคอยดูแลรับใช้ที่บ้าน
ต่อมาเข้ารับราชการได้จริง ทำงานที่หน่วยได้ปีกว่าก็มีคำสั่งให้ไปช่วยราชการเป็นทหารรับใช้บ้านเจ๊นุช ที่จ.ราชบุรี
หลังทำงานได้สักพักก็ถูกทำร้ายร่างกายแบบทารุณโหดร้าย อ้างว่าทำงานไม่ถูกใจ หนำซ้ำเงินเดือนข้าราชการทหารที่ได้รับหลังหักเงินกู้ยืมสหกรณ์ เดือนละ 5,300 บาท ต้องโอนให้เจ๊นุช
20 ส.ค. เจ๊นุชเข้ามอบตัวกับพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผบ.ตร. (ยศและตำแหน่งในสมัยนั้น) ที่สภ.เมืองราชบุรี รับสารภาพอ้างป่วยมีอาการไม่สามารถควบคุมตัวเอง พร้อมนำใบรับรองแพทย์มาแสดง แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นโรคอะไร
สุดท้ายเจ๊นุชถูกส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดราชบุรี โดยไม่ได้รับการประกันตัว เพราะเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน
นอกจากนั้นยังมีคดี นายคมสิทธิ์ จังพานิช ที่อ้างตัวเป็นแฟนเจ๊นุช น้องชายนักการเมืองท้องถิ่น จ.ราชบุรี ที่ร่วมลงมือทำร้าย เพราะกลัวเจ๊นุชจะเจ็บมือ เหตุเกิดในท้องที่สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยนายคมสิทธิ์เข้ามอบตัวก่อนได้ประกันไปในวงเงิน 1 แสนบาท
ขณะที่ นายธานี อ่อนละเอียด ส.ว. ออกมายอมรับว่าเคยรู้จักเจ๊นุช แต่ขาดการติดต่อกันไปนานแล้ว และยืนยันความบริสุทธิ์ว่าไม่เคยใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทาง มิชอบ
แต่ท่านส.ว.ก็ยังไม่พ้นวิบากกรรม เพราะหลายๆ กรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง
ไหม้สยองผับ ‘เมาน์เทนบี’
โศกนาฏกรรม ‘ซานติก้าผับ’ เมื่อ 13 ปี ก่อน ย้อนกลับมาหลอกหลอนผู้คนอีกครั้ง สำหรับเหตุเพลิงไหม้ผับดังที่จ.ชลบุรี ย่างสยองนักท่องเที่ยวเสียชีวิตอย่างน้อย 26 ชีวิต และยังมีอาการสาหัสอยู่อีกหลายสิบคน
โดยเหยื่อรายที่ 26 เป็นนายทหารปราบเรือดำน้ำ ยศเรือโท วัย 26 ปี จากไปเมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2565 หลังต้องทนทุกข์ทรมานในโรงพยาบาลนานถึง 83 วัน

เหตุสลดครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกของวันที่ 4 ส.ค. ต่อเนื่องวันที่ 5 ส.ค. เกิดเหตุเพลิงไหม้สถานบริการบันเทิงเมาน์เทน บี ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท หมู่ 7 ต.พลูตาหลวง มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารชั้นเดียวในเนื้อที่กว่า 3 ไร่ เพลิงลุกไหม้ตัวอาคารอย่างรุนแรงท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวาย นักเที่ยวนับร้อยวิ่งหนีตายออกจากตัวอาคาร บางรายอยู่ในสภาพถูกไฟคลอกทั้งตัวนอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด
มีผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุมากถึง 13 ศพ ส่วนใหญ่ทับถมกองรวมกันบริเวณประตูทางออกที่ค่อนข้างคับแคบ
ผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่าถึงนาทีนรกว่า ระหว่างที่กำลังกินดื่มอยู่ภายในผับ มีการแสดงดนตรีตามปกติ และช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนครึ่ง ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น 2 ครั้ง จากนั้นนักดนตรีก็หยุดเล่น ก่อนจะเกิดไฟลุกและกลุ่มควัน ต้นเพลิงอยู่บนเพดานเหนือเวทีฝั่งซ้าย แล้วลุกลามอย่างรวดเร็ว
จากนั้นความโกลาหลก็บังเกิด ทั้งนักเที่ยวและพนักงานพากันกรูวิ่งออกจากผับด้านหน้า บางคนวิ่งออกมาจากผับได้ในสภาพไฟท่วมตัว
ขณะที่นักดนตรีเล่าให้ฟังว่าผับดังกล่าวมีประตู 3 ทาง ด้านหน้ามีทางเข้า 2 ชั้น โดยประตูอยู่สลับด้าน ด้านหลังแม้มีประตู แต่ล็อกกุญแจไว้ตลอด เพราะการลักลอบเข้ามาในผับ นอกจากนี้ยังไม่มีทางบอกประตูหนีไฟที่ชัดเจน ไม่มีระบบดับเพลิง
ทำให้ความสูญเสียรุนแรงอย่างที่เห็น!!!

