การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ลากยาวมากว่า 3 ปี บวกกับสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ปะทุขึ้นช่วงเดือนก.พ. 2565 ทำให้เศรษฐกิจไทยปี 2565 สะบักสะบอมอย่างหนัก จากราคาพลังงาน ทั้งน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติที่พุ่งสูงต่อเนื่อง ดันราคาน้ำมันดิบตลาดโลกแตะ 139 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ทำสถิติสูงสุดในรอบ 14 ปี
ขณะที่ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศขึ้นยกแผงแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะไทยพึ่งพาการ นำเข้า 90% โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นต้นทุนการผลิต 30% ขยับราคามาอยู่ที่ 34.94 บาท/ลิตร แพงกว่าต้นปี 6 บาท/ลิตร
ก๊าซธรรมชาติแพงทำให้ค่าไฟฟ้า ปี 2565 พุ่งกระฉูด รอบบิลงวด ก.ย.-ธ.ค. 2565 ขยับขึ้นเป็น 4.72 บาท/หน่วย ทุบสถิติสูงสุดรอบใหม่ และยังกดดันให้ก๊าซหุงต้มขึ้นราคาตามรวมทั้งปี 6 ครั้ง รวม 90 บาท/ถัง ล่าสุด ก.ย. ขึ้นเป็นถังละ 408 บาท
วิกฤตพลังงานโลกยังทำให้เกิดปัญหาห่วงโซ่อุปทานสินค้า อาหาร โภคภัณฑ์ และวัตถุดิบทั่วโลก เกิดปัญหาขาดแคลนจนราคาพุ่งสูง โดยเฉพาะปุ๋ยเคมี ธัญพืช ข้าว วัตถุดิบอาหารสัตว์ กระทบต่อราคาและความมั่นทางคงอาหารทั่วโลก
น้ำมัน ค่าไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม วัตถุดิบผลิตอาหาร ล้วนเป็นต้นทุนสำคัญในการผลิตสินค้าและบริการ เมื่อราคาแพงขึ้นผู้ผลิตจำเป็นต้องขึ้นราคาสินค้าและค่าบริการ เพื่อให้ธุรกิจเดินต่อไปได้ สะท้อนได้ชัดเจนจากตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของไทยปี 2565ที่มีเพิ่มขึ้น และทำนิวไฮ 7.86% ในเดือนส.ค. สูงสุดในรอบ 13 ปี
นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ชี้ว่า เงินเฟ้อนิวไฮครั้งใหม่ปี 2565 เป็นผลพวงจากราคาน้ำมันนำเข้าที่ปรับเพิ่มขึ้น 30.50% ทำให้สินค้าเริ่มทยอยปรับราคาตั้งแต่ มี.ค.-เม.ย. 2565 โดยช่วง 2 เดือนมีสินค้าขึ้นราคาไปแล้ว 279 รายการ ทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภค
สอดคล้องกับ ร.ต.จักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน หน่วยงานกำกับดูแลราคาสินค้าก็ออกมายอมรับว่า ผู้ผลิตสินค้าหลายรายได้ยื่นขอปรับราคาเข้ามาจำนวนมาก
มาดูว่าปี 2565 มีสินค้าสำคัญอะไรปรับขึ้นราคากันบ้าง ที่ฮือฮากระทบกับคนหาเช้ากินค่ำ และ มนุษย์เงินเดือนมากที่สุดคือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่นายวัฒนศักดิ์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายในอนุมัติ ปรับราคาขึ้นซองละ 1 บาท จาก 6 บาท เป็น 7 บาท เริ่มตั้งแต่ 25 ส.ค. 2565 ถือเป็นการปรับราคาครั้งแรกในรอบ 14 ปี
หลังกรมการค้าภายในถูก 5 ผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ อย่าง ยำยำ ไวไว มาม่า นิสชิน และซื่อสัตย์ เดินเกมกดดันอย่างหนักดิ้นหาทางรอดให้กับธุรกิจ ที่ได้รับลดผลกระทบจากต้นทุนแป้งสาลี และน้ำมันปาล์มที่ปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นหลายเท่าตัวจากภาวะสงคราม
ปุ๋ยเคมี เป็นอีกรายการที่กรมการค้าภายในอั้นไม่อยู่ ยอมให้ผู้ประกอบการขึ้นราคาหน้าโรงงานหลายรายการในช่วงเดือนมิ.ย. เพราะต้องนำเข้าจากต่างประเทศ 100% และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการขาดแคลนปุ๋ยในประเทศ เกษตรกรรับกรรมไปเต็มๆ ต้องแบกต้นทุนหลังแอ่น ขณะที่ผลผลิตขายไม่ได้ราคาทำให้ รายได้ไม่พอจ่าย
สินค้ากลุ่มปศุสัตว์ หรืออาหารสด ก็ดาหน้าขึ้นราคาครบทุกรายการ จากวัตถุดิบที่ใช้ในการทำอาหารสัตว์ เช่น มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กากถั่วเหลือง ที่ราคาพุ่งกระฉูด กระทบทำให้ฟาร์มเลี้ยงไข่ไก่ทั่วประเทศต้องปรับราคาแนะนำไข่ไก่ต่อเนื่อง จนทุบสถิติแพงสุดในเดือนส.ค. 3.60 บาทต่อฟอง
ซึ่ง นายสุธาศิน อมฤก นายกสมาคมการค้าผู้ค้าไข่ไทย ยืนยันว่าไข่รัฐบาลลุงตู่แพงสุดเป็นประวัติการณ์
