ขอลาไกลปีแห่งภัยพิบัติ โศกนาฏกรรม-ชอกชำ้สูญเสีย
นอกจากโลกจะถูกรุมเร้าด้วยวิกฤต “โควิด-19” ที่เหมือนจะทุเลาลงช่วง ต้นปี แต่กลับขยายสายพันธุ์และหวนระบาดหนักไม่กี่เดือนก่อนนับถอยหลังสู่ปีใหม่ โดยเฉพาะจีน และจนถึงเดือนธ.ค.2565 โลกมี ผู้ป่วยสะสมกว่า 660 ล้านคน และเสียชีวิตพุ่ง 6.7 ล้านราย ส่วน “ฝีดาษลิง” ที่เดิมเป็นโรคประจำถิ่นในแอฟริกา ก็ทำให้ประชาคมโลกผวาอยู่พักหนึ่งหลังพบระบาดนอกพื้นที่เป็นครั้งแรกในสหราชอาณาจักร ก่อนกระจายไปทั่ว 117 ประเทศ กับจำนวนผู้ป่วยสะสมราว 82,000 คน และเสียชีวิตแล้ว 237 ราย
อีกสิ่งที่ประชากรโลกแทบทุกที่ต่างเผชิญหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ คือ “ภัยพิบัติ” แม้จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่ด้วยความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่าพฤติกรรมของมนุษย์เองก็เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้ยิ่งสาหัส
ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิกปีนี้เกิดขึ้นอย่างน้อย 35 ครั้ง รุนแรงที่สุดคือพายุโซนร้อน “เมกี” ถล่มฟิลิปปินส์เมื่อเดือนเม.ย. และมีผู้เสียชีวิตมากถึง 214 ราย ขณะที่ไต้ฝุ่น “โนรู” สร้างความเสียหายในหลายประเทศ ทั้งฟิลิปปินส์ เวียดนาม ลาว กัมพูชา และไทย คร่าชีวิตผู้ประสบภัยอย่างน้อย 40 ราย และช่วงปลายเดือนต.ค. ฟิลิปปินส์อ่วมอีกจากพายุโซนร้อน “นัลแก” เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 162 ราย รวมแล้วมีเหยื่อ ที่เสียชีวิตจากฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก 484 ราย

หลายประเทศอ่วมน้ำท่วม
ขณะที่อุทกภัยซึ่งมีสาเหตุหลักจากฝนตกหนักและฤดูมรสุม ก็รุนแรงไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนต.ค. หลายประเทศในแอฟริกาเจอน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง มีผู้เสียชีวิตเกือบ 2,000 ราย ช่วงเวลาใกล้เคียงกันภูมิภาคเอเชียใต้เผชิญหน้ากับฝนตกหนักหลายระลอก จนเกิดน้ำท่วมสูงในอัฟกานิสถาน บังกลาเทศ อินเดีย เนปาล ปากีสถาน ศรีลังกา และถือเป็นอุทกภัยที่เลวร้ายที่สุดของทวีปในรอบ 2 ปี กับยอดผู้เสียชีวิตรวมกันถึง 3,709 ราย
และวันที่ 8 ส.ค. กรุงโซล เกาหลีใต้ เกิดน้ำท่วมฉับพลัน หลังฝนตกหนักที่สุดในรอบ 80 ปี โดยย่านกังนัมได้รับผลกระทบ มากที่สุด อาคารบ้านเรือนกว่า 2,800 หลังพังเสียหาย และมีเหยื่อ ผู้เสียชีวิต 11 ราย
ในจำนวนนี้หลายรายสิ้นใจอยู่ใน “พันจีฮา” หรือบ้านพักแบบ กึ่งใต้ดินซึ่งเป็นที่รู้จักจากภาพยนตร์รางวัลออสการ์เรื่องชนชั้นปรสิต (Parasite) เพราะน้ำท่วมสูงอย่างรวดเร็วจนผู้ประสบภัยไม่สามารถหนีออกมาได้ และทำให้ทางการท้องถิ่นกรุงโซลประกาศนโยบายยกเลิกที่อยู่แบบพันจีฮาทั้งหมดทั่วเมืองหลวงภายใน 20 ปีข้างหน้า

แผ่นดินไหวมรณะในอินโดนีเซีย
ปี 2565 ยังเป็นอีกปีที่มีความสูญเสียอย่างมากจาก “แผ่นดินไหว” เหตุการณ์เลวร้ายที่สุดของปีเป็น แผ่นดินไหวขนาด 6.0 แม็กนิจูด เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. มีจุดศูนย์กลางแถวเขตแดนปากีสถาน-อัฟกานิสถาน คร่าชีวิตผู้คนมากถึง 1,163 ราย และเกิดขึ้นราว 5 เดือน หลังเหตุแผ่นดินไหว 5.3 แม็กนิจูดในจังหวัดแบดกิส เมื่อวันที่ 17 ม.ค. มีผู้เสียชีวิต 30 ราย
ธรณีพิโรธเลวร้ายอันดับสองของปีเกิดขึ้นในจังหวัดชวาตะวันตกของอินโดนีเซีย เมื่อแรงสั่นสะเทือน 5.6 แม็กนิจูด เขย่าชุมชนใกล้เมืองจิอันจูร์ ในวันที่ 21 พ.ย. มีผู้เสียชีวิต 334 ราย ขณะที่แผ่นดินไหว 6.6 แม็กนิจูดในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน เมื่อ 5 ก.ย. คร่าชีวิตชาวบ้านมากถึง 93 ราย
เดือนก.ย. มีแผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดของปีที่ระดับ 7.6 แม็กนิจูด เกิดขึ้น 2 ครั้ง ครั้งแรกในจังหวัดโมโรบี ของปาปัวนิวกินี เมื่อวันที่ 10 ก.ย. มีผู้เสียชีวิต 21 ราย ส่วนอีกครั้งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่รัฐมิโชอากัง ของเม็กซิโก พบผู้เสียชีวิต 2 ราย รวมตลอดทั้งปีทั่วโลกมี ผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวอย่างน้อย 1,696 ราย