‘เสี่ยบี’ นายพงศ์ศิริ ปั้นประสงค์ อายุ 27 ปี ผู้รับเป็นเจ้าของผับ และถูกตั้ง 2 ข้อหา คือ กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และได้รับประกันตัว
หลังจากนั้นเขาเปิดแถลงข่าวยืนยันเป็นเจ้าของตัวจริง ไม่มีนายทุนจีน คนมีสี หรือใครอยู่เบื้องหลัง เพียงวัยรุ่นสร้างตัวทำงานเก็บเงินจากเขียงหมู พร้อมเยียวยาผู้เสียหายเต็มที่
แม้เวลาล่วงเลยมาจนข้ามปียังไม่มีความคืบหน้าของการเจรจาชดเชยให้ครอบครัวผู้เสียหาย
แต่สิ่งที่แน่นอนคือ เมื่อเกิดความสูญเสียใหญ่ขนาดนี้ ทั้งนายอำเภอ และ 5 เสือโรงพักสัตหีบต่างถูกคำสั่งเด้งกันระนาว เพื่อรับผิดชอบต่อเหตุที่เกิดขึ้นในท้องที่รับผิดชอบ
ฟอเร็กซ์ 3 ดี เขย่าวงการบันเทิง
อภิมหากาพย์แชร์ลูกโซ่ Forex 3D ยังไม่จบ นอกจากจำนวนผู้เสียหายนับไม่ถ้วนแล้ว ยังมีบรรดาคนดัง-เหล่า เซเลบเข้าไปเกี่ยวข้องอีกมากมาย
หลายคนยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการ เพียงเป็นนักลงทุนที่ต้องตกเป็นเหยื่อไปด้วย
รวมถึงนักแสดงสาว ‘พิ้งกี้’ สาวิกา ไชยเดช ที่เพิ่งได้รับการประกันตัวออกจากทัณฑสถานหญิงกลาง เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2565 หลังต้องถูกจองจำไว้เกือบ 3 เดือน

สำหรับคดีแชร์ Forex-3D พนักงานอัยการยื่นฟ้องทั้งหมด 3 สำนวน แบ่งเป็น คดีที่ 1 มี นายอภิรักษ์ โกฎธิ กับพวกรวม 4 คน คดีที่ 2 มี นายสุภิญโญ มีสมปราชญ์ รวม 2 สำนวน คดีที่ 3 ยื่นฟ้อง สรายุทธ ไชยเดช (พี่ชายพิ้งกี้) กับพวกรวม 19 คน มีพิ้งกี้และมารดาอยู่ด้วย 3 สำนวน รวมทั้งหมดมีจำเลย 24 คน
พิ้งกี้ถูกพนักงานอัยการสำนักอัยการคดีพิเศษ 4 ได้ยื่นฟ้องพร้อมจำเลยอื่น 19 ราย รวมถึงพี่ชายและมารดา ความผิดฐานโดยทุจริต โดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ ประชาชนฯ, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันฉ้อโกง
คำฟ้องระบุพฤติการณ์ว่า จำเลยกับพวกรวม 19 คน มีเจตนาทุจริตหลอกลวงโดยนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จผ่านระบบเว็บไซต์แชร์ Forex-3D และ ผ่านระบบเฟซบุ๊ก ชักชวนประชาชนนำเงินร่วมลงทุนโดยอ้างว่าจะนำเงินไปลงทุนซื้อขายเทรดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
ประกอบกับจำเลยทั้ง 19 อาศัยโอกาสจากการมีชื่อเสียงความน่าเชื่อถือของจำเลยทั้ง 19 ที่เป็นดารานักแสดง นักร้อง บุคคลในวงการบันเทิง บุคคลในวงการชั้นสูง หรือไฮโซ และรวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงในประเทศ สร้างความน่าเชื่อถือให้กับจำเลยทั้ง 19 ในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ และโดยการหลอกลวงดังกล่าวทำให้ประชาชนผู้เสียหายหลงเชื่อถูกหลอกลวง โดยได้ไปทรัพย์สินซึ่งเป็นเงินรวมผู้เสียหาย จำนวน 9,824 คน และมีการกู้ยืมเงินรวมกันมีความเสียหายรวม 2,489,820,321.52 บาท
คดีนี้ดีเอสไอยังเรียกสอบคนดังที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ปราปต์-ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง นักแสดงรุ่นใหญ่ โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร “ดีเจแมน” พัฒนพล มินทะขิน และ “ใบเตย” สุธีวัน กุญชร ฯลฯ
ล่าสุดยังออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหาที่หลบหนีออกจากไทยไปแล้ว หนึ่งในนั้นคือ นาย ดาริล ยัง แดริล ยัง หรือ แดริล ไค หยางฮุ่ย นักธุรกิจชาวสิงคโปร์ ที่เคยเป็นข่าวถูกไฮโซคนดังอุ้มจากสถานบันเทิงย่านเหม่งจ๋ายไปรีดทรัพย์ แต่สุดท้ายอัยการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา

ร.ล.สุโขทัยอับปาง สังเวยทะเลคลั่ง
ส่งท้ายปลายปีด้วยโศกนาฏกรรมของราชนาวีไทย ที่ต้องสูญเสียลูกประดู่ทั้งสิ้นชีพและสูญหาย ด้วยตัวเลขที่ไม่ห่างจากความสูญเสีย ในยุทธนาวีเกาะช้าง เมื่อเกือบ 100 ปีก่อน
เมื่อเรือหลวงสุโขทัยถูกคลื่นยักษ์ซัดอับปางกลางอ่าวไทย ห่างจากชายฝั่ง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 20 ไมล์ทะเล เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2565

เรือหลวงสุโขทัยออกเดินทางครั้งสุดท้ายจากฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี แล่นผ่ากลางทะเลอ่าวไทย ส่งกำลังพลนาวิกโยธินและ หน่วยป้องกันชายฝั่ง หน่วยละ 15 นาย ร่วมงานเทิดพระเกียรติครบรอบ 100 ปี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระบิดากองทัพเรือไทย ที่หาดทรายรี จ.ชุมพร
แต่ผจญกับคลื่นลมแรงมาก สูง 3-4 เมตร ทำให้น้ำเข้าทางหัวเรือสร้างความเสียหายกับระบบไฟฟ้าและเครื่องจักร
สุดท้ายเครื่องยนต์ดับไม่สามารถทรงตัวได้ ระบบไฟฟ้าถูกตัดขาด ระบบอาณัติสัญญาณล่มทั้งหมด รวมถึงสัญญาณสื่อสารและการขอความช่วยเหลือ
ทหารบนเรือทำได้เพียงติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เท่าที่จะทำได้ จนข่าวถูกแพร่กระจายไปในวงกว้าง
เรือหลวงกระบุรีที่อยู่ใกล้สุดไปถึงในช่วงสองทุ่ม แต่ไม่อาจทำอะไรได้ เพราะเรือเอียงมากแล้ว หมดทางกู้หรือลากเข้าฝั่งได้ทันการณ์
สุดท้ายเรือหลวงสุโขทัยเริ่มจมลงถูกบังคับให้ปลดระวางก่อนเวลาด้วยคลื่นอ่าวไทย

ลูกเรือซึ่งมีทั้งสวมและไม่สวมเสื้อชูชีพต้องสละเรือ กระโดดลงไปลอยคอกลางทะเลคลั่ง กระเสือกกระสนปีนขึ้นเรือชูชีพที่ปลดลงมาทันไม่กี่ลำ บางส่วนถูกส่งจากเรือหลวงกระบุรี และที่ทิ้งลงมาจากเครื่องบินตรวจการณ์
ช่วงเกิดเหตุเรือหลวงกระบุรีและเรือพาณิชย์ช่วยชีวิตไว้ได้ 75 นาย
ทุกเหล่าทัพและตำรวจส่งเรือและเฮลิคอปเตอร์ออกช่วยค้นหาผู้สูญหายอีกกว่า 30 นาย ซึ่งก็ทยอยพบเพิ่มเติมในวันต่อๆ มา
แต่ส่วนใหญ่ไร้ลมหายใจไปแล้ว

พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผบ.ทร.แถลงข่าวเหตุสูญเสียครั้งนี้ โดยร่ายยาวถึงภารกิจ ลำดับเหตุที่เกิดขึ้น รวมถึงกระบวนการช่วยเหลือทุกขั้นตอนพร้อมยอมรับว่า เรือมีเสื้อชูชีพประจำตัวกำลังพลกับเสื้อชูชีพสำรอง แต่ไม่เพียงพอต่อผู้โดยสารอื่นที่มีเพิ่มเติมถึง 30 คน
ถือเป็นการตอบข้อสงสัยของผู้คนถึงจำนวนเสื้อชูชีพบนเรือ
แต่ก็ยังมีคำถามเพิ่มอีก หลังปรากฏข่าวเรือหลวงสุโขทัยมีกำหนดต้องขึ้นคานซ่อมบำรุง แต่กลับถูกสั่งให้ออกปฏิบัติภารกิจครั้งนี้