ราคาเนื้อหมูก็พุ่งไม่หยุดเดือนเม.ย. ขายปลีกเนื้อแดงพุ่งแตะกิโลกรัม (ก.ก.) ละ 200 บาท จากปัญหาโรคอหิวาต์แอฟริกัน หรือ ASF ระบาดทำให้หมูตายจนเกิดภาวะขาดตลาด และ ยังถูกซ้ำด้วยราคาอาหารสัตว์แพง
เนื้อไก่ก็ฉุดไม่อยู่ สันในราคาแตะ 115 บาท/ก.ก. เกือบจะเท่าราคาหมู น้ำมันพืชก็ปรับราคาเพิ่มขึ้นมาก ทั้งถั่วเหลือง รำข้าว โดยเฉพาะปาล์มน้ำมันยอดนิยมของเหล่าแม่บ้าน ราคาพุ่งสูงเหลือเชื่อ ขายปลีกพุ่งขึ้นไปแตะขวดละ 80 บาท แถมยังมีปัญหาขาดแคลนจนห้างสรรพสินค้าต้องจำกัดปริมาณการซื้อ
พ่อค้าแม่ค้าร้านขายอาหารตามสั่ง ข้าวแกงสุดทนต้องประกาศปรับขึ้นราคากันทั่วประเทศ
ไม่เว้นแม้แต่เด็กๆ ก็ได้ผลพวงราคาสินค้าไปด้วยเพราะช่วงต.ค. กรมการค้าภายในอนุมัติให้ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ นมสดพาสเจอไรซ์, สเตอริไลซ์ และยูเอชที จำนวน 4-5 ราย ขึ้นราคาจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ สำหรับขนาดยอดนิยม (ขนาดเล็ก) ทั้งแบบขวด (นมสดพาสเจอไรซ์) กล่อง (ยูเอชที) และกระป๋อง(สเตอริไลซ์) เฉลี่ย 25 สตางค์/ขนาด ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่อนุมัติให้ปรับเพิ่มราคารับซื้อนมดิบจากเกษตรกร จากก.ก.ละ 1.50 บาท เป็น 20.50 บาท
นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่งและค้าปลีกไทย ยืนยันว่าแม้ว่ากรมการค้าภายในจะยังไม่อนุมัติให้ปรับขึ้นราคาสินค้า แต่ช่วงปี 2565 มีผู้ผลิตและซัพพลายเออร์หลายรายแจ้งปรับราคาสินค้ามาจำนวนมาก ทั้งในรูปของการยกเลิกส่วนลดและการปรับขึ้นราคา เช่น น้ำอัดลมเกือบทุกยี่ห้อ ปรับ 1-2 บาทต่อขวด, น้ำปลา, ข้าวสาร, สบู่ และลูกอม เฉลี่ยปรับขึ้น 10%
ค่าบริการขนส่งสาธารณะก็ปรับขึ้น โดย รถร่วม บขส. ขึ้นค่าโดยสาร 5 ส.ต./ก.ม. ตั้งแต่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ขณะเดือนเดียวกันเรือคลอง แสนแสบก็ปรับขึ้นค่าโดยสาร ระยะละ 1 บาท จากเดิมราคา 10-12-14-16-18-20 บาทตามระยะทางจะปรับเป็น 11-13-15-17-19-21 บาทตามระยะทาง
เรียกว่ากระทบปากท้องความเป็นอยู่ของคนทุกกลุ่มอย่างทั่วหน้าเลยทีเดียว
หลายคนถามว่าปี 2566 ราคาสินค้าและบริการจะเป็นไงแพงต่อหรือพอแค่นี้ ได้รับการคอนเฟิร์มจากนายกสมาคมค้าส่งและปลีกไทยว่า ขณะนี้มีสินค้าอีกหลายรายการที่อั้นปรับราคามาจากช่วงโควิด รอจ่อปรับราคาในช่วงปีหน้า เพราะเป็นช่วงที่เหมาะสม เนื่องจากกำลังซื้อและการบริโภคภายในประเทศเริ่มฟื้นตัว จากการที่ไทยเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวทำให้ภาคการค้าและท่องเที่ยวเริ่มคึกคัก
รวมทั้งผู้ผลิตกาแฟกระป๋อง นมกล่อง ซีอิ๊ว ได้มีหนังสือแจ้งขอขึ้นราคามาแล้ว เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2566 เป็นต้นไป โดยกาแฟแจ้งขึ้นราคา 3 บาท/กระป๋อง
ส่วนอาหารสด หมู ไก่ ไข่ ปี 2566 ราคาคงพุ่งต่อ เพราะล่าสุดนายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ ส่งจดหมายทวงถามไปยังนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรมว.พาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ให้เร่งอนุมัติปรับราคาขายอาหารสัตว์ให้สอดคล้องกับต้นทุน
เพราะราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ เช่น ข้าวสาลี มันสำปะหลัง กากถั่ว ราคาแพงลากยาวมาตั้งแต่ปีกลางปี 2564 และมีแนวโน้มจะแพงต่อเนื่องไปจนถึงกลางปี 2566
นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการ สำนักงาน คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ออกมายืนยัน ชัดว่าค่าไฟปีหน้าขึ้นแน่ สูงสุด 6.03 บาท/หน่วย เพราะราคา LNG และน้ำมันปีหน้ายังคงผันผวน แม้ว่า นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จะย้ำว่า ราคาพลังงานปี 2566 จะถูกลง เคลื่อนไหว 85-90 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
แต่แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าต่อเนื่องจนถึงปีหน้า จะยังเป็นแรงดันสำคัญที่ทำให้ต้นทุน นำเข้าน้ำมันของไทยแพงต่อ และส่งผลกระทบ ต่อต้นทุนราคาสินค้าและบริการในที่สุด
ประชาชนตาดำๆ คงต้องรับชะตากรรมกับของแพงต่อไป