แม่น้ำไรน์ในเยอรมนีแห้งขอด
ฝั่งทวีปยุโรปเองก็หนีไม่พ้นจากภัยพิบัติหลังเผชิญหน้ากับ “คลื่นความร้อน” รุนแรงหลายระลอกจนเกิด ภาวะแห้งแล้งทั่วภูมิภาคระหว่างเดือนมิ.ย.ถึงเดือนส.ค. หลายพื้นที่มีอุณหภูมิสูงอย่างที่ไม่เคยประสบมาก่อน โดยเมืองปินเยา ของโปรตุเกส บันทึกสถิติระอุสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ที่ 47 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 14 ก.ค.
ช่วงคลื่นความร้อนระลอกสองที่เกิดขึ้นกลางเดือนก.ค. ยังสร้างความวิตกให้กับผู้คนในสหราชอาณาจักร หลังจากอุณหภูมิทะลุ 40 องศาเซลเซียส เป็นครั้งแรกในประวัติการณ์ ส่วนคลื่นความร้อนระลอกสามช่วงเดือนส.ค. ถึงคิวของฝรั่งเศสที่เผชิญกับอากาศร้อนทะลุ 40 องศาเซลเซียส และตลอดทั้งปีมีผู้เสียชีวิตที่เชื่อมโยงกับคลื่นความร้อนในยุโรปรวมกันอย่างน้อย 26,304 ราย
ในส่วนของเหตุช็อกโลก ทั้งอุบัติเหตุ โศกนาฏกรรม ความรุนแรง และ ความสูญเสียนั้น ตั้งแต่ต้นปีก็เกิดเหตุใหญ่ เมื่อ “เที่ยวบิน 5735” สายการบินไชน่า อีสเทิร์นแอร์ไลน์ส ดิ่งตกในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ของประเทศจีน เมื่อวันที่ 21 มี.ค.2565 ผู้โดยสารและลูกเรือรวมทั้งหมด 132 รายเสียชีวิต
วันที่ 8 ก.ค. นายชินโซ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ถูกลอบสังหารด้วยการยิงระหว่างช่วยสมาชิกพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) หาเสียงเลือกตั้งในจังหวัดนาระ

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ในพระราชพิธีพระศพพระราชมารดา
สองเดือนถัดมาเมื่อวันที่ 8 ก.ย. มีข่าว ความสูญเสียครั้งใหญ่ของโลกเมื่อ “สมเด็จ พระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร” สวรรคตขณะมีพระชนมพรรษา 96 พรรษา และไม่ถึงปี หลังทรงครองราชย์ครบ 70 ปี เมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมา
นอกจากความโศกเศร้าจะปกคลุมไปทั่วอังกฤษและประเทศในเครือจักรภพแล้ว โลก ยังได้เห็นมวลชนหลายแสนคนหลั่งไหลร่วมต่อแถวรอถวายพระราช สักการะองค์ราชินีผู้ทรงอิทธิพลแห่งศตวรรษเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนต้อนรับยุคสมัยใหม่ของ ราชวงศ์วินด์เซอร์ใต้ร่มพระบารมี “สมเด็จ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร”
ขณะที่การแข่งขันฟุตบอลที่สนามกีฬา กันจูรูฮัน จังหวัดชวาตะวันออก ของประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 1 ต.ค. กลายเป็น เหตุสลด เมื่อแฟนบอลประท้วงผลการแข่งขัน ส่งผลให้ตำรวจปราบจลาจลนำกำลังเข้าสลายการชุมนุม แต่กลับทำให้ประชาชนแตกตื่น วิ่งหนีและเหยียบกันจนมีผู้เสียชีวิต 131 ราย และกว่า 500 คนบาดเจ็บ

โศกนาฏกรรมอิแทวอน
ผ่านไปไม่ถึงเดือนในวันที่ 29 ต.ค. เกิดโศกนาฏกรรมที่ “งานเทศกาลฮัลโลวีนย่าน อิแทวอน” ในกรุงโซล ของเกาหลีใต้ ภายหลังฝูงชนเบียดเสียดเหยียบกัน มีผู้เสียชีวิต 156 ราย รวมถึงครูแบมแบม น.ส.ณัฐธิชา มาแก้ว สาวไทยวัย 27 ปี
และปิดท้ายด้วยวันที่ 30 ต.ค. กับเหตุสะพานแขวนคนเดินข้ามแม่น้ำมัจฉุพังถล่มในเมืองโมรพี รัฐคุชราต ของอินเดีย มีผู้เสียชีวิต 141 ราย
กว่าจะก้าวข้ามผ่านปีนี้มาได้ก็บอบช้ำกันถ้วนหน้า ได้แต่หวังว่าปีหน้าฟ้าใหม่ จะมีเหตุการณ์ดีๆ หรืออย่างน้อยก็นิ่งๆ ให้พักหายใจหายคอกันบ้